[Fic]Reborn! : Illusion
posted on 28 Oct 2007 07:56 by foundationในที่สุดก็ได้ฤกษ์เอามาละที่นี่ซักที (เอาไปลงในบอร์ดวองโกเล่ก่อน)
เป็นภาคต่อจาก Dream ค่ะ แต่เรื่องเหมือนจะแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง มีการพูดเชื่อมโยงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นใครที่ไม่ได้อ่าน Dream มาอ่านเรื่องนี้ก่อนก็ไม่งงค่ะ ^^
จริงๆ แล้วยังมีอีกเวอร์ชั่นที่เขียนไปก่อนหน้านี้ แต่ด้วยความรั่วของมันทำให้เราต้องนั่งเขียนใหม่จนออกมาเป็นแบบนี้
อยากเขียนเวอร์ชั่นรั่วให้จบจัง....ถ้าจบจริงเดี๋ยวจะเอามาลงให้ลองอ่านกันค่ะ ^^
*********************************
[Fic]Reborn! : Illustion
Pair : Mukuro x Tsuna
------------------------------------
มืด...
...ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย...
สึนะถอนหายใจหนัก มองสภาพรอบตัว ตอนนี้เขาอยู่ในห้องที่คล้ายกับห้องนอนของตัวเอง หน้าต่างที่อยู่ทางขวามือไม่ส่องผ่านอะไรนอกจากความมืดไร้ที่สิ้นสุด ซ้ายมือคือบานประตูไม้ที่ปิดสนิท
บางทีนี่อาจจะเป็นห้องนอนของเขาก็เป็นได้ อาจเป็นเพราะความมืดกับบรรยากาศชวนน่าอึดอัดนี่ทำให้เขาไม่ค่อยอยากยอมรับว่านี่คือห้องตัวเอง เด็กหนุ่มหลับตาลง พยายามนึกถึงการตื่น คิดว่าตัวเองควรจะตื่น
...แต่ก็ยังไม่ตื่นซักที
ทั้งๆ ที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานอนแท้ๆ เมื่อก่อนเขาจะเคยนึกสงสัยว่าในอนาคต ตัวเขาจะเป็นอย่างไร จะหลุดรอดจากเงื้อมมือของรีบอร์นกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติได้ไหม จะเรียนจบรึเปล่า จะทำงานอะไร
แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะถูกมาเฟียฆ่าตาย
แล้วนี่ยังลากเอาเคียวโกะจังเข้ามาเกี่ยวด้วย
ทั้งหมด...เป็นเพราะเขาคนเดียว
"ให้ตายสิ! รีบๆ ตื่นซะทีจะได้ไหม!!!"
สึนะตะโกนดังในห้องที่เงียบกริบ แล้วทุกอย่างก็เงียบลง...เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
เด็กหนุ่มหลับตาลง และเมื่อลืมตาอีกครั้ง เขาก็เพิ่งสังเกตว่าร่างกายของเขาไร้รอยขีดข่วน ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้แท้ๆ
ไร้รอยแผล ไร้ความเจ็บปวด
นี่อาจจะเป็นข้อดีของความฝัน
สึนะเผลอยิ้มแหยๆ โดยไม่รู้ตัวเมื่อเผลอคิดว่าถ้าตัวเองติดอยู่ในนี้ตลอดไปก็คงจะดี
"คราวนี้น่าตกใจจริงๆ นะครับ"
ร่างเล็กสะดุ้งตัวลอย แต่ก็ยังดีที่สามารถควบคุมสติเอาไว้ได้ ก่อนจะหันกลับไปพบกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบสีเขียวของโกคุโยกำลังยืนยิ้มอยู่นอกห้อง มือข้างหนึ่งยังคงกำลูกบิดไว้ รูปร่างหน้าตาไม่ผิดไปจากที่เขาเห็นครั้งสุดท้าย
โรคุโด มุคุโร่
