[EED] HAPPY BIRTHDAY TO YOU
posted on 11 Jan 2012 19:22 by foundation
Entry นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
***************************
Character : Nei-in / Nei-ar
HAPPY BIRTHDAY TO YOU
“ทำหน้าบอกบุญไม่รับ” คนถามเริ่มประโยคด้วยรอยยิ้ม หลังเปิดประตูเดินตรงเข้ามานั่งยังเก้าอี้หน้าเตาผิง อากาศข้างนอกยังคงเย็นจัดจนเนอินแทบกลายเป็นน้ำแข็งตอนเดินมาที่ร้านนี่
“คิดว่าฉันอยากจะมารึไง?” คนที่มาถึงก่อนเปรยตอบอย่างเย็นชาพอๆ กับความหนาวเย็นข้างนอกนั่น ตาสีน้ำตาลไม่ได้ละจากหนังสือในมือที่มั่นใจว่าอีกฝ่ายคงถือติดมือมาฆ่าเวลารอพี่ชาย
“แต่ก็มาแล้วนี่?”
“อย่าหลงตัวเอง” เนอาร์ว่ากระทบเรียบๆ ให้คนถูกกระทบหัวเราะเบาๆ
“กินคนเดียวมันน่าเบื่อ” เนอินเปรย ‘หลงตัวเอง’ ต่อให้คนดักคอถอนหายใจหนัก ปิดหนังสือและเงยหน้าขึ้นมาคู่สนทนาเป็นครั้งแรก
“ที่ฉันมาเพราะคุณเอียนเชิญมาเท่านั้น”
เนอินทำหน้าแปลกใจออกนอกหน้าจนคนมองนึกอยากเอาสันหนังสือกระแทกแรงๆ เผื่อไอ้ความแปลกใจที่กระเด็นเกินออกมาจะหดหายเข้าไปบ้าง
“อ้าว ไม่ได้มาเพราะบัตรเชิญของฉันเหรอ? หรือว่าส่งไปไม่ถึง”
เนอาร์นิ่งนึกไป ก่อนจะร้องอ๋อขึ้นมาเบาๆ
“นายหมายถึงกระดาษที่อยู่หน้าประตูน่ะเหรอ? โทษที ฉันนึกว่าคุณโนเอลวางไว้ให้เช็ดพื้นรองเท้าก่อนเข้าห้อง ก็เลยเอาไปเช็ดดินที่ติดรองเท้าพร้อมขยำทิ้งไปเรียบร้อยแล้วล่ะ”
เนอินหัวเราะเสียงดัง
นานครั้งที่แฝดผู้น้องคนนี้จะยอมพูดล้อเล่นไร้สาระไปกับเขาด้วยแบบนี้
เนอาร์ถอนหายใจนิดๆ อารมณ์ตึงเครียดที่ผ่านมาทั้งวันค่อยๆ ผ่อนคลายลง บางทีคงเพราะได้เห็นหน้าบวมๆ ช้ำๆ เต็มไปด้วยแผลของเนอินก็เป็นได้
คิดแล้วก็เผลอยกมุมปากขึ้นยิ้ม
“ยิ้มอะไร” คนมองถามด้วยเสียงแปลกใจ
“ขำหน้านาย” เท่านั้นคนถามก็แยกเขี้ยวใส่
“เพราะใครล่ะ”
“คามิล”
ความผิดถูกโยนให้บุคคลที่สามทันที
“ตกชื่อตัวเองไปนะ” เนอินกัดฟันพูดอย่างเคืองๆ ถึงจะนึกขอบคุณที่แทรกเข้ามาหยุดการทะเลาะวิวาทของเขากับคามิลไว้ก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็เถอะ แต่ช่วงซัดแหลกกันเองหลังจากนั้นน่ะมันคนละเรื่องกัน ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้วแท้ๆ ว่า เพื่อตัดปัญหาไม่ให้เป็นที่สังเกตจนเกินไป การตีกันใน ‘ช่วงซัดแหลก’ นั่นจะไม่เล็งไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายแท้ๆ
“แผลมีอยู่แล้ว เพิ่มอีกสัก 3-4 แผลจะเป็นอะไรไป?” เนอาร์ถามยิ้มนิดๆ
เวลาคนที่ปกติไม่ชอบยิ้ม เกิดยิ้มขึ้นมานี่... มันน่าต่อยปากชะมัด!
“ฉันว่ามันมากกว่านั้นนะ...” เนอินหรี่ตาที่เพิ่งยุบลงของตัวเองนิดๆ แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรนอกจากรอยยิ้มติดมุมปากของเนอาร์
“ฝากไว้ก่อนเถอะ” เนอินบ่นอุบอิบก่อนจะล้วงหยิบจดหมายในกระเป๋าออกมาอ่านอีกรอบ ตาสีฟ้ากวาดไปตามบรรทัดเรื่อยลงมาเมื่อถึงบรรทัดสุดท้ายก็หยุด จากนั้นก็เลื่อนขึ้นไปอ่านใหม่ ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า
“กระดาษกินได้นะเผื่อเธอจะไม่รู้”
ในร้านที่เงียบกริบเพราะทำการปิดก่อนเวลา จู่ๆ เสียงที่สามก็ดังขึ้นให้ลูกค้าพิเศษทั้งสองคนหันไปมอง
“แต่ผมว่าน่าจะย่อยยากอยู่นะ” เนอินระบายยิ้มขึ้นตอบ ขณะที่เนอาร์ก้มหัวส่งเสียงทักทายเรียบๆ กลับไป
คนที่เข้ามาเป็นชายหนุ่มวัยกลางคนที่พวกเขาคุ้นหน้ากันดี เพราะได้รับความช่วยเหลือมากมายนับตั้งแต่ต้องมาเรียนที่เอดินเบิร์ก
ผมสีทองตัดสั้นกลายเป็นสีส้มเล็กน้อยยามกระทบกับแสงไฟจากเตาผิง ตาสีฟ้าใสที่มองตรงมามีรอยดุดันทว่าจะถูกเคลือบทับด้วยแววอ่อนโยนเมื่ออีกฝ่ายยิ้มอย่างในตอนนี้ ผิวนั้นเป็นสีแทนดูแข็งแรงตามแบบฉบับของคนคาโนวาล
ชายหนุ่มเดินมาเสิร์ฟซุปมะเขือเทศให้ทั้งสอง อันที่จริงก็พอเดาได้ตั้งแต่เห็นจานกับบรรดาช้อนส้อมบนโต๊ะแล้ว แต่เนอินก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“ความคิดของเจ๊หรือของพ่อครับเนี่ย?”
คนที่เพิ่งเสิร์ฟซุปให้ทำหน้าปุเลี่ยนเล็กน้อยกับสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกมารดาตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มซุกซนที่มีให้เห็นไม่บ่อยนัก
“ความลับ”
เนอินร้องโห่เบาๆ ทันที ส่วนเนอาร์นั้นไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่บอก
“เอาเถอะครับ ถ้าคุณเอียนว่าอย่างนั้น ผมคงหมดสิทธิรู้ เอาเป็นว่าผมพร้อมฟาดแล้วครับ เสิร์ฟให้ทันล่ะ” ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลฉีกยิ้มกว้างนิดๆ ให้อีกฝ่ายก่อนจะลงมือทานซุปตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย แน่นอนว่าฝีมือทำอาหารของเอียนนั้นดีเลิศ แต่สำหรับเนอินแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดของมื้อนี้คือ มันฟรี!