จะบอกว่าไม่แปลกใจก็คงไม่ได้ ก็แค่...ไม่คิดว่าจะได้เจอกันในความฝันแบบนี้อีกมากกว่า
"อะไรกันครับ สายตาแบบนั้น" มุคุโร่หัวเราะเบาๆ พร้อมกับเดินเข้ามายืนในห้อง "ทั้งๆ ที่คุณเป็นคนเชิญผมมาแท้ๆ"
สึนะเลิกคิ้วสูง เขาเพิ่ง 'ตื่น' ใน 'ความฝัน' สิ่งที่เขาทำก็มีเพียงแค่ตะโกนอยู่ในห้องเท่านั้น
"ฉันจำไม่ได้ว่าเชิญนายมา"
คราวนี้คนที่เลิกคิ้วกลับเป็นฝ่ายคนฟัง
"ก็คุณเป็นฝ่ายส่ง 'ประตู' มาที่โลกของผมนี่นา"
ตาสีน้ำตาลมองผ่านร่างสูงไปยังประตูห้องอย่างงงๆ แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นว่าอีกฟากหนึ่งของประตูนั้นไม่ใช่ความมืดมิด แต่กลับเป็นทุ่งหญ้ากว้าง ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา อีกทั้งยังมีทะเลสาบกว้างอีกต่างหาก
มุคุโร่หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นอาการอ้าปากค้างของอีกฝ่ายก่อนเอ่ย
"ผมเพิ่งกลับมาจากการเดินเล่นนี่เอง คุณจะมานั่งจิบชากับผมไหมล่ะครับ"
สึนะหันกลับมาเลิกคิ้วสูงอีกครั้ง
"ไม่ล่ะ"
การเข้าไปในอาณาเขตของมุคุโร่ในเวลาที่พลังของอีกฝ่ายเต็มเปี่ยม ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่ๆ
"ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ วองโกเล่" ประโยคสุดท้ายสึนะรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายจะลดเสียงลง แววตาเปลี่ยนไปวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม "การครอบครองของคุณในตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้ผมได้อะไรขึ้นมาเลย เพราะอีกไม่นานคุณก็ต้องกลับอดีตไป"
สึนะเบิกตากว้าง นี่หมายความว่า มุคุโร่คนที่เขากำลังคุยอยู่นี่คือมุคุโร่ในอนาคตอย่างนั้นเหรอ!?
"อีกอย่าง..." ร่างสูงเปรยต่อยิ้มๆ พลางก็ก้าวข้ามประตูไปยืนอีกฝั่ง"ผมเองก็ไม่ค่อยมีคนจิบน้ำชาเป็นเพื่อนมานานซักพักแล้ว ว่าอย่างไรครับ?"
สึนะลังเล...หากภาพของความฝันเมื่อหลายวันก่อนยังคงติดตา ความมืดมิด ความอึดอัดเมื่อตอนนั้นคือส่วนหนึ่งในโลกของมุคุโร่งั้นเหรอ? หรือว่านั่นเป็นเพียงเพราะอีกฝ่ายยังไม่ฟื้นพลังกันแน่
นั่นทำให้เด็กหนุ่มตัดสินใจก้าวผ่านความฝันของตัวเอง เข้าสู่โลกของมุคุโร่ โดยไม่สนใจมือที่ยืนมาให้จับอย่างมีน้ำใจ ซึ่งมุคุโร่ก็ไม่ว่าอะไรนอกจากยิ้ม ดึงมือกลับ แล้วเดินนำไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่นั่นสึนะพบว่ามีโต๊ะเหล็กที่ฉลุเป็นลายสีขาววางอยู่ พร้อมด้วยเก้าอี้เข้าชุดกันอีกสองตัว เหนือโต๊ะนั้นคือชุดน้ำชาสีขาวลายพันธุ์ไม้สีม่วงงดงาม
มุคุโร่เดินเข้าไปเลื่อนเก้าอี้ให้แขกนั่ง แต่เหมือนตนยังคงไม่ได้รับความไว้วางใจ จึงผละไปรินน้ำชาให้แทน ขณะที่สึนะยังคงมองบรรยากาศรอบๆ อย่างไม่เชื่อสายตา สายลมพัดแผ่วให้เด็กหนุ่มหลับตาสัมผัส