เนอาร์มองพี่ชายที่ตักซุปเข้าปากอย่างรวดเร็วพลางถอนหายใจ ก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหารของตัวเองบ้าง ส่วนเอียนนั้น แวบหายไปทันทีตั้งแต่สิ้นคำพูดของเนอินอย่างรู้ดีว่าปกติอีกฝ่ายกินได้เร็วแค่ไหน เนอาร์ที่ในตอนแรกค่อยๆ ละเลียดรสชาติอาหารไปเรื่อยๆ ยังต้องเร่งกินให้ทัน เพราะเนอินคอยหาจังหวะแย่งกินทั้งที่จานของตัวเองหมดไปแล้วอยู่เป็นระยะ หนักเข้าหน่อยก็เกือบเอามีดจิ้มต่างดาบ เดือดร้อนให้เอียนต้องเดินออกจากครัวมาห้ามทัพเป็นระยะเช่นกัน
“คุณเอียน... ผมเปลี่ยนจากของหวานเป็นสเต็กอีกชิ้นแทนได้มั้ยครับ?” เนอินถามพลางมองถ้วยไอศกรีมตรงหน้าที่เหลือเพียงครึ่งลูกอย่างฝืดคอนิดๆ ถึงจะทำออกมาไม่ค่อยหวาน แต่สำหรับคนไม่ชอบของหวานอย่างเขา การจะให้กินลงไปทั้งหมดนี่มันนรกชัดๆ
“เปลี่ยนน่ะเปลี่ยนได้ แต่ต้องเปลี่ยนเป็นเค้กแทนนะ” เอียนว่าพลางแล้วหัวเราะออกมาเมื่อเห็นใบหน้าเหยเกของเนอินก่อนเอ่ยต่อว่า
“ไม่เป็นไรน่ะ เนอินกินได้แน่ ฉันรับรอง”
“ขึ้นชื่อว่าเค้กก็ต้องหวานอยู่แล้วครับ ผมยกให้เนอาร์ดีกว่า” พูดพลางเลื่อนถ้วยไอศกรีมที่เหลืออีกครึ่งลูกไปให้แฝดผู้น้องซึ่งรับมากินเงียบๆ แบบไม่ว่าอะไร
“ไม่เอาน่า ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก” เอียนว่ายิ้มๆ แล้วเดินหายเข้าไปในครัวโดยมีสายตาหวาดผวานิดๆ ของเนอินมองตามไป
“ยังกินเค้กได้อีกใช่มั้ย?”
ที่ถามว่ากินได้นี่หมายถึงเค้กสองชิ้น
“คุณเอียนจะเสียใจเอา” เนอาร์ตอบเรียบๆ ไม่ตอบรับ...แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
“ขอเหอะ เมื่อวานเพิ่งเห็นคุณอลิสแตร์กินไอศกรีม 20 ถ้วย...” พูดไปก็ขนลุก หน้าเบ้เพราะเผลอนึกถึงความหวานของไอศกรีม 20 ลูกรวมกันเข้า
“นายมันอคติกับของหวาน” แฝดผู้น้องคาดโทษ คิ้วเหนือตาสีน้ำตาลขมวดมุ่นเล็กน้อยอย่างไม่ชอบใจ
“ฉันแค่ไม่ชอบของหวานๆ มันบาดคอก็เท่านั้น ว่าแต่จะกินมั้ยน่ะ เค้กส่วนของฉัน ถ้าไม่กินฉันจะเอากลับไปให้เอนเซลกินแทน”
คนฟังนิ่งไปนิดก่อนจะเลิกคิ้วสูงพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“จะว่าไปวันนี้ไม่อยู่กับเธอจะดีเหรอ?”
“อยากอยู่ แต่คุณเอียนเชิญมานี่ จะให้ขัดผู้ใหญ่ได้ยังไง” เนอินว่าพลางเสตาไปมองเตาผิงที่ลั่นเปรี๊ยะให้ความอบอุ่นอยู่ข้างๆ แทน
เนอาร์หัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
พวกเขาต่างรู้ดีกว่า ผู้ใหญ่ที่ว่าไม่มีทางจะเป็นใครได้อีก นอกจากท่านพ่อท่านแม่ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ความคิดที่ว่าเอียนเป็นคนจัดการทั้งหมดนั้นมีความเป็นไปได้อยู่ แต่ไอ้ถึงขนาดเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่แบบนี้ ถ้าไม่มีคนสั่ง เอียนก็คงไม่ดั้นด้นจากคาโนวาลมาทำให้กินหรอก
เนอินหยิบจดหมายออกมาอ่านอีกครั้ง ตาสีฟ้าที่มักฉายแววซุกซนขี้เล่น บัดนี้ทอแสงอ่อนลงยามไล่ไปตามตัวอักษร จดหมายสองฉบับจากคนสองคนที่ทำให้วันนี้กลายเป็นวันที่ดีที่สุด(รองจากเรื่องกินฟรี)
ชายหนุ่มไล่เรียงสายตาอีกครั้งก่อนจะโยนมันลงไปในเตาผิง เฝ้ามองจนกระทั่งกระดาษสองแผ่นกลายเป็นเถ้าถ่านจมลงไปเบื้องล่าง แล้วเนอาร์จึงหยิบกระดาษแบบเดียวกันสองแผ่นจากกระเป๋าตรงอกเสื้อ โยนลงไปในกองเพลิง
“คิดว่าเผาไปแล้ว” เนอินเปรยยิ้มๆ มองก้อนหงิกงอสีดำท่ามกลางเปลวเพลิงสีส้มค่อยๆ ทิ้งตัวลงไปด้านล่าง ก่อนจะหันกลับมามองคนที่หยิบแก้วขึ้นจิบ เนอาร์ไม่ตอบอะไร แต่เขาก็พอจะเดาเหตุผลได้
...ในฐานะพี่ชาย...
ไอ้คนปากหนักเอ้ย...
ชายหนุ่มคิดพลางหัวเราะเบาๆ แล้วเพลงคุ้นหูก็ดังขึ้นให้ต้องชะงัก และหันขวับไปมองทางต้นเสียงพร้อมๆ กับเนอาร์
ตรงประตูที่เชื่อมกันครัวนั้น คือร่างเล็กๆ ของเด็กสาวกำลังร้องเพลงอวยพรให้กับฝาแฝดทั้งสองด้วยรอยยิ้มกว้าง ตาสีฟ้านั้นเป็นประกายยามต้องกับแสงเทียนที่ปักอยู่บนเค้กในถาดที่เธอกำลังประคองอยู่
ฝาแฝดนิ่งอึ้ง
ไม่คิดว่า ‘เธอ’ จะมาอยู่ที่นี่
กระทั่งร่างเล็กนั้นเริ่มเซนิดๆ จากน้ำหนักของถาด ทั้งสองก็ลุกพรวดเตรียมจะเข้ามาช่วย แต่ถูกตาสีฟ้าดุดันของเอียนที่อยู่ด้านหลังปรามสะกดให้ต้องกลับไปนั่งลงเช่นเดิม
ตาสองสีมองร่างน้อยๆ ในชุดกระโปรงฟ้าอ่อนตัวโปรดค่อยๆ เดินมาจนถึงโต๊ะ เอียนขยับเข้ามาถือถาดให้เธอหยิบเค้กวางลงบนโต๊ะ
“สุขสันต์วันเกิดค่ะท่านพี่เนอิน ท่านพี่เนอาร์!”
นาตาชาอวยพรซ้ำอีกครั้งด้วยรอยยิ้มกว้างจากใจ น่ารักจนเนอินต้องลุกขึ้นเข้าไปกอดแม่น้องสาวคนเล็กไว้เต็มสองแขน ก่อนจะบรรจงหอมแก้มใสๆ ทั้งสองข้างอย่างดีใจ
“ขอบคุณครับ เซอร์ไพรส์จริงๆ นะเนี่ย ว่าแต่มาได้ยังไงน่ะเรา?” ตาสีฟ้าจ้องร่างในอ้อมกอดเป็นประกายให้คนถูกถามหัวเราะเบาๆ ถูกใจ
“คุณเอียนไปรับที่บ้านค่ะ บอกว่าจะทำเซอร์ไพรส์ท่านพี่ ท่านแม่ก็อยากมาด้วยแต่ท่านพ่อสั่งห้าม ตอนออกมาก็งอแงใหญ่เลยค่ะ” เธอรายงานพร้อมเสียงหัวเราะหวานใส ก่อนจะร้องอ้ะเบาๆ แล้วกอดคอพี่คนโต ยันตัวขึ้นหอมแก้มทั้งสองข้างให้คนถูกหอมแก้มฉีกยิ้มกว้างสุดๆ แบบลืมเจ็บ
เนอาร์ลุกขึ้นนั่งคุกเข่า อ้าแขนออกรับร่างเล็กๆ ที่เดินมาหา กอดแน่นๆ ด้วยความคิดถึงไม่ต่างกัน
“ขอบคุณ” คำนั้นมาพร้อมรอยยิ้มบางอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก นาตาชายิ้มรับและหอมแก้มท่านพี่อีกคนทั้งสองข้าง
“สุขสันต์วันเกิดค่ะ” เธอผละออกมาพร้อมอวยพรอีกครั้ง เนอาร์ขยับขึ้นไปประทับจูบยังหน้าผากเล็กๆ แทนคำขอบคุณ เท่านั้นเอง...