ยิ่งกว่าความฝัน...มากกว่าภาพลวงตา
เขาไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงมองมุคุโร่เป็นตัวอันตราย
"ถ้าไม่รีบดื่ม ชาจะชืดนะครับ" เสียงของเจ้าบ้านดังเรียกสติให้สึนะหันกลับไป และเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ว่างอยู่ มือที่แตะถ้วยชาทำให้รับรู้ถึงความอุ่นร้อนของมัน
ดูท่าทางเขาอาจจะตัดสินใจผิดก็เป็นได้
สึนะลองพยายามนึกให้ตัวเองตื่นดูอีกครั้ง แต่ก็ยังคงไร้ผลเช่นเดิม เขาถอนหายใจเบาๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ละเลียดรสขมอ่อนๆ ผ่านลงลำคอ กลิ่นหอมของชาอบอวลไปทั่วจมูกให้ความรู้สึกดี นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้มีเวลานั่งดื่มน้ำชาแบบนี้
"kufufu...เห็นคุณไม่ระวังตัวแบบนี้ ทำให้ผมคิดถึงสมัยก่อนจริงๆ นะครับ" มุคุโร่เริ่มบทสนทนา ซึ่งสึนะคิดว่าถ้าเงียบไปคงจะดีกว่า "ไม่กลัวว่าผมจะวางยาคุณหรือครับ? วองโกเล่"
สึนะสะอึก กระแทกวางถ้วยน้ำชาลงกับจานรองดังแกร้กใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะสนุกสนานจากคนชอบบลัฟอีกหน
"ผมล้อเล่น บอกแล้วไงครับว่าการครอบครองของคุณในตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้ผมได้อะไรขึ้นมา"
เขาคงคิดผิดจริงๆ ด้วย
เด็กหนุ่มบอกกับตัวเอง ตาสีน้ำตาลมองท่าทางสบายๆ ของคนพูดอย่างระแวง มุคุโร่เองก็เหมือนจะเลิกแกล้งอีกฝ่าย จึงนั่งจิบน้ำชาด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
อันไหนคือความจริงกันแน่?
สึนะถามตัวเอง ด้วยเริ่มสับสนขึ้นมา เขารู้ว่ามุคุโร่ชอบปั่นหัวคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเขา และสึนะก็ยังเดาถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายชวนเขามาจิบชาไม่ออก แค่พักผ่อน? เท่านั้นหรือ?
....เฮือก!!
สัมผัสของนิ้วที่แตะตรงระหว่างคิ้วทำเอาคนที่นั่งเหม่อสะดุ้งเฮือก เจ้าของนิ้วหัวเราะน้อยๆ แต่ยังไม่ลดมือลง
"คิดอะไรอยู่หรือครับวองโกเล่ อุตส่าห์ได้พักผ่อนทั้งที ควรจะเลิกคิดเรื่องหนักสมองซักพักนะครับ" มุคุโร่ว่าพลางก็กดแรงลงบนหัวคิ้วของสึนะ นวดเบาๆ ยิ่งทำให้คนถูกกระทำขนลุกซู่
จะมาไม้ไหนกันเนี่ย!
"พอได้แล้ว" สึนะปัดมือนั้นออก หากเป็นคนอื่นเขาคงไม่กล้าทำอย่างนี้ และถึงถ้าทำลงไปแล้วก็คงไม่แคล้วโดนกระทืบสั่งสอนเป็นค่าตอบแทน มุคุโร่หัวเราะยอมดึงมือกลับไปอย่างว่าง่าย
"คิดเรื่องการต่อสู้เมื่อวานอยู่หรือครับ?" คนฟังแอบตกใจ ถึงจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องก็เถอะ แต่ไอ้เรื่องที่เขาถูกส่งมายังอนาคตยังพอเดาได้ แต่เรื่องที่เขาต่อสู้เมื่อวานนี่ ให้ตายยังไงก็ไม่น่าจะเดาถูก แผลก็ไม่มี แถมยังไม่เคยเอ่ยปากด้วยซ้ำ
แล้วมุคุโร่รู้ได้อย่างไร?
"ไม่เห็นจะต้องเดานี่ครับ" มุคุโร่ตอบเหมือนจะเดาคำถามในใจอีกฝ่ายได้ "ยังไงที่คุณถูกเรียกมาที่นี่ก็เพื่อการต่อสู้อยู่แล้ว"
"หมายความว่ายังไง" สึนะสวนกลับทันที ทั้งตกใจ แปลกใจ อยากรู้และกลัวคำตอบในเวลาเดียวกัน หากคนถูกถามกลับยิ้มบางเหมือนไม่ใส่ใจความรู้สึกที่แสดงออกมาทางสีหน้าของคนตรงหน้า
"เห็นความอ่อนหัดของคุณแบบนี้ ทำให้ผมคิดถึงสมัยก่อนจริงๆ" มุคุโร่เปรยยิ้มๆ ราวกับต้องการเลี่ยงคำตอบ "ทั้งๆ ที่ตอนนี้คุณทำตัวได้เหมาะสมกับตำแหน่งวองโกเล่นรุ่นที่สิบแล้วแท้ๆ"
สึนะเบิกตากว้าง ใช่ว่าจะไม่เข้าใจคำตอบเลี่ยงๆ นั้น แต่เป็นไม่อยากเข้าใจเสียมากกว่า
และเหมือนคนมองจะเดาความรู้สึกจากสีหน้าได้ จึงหัวเราะออกมาเบาๆ ลมยังคงพัดเอาควันที่ลอยกรุ่นอยู่เหนือถ้วยน้ำชาสีขาว แต่ความร้อนของมันก็ยังไม่ลดลง เสียงซัดซ่าของใบไม้และกิ่งไม้ดังไปตามแรงลม เช่นเดียวกับผิวน้ำในทะเลสาบที่กลายเป็นคลื่นน้อยๆ จากขอบฝั่งไปยังใจกลาง
แสงแดด สายลม ทิวทัศน์ที่สวยงาม...
...น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ของจริง
"ซาวาดะ สึนะโยชิที่ผมรู้จักตอนนี้คือ บอสรุ่นที่สิบของวองโกเล่แฟมิลี่ ไม่ใช่เด็กน้อยอ่อนหัดเช่นคุณ" มุคุโร่ตอบยิ้มๆ "คุณจะว่ายังไงถ้าผมจะบอกว่า การที่พวกคุณถูกบาซูก้าทศวรรษยิงมายังอนาคตนี่เป็นแผนของตัวคุณเองในอีกสิบปีข้างหน้า"
...!!!...
"โกหก!!" สึนะลุกพรวดขึ้นทันที สองมือกำแน่นวางอยู่เหนือโต๊ะสีขาวฉลุลายงดงาม
"น่าเสียดาย แต่คราวนี้ผมพูดจริงครับ" ร่างสูงยืนยันด้วยน้ำเสียงกึ่งหัวเราะ "เพราะวองโกเล่ริงเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ พวกคุณจึงถูกเรียกตัวมาไงล่ะครับ ศัตรูคราวนี้ตึงมือกว่าที่คุณเคยเจอมา ดังนั้นอาจจะต้องจบลง...ด้วยการความตายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"
ปลายเสียงแผ่วเบา หากหนักแน่นจนน่ากลัว หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
ไม่มีทาง!
เป็นไปไม่ได้!!
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!!!
สึนะแทบจะตะโกนออกมา มือที่กำแน่นเริ่มสั่นกึกเช่นเดียวกับภาพของมุคุโร่ตรงหน้าที่เหมือนจะเริ่มเบลอเล็กน้อย มุคุโร่ไม่ได้วางยาเขา แต่เป็นหยดน้ำที่เอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่มีทางที่ตัวเขาเองจะเป็นคนลากคนสำคัญเข้ามาพัวพันกับเรื่องแบบนี้
เขาไม่มีทางทำแบบนี้
เขาไม่มีทางเลือกทางนี้
เขาไม่มีทางตัดสินใจแบบนี้
ไม่มีทาง!!