“ขี้โกง! ทำไมเนอาร์ได้คำอวยพรจากนาตาชาตั้งสองครั้งล่ะ?”
พี่ชายคนโตออกอาการ ‘อิจฉา’ ทันที มือก็คว้าเอวเล็กๆ ของน้องสาวรั้งกลับมากอด แล้วพาขึ้นนั่งบนตัก
“นายยังได้กอดนาตาชาก่อนเลย” เนอาร์ว่าเสียงเรียบ ดึงตัวขึ้นมานั่งบ้างพร้อมเอื้อมมือขยับเค้กทั้งสองชิ้นเข้าหากตัว
“ก็ถูกแล้วนี่ เพราะฉันเป็นพี่.. เฮ้ย จะเอาเค้กฉันไปไหนน่ะ” คนเป็นพี่โวยวายดึงจานเค้กที่เมื่อครู่เพิ่งพยายามยัดเยียดให้น้องตัวเองกินแทน
“เมื่อกี้นายบอกไม่อยากกิน”
“ใครว่าฉันไม่อยากกิน ฉันแค่เสนอให้เพราะท้องอิ่มต่างหาก แต่ตอนนี้เริ่มหิวแล้ว เอามานี่เลย...”
“ถ้าอยากกินล่ะก็ยังมีอีกเยอะนะเนอิน”
“ผมอยากกินจานที่นาตาชาถือมาครับ ที่เหลือยกให้เนอาร์”
“นาตาชาอยากกินเค้กค่ะ!”
“ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ ยกให้นาตาชาทั้งก้อนเลย”
**************************
เสริมเล็กน้อย
- จดหมายที่แฝดเผา คือจม.อวยพรวันเกิดจากพ่อกับแม่ค่ะ XD /เสริมดราม่า
- คนสั่งการคือท่านพ่อของแฝดที่โดนนาตาชาทำหน้าอ้อนใส่ว่าอยากเซอร์ไพรส์พี่ๆ...
สุขสันต์วันเกิดแฝดเน!!!!! >[]<
- ปั่นเสร็จภายใน 2 ชม. พรากกกกกกกก
- แบบว่าลืมสนิท เพิ่งนึกได้ตอนห้าโมง... OTL
- ยาวสักหน่อย.. ขออภัยค่ะ /สั่นกึกๆๆๆๆๆ
- พิมพ์เสร็จปั๊บ กีอปแปะปุ๊บ ไม่ได้เช็คคำผิดด้วยค่ะ OTL
- เอาจริงๆ ก่อนหน้านี้วันเกิดแฝดกำหนดแค่ว่าอยู่ในฤดูหนาวในช่วงที่หิมะลงจัดที่สุด...
- ส่วนวันที่นั้นเพิ่งมาตัดสินเอาตอนพามาลง EED นี่ล่ะ =w=)" /ทุเรศมั่กๆ
- เอียนเป็นคาร์ฯ ที่คิดมาเพื่อตอนนี้โดยเฉพาะ กร๊ากกกกกกก
- แต่เพราะสกิลหาเรื่องใส่ตัวทำงาน ทำให้มีพล็อตหลักของเขาเป็นที่เรียบร้อย..OTL
- รู้สึกผิดต่อเอลิสกับลูจัง จำวันเกิดเธอได้แต่ไม่มีฟิคอะไรให้
- รู้สึกผิดต่อริคและโซรันยิ่งกว่า เพราะจำไม่ได้กระทั่งเวลาผ่านไปสามเดือน.... OTL
ตอนนี้ใกล้ตายด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แต่ยังพอรอดได้อยู่(และแวบเข้าทวิตได้เรื่อยๆ...) ยังไงก็ Adios เจอกันเอนทรี่ย์หน้าค่ะ XD
Status : Natsume 4