สึนะย้ำกับตัวเองอีกหลายๆ ครั้ง และทุกครั้งที่ย้ำแล้วมองรอยยิ้มยืนยันของมุคุโร่ ก้อนแข็งก็ยิ่งจุกในลำคอจนรู้สึกทรมาน
"ทรมานสินะครับ" ร่างสูงเอ่ยพลางลุกขึ้นเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างกาย มือใหญ่ยกขึ้นมาเกลี่ยน้ำตาที่เอ่อจนเกือบล้นออกมาตรงขอบตา ก่อนจะดึงมือที่เปื้อนหยดน้ำตานั้นสัมผัสกับริมฝีปากของตน
"ไม่อยากเห็นเพื่อนๆ ของคุณต้องตายสินะครับ" มุคุโร่ยังคงพูดต่อไปด้วยรอยยิ้ม ยกมือทั้งสองขึ้นแนบเข้ากับใบหน้าเรียวของเด็กหนุ่มผู้ที่จะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ทรงอำนาจมากที่สุดในอนาคต "ให้ผมช่วยคุณไหมล่ะครับ...วองโกเล่"
ถ้อยคำนั้นเนิบนาบ น่าฟัง
"เพียงแค่คุณให้ผมเข้าครอบครองร่างของคุณ ผมสัญญาว่าจะปกป้องเพื่อนของคุณ จะเป็นคนฆ่าศัตรูให้หากคุณไม่ต้องการเป็นคนลงมือ จะสั่งคำสั่งที่คุณไม่ต้องการพูด จะเป็นแขนขาให้คุณในยามที่คุณไม่ต้องการเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของโลกใบนี้"
สึนะเงียบ ตาสีน้ำตาลมองสบนัยน์ตาสองสีของคนตรงหน้าสั่นไหวไปมา
เขาเศร้า...เมื่อรู้ว่าตัวเองคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
เขาเจ็บปวด...เมื่อรู้ว่าตัวเองทำให้เพื่อนและคนสำคัญต้องตกอยู่ในอันตราย
เขาโกรธ...เมื่อรู้ว่าสุดท้ายตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้เลย
เขาฆ่าคนไม่ได้ แต่เขาก็ปล่อยให้คนสำคัญต้องตายไม่ได้
บางที...ข้อเสนอของมุคุโร่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
"มุคุโร่..." สึนะได้ยินเสียงตัวเองดังขึ้นในความเงียบ นัยน์ตาโตยังคงจ้องมองใบหน้าของคนตรงหน้าโดยไม่วางตา ร่างสูงดึงมือของตัวเองกลับมาไว้ข้างตัว
"ครับ?"
"มุคุโร่...นายมีหัวใจรึเปล่า?"
คำถามที่ไม่สมควรถาม
คำถามที่ราวกับประชดประชัน
สายลมโหมแรงขึ้น พัดเอาดอกไม้ ต้นหญ้าเอนลู่ไปมา ไม่ต่างจากเส้นผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงของเด็กหนุ่มผู้เป็นแขกในคืนนี้
นานอึดใจใหญ่กว่าที่มุคุโร่จะถอนหายใจแล้วยิ้ม
"ไม่มีครับ"
ลมหายใจของสึนะสะดุดกึก เมื่อคำตอบที่ได้รับนั้นไม่ใช่คำตอบที่เขาคาดคิดมาก่อน
มุคุโร่ยกมือขึ้นแตะที่ดวงตาสีแดงข้างขวา ริมฝีปากยังคงระบายยิ้มอย่างที่ชอบทำ
"นอกจากพลังและสติสัมปชัญญะของผมแล้ว ทุกอย่างเป็นของร่างที่ถูกพันธนาการอยู่ในคุกวินดีเช่ ผมเคยบอกในอดีตเมื่อครั้งที่เราพบกันในความฝันครั้งแรกแล้วไงครับ ว่าผมเป็นแค่ผลการทดลองที่ผิดพลาดและไม่สามารถทำลายได้"
ร่างสูงหยุดพูดเพียงเล็กน้อย เอื้อมมือไปหยิบถ้วยน้ำชาที่สึนะดื่มค้างไว้มาจิบ
"การดึงความทรงจำทั้งหกภพไม่สามารถทำได้หากยังเป็นมนุษย์ ผมถูกดึงขึ้นมาจากนรกแลกเปลี่ยนกับวิญญาณของเด็กน้อยคนหนึ่ง จะเรียกว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายดีล่ะครับ? ที่ต้องมาติดในภพที่ตัวเองเกลียดที่สุด ด้วยน้ำมือของสิ่งมีชีวิตที่ตัวเองเกลียดที่สุด"
สึนะอึ้ง เงียบกริบ
ทุกครั้งที่เขาพบมุคุโร่ ความรู้สึกที่มีต่อคนๆ นี้ก็เปลี่ยนไปทุกครั้ง
ครั้งแรกหวาดกลัว...ไม่เข้าใจ...เห็นใจ...และเจ็บปวดแทน
เด็กหนุ่มอ้าปาก อยากจะขอโทษที่ถามเรื่องที่ไม่สมควรจะถามออกไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
"คุณไม่ต้องเสียใจที่ถามผมอย่างนั้นหรอกครับ ผมไม่คิดมาก" มุคุโร่เปรยยิ้มๆ
สึนะเกลียดรอยยิ้มของมุคุโร่
รอยยิ้มที่เหยียดหยามโลกอย่างจริงใจ
รอยยิ้มที่สมเพชโชคชะตาอย่างไม่ปิดบัง
รอยยิ้มของคนที่ยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ราวกับไม่ใส่ใจว่ามันจะส่งผลอะไรกับตัวเอง
รอยยิ้ม...ของคนที่บอกตัวเองว่า ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีความหมายสำหรับตน และตนก็ไม่มีความหมายสำหรับทุกสิ่งในโลก
โดดเดี่ยว แข็งแกร่ง อ้างว้าง น่ากลัว
"ดูท่าทางอีกไม่นานคุณจะรู้สึกตัวแล้ว" ร่างสูงพูดขึ้นอีกครั้ง วางถ้วยน้ำชาลงบนจานรองอย่างเบามือ แล้วหันกลับมามองหน้าคนที่ยังคงยืนนิ่ง ริมฝีปากยกยิ้มเมื่อเห็นว่าแขกของเขายังคงปั้นหน้าเสียใจ สำนึกผิดไม่เลิก
"คุณไม่ต้องเศร้าหรอกครับ" มุคุโร่ว่าช้าๆ ไล้ปลายนิ้วไปตามแก้มขาวของสึนะ "เพราะเมื่อตื่นขึ้น คุณจะจำอะไรเกี่ยวกับความฝันไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องเศร้าไปหรอกครับ"
"จำไม่ได้?"
"ใช่ครับ"
มุคุโร่พยักหน้าแล้วยิ้มน้อยๆ เอ่ยแผ่วเบาราวกระซิบ
"...เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา..."
"หะ..!!" ตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกโพลง ภาพสุดท้ายยังคงติดตา สึนะลุกพรวดขึ้นมานั่ง ลำตัวมีผ้าพันแผลพันรอบ
"อันตราย!!!" เพียงแค่คำเดียวที่หลุดออกมา ผลจากการลุกขึ้นมานั่งโดยไม่ระวังและการตะโกนทำให้ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง
"รุ่นที่สิบ!! ใจเย็นๆ ครับ อย่าฝืนดีกว่า" เสียงของโกคุเดระดังขึ้นอย่างเป็นห่วง
"โกคุเดระคุง..ที่...ที่นี่ที่ไหนกัน"
"ฐานลับของพวกเราเองครับ" โกคุเดระตอบพร้อมรอยยิ้มที่ชวนให้ใจชื้น "รุ่นที่สิบหมดสติไปหลังจากการต่อสู้น่ะครับ"
"คนอื่นๆ ล่ะ" สึนะถามอย่างเป็นห่วง
"ปลอดภัยครับ ทุกคนไม่เป็นไร"
แม้จะได้คำตอบที่น่าพอใจแต่ยังมีเรื่องให้สึนะกังวลมากกว่านั้น
"เธอ..." ความทรงจำค่อยๆ กลับมาช้าๆ พร้อมกับความหวาดกลัว "เธอก็ข้ามมาด้วย...เคียวโกะจังก็ข้ามเวลาจากอดีตมาด้วย!!"
...................................
..........................................
..................................................
สายลมยังคงพัด ต้นไม้ใหญ่ยังคงยืนต้นให้ความร่มรื่น เช่นเดียวกับโต๊ะน้ำชาที่ยังคงตั้งอยู่ที่เดิม
หากผู้ที่นั่งอยู่เมื่อครู่จากสอง เหลือเพียงหนึ่ง
มุคุโร่ยกกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองเก้าอี้ที่ว่างเปล่าตรงหน้า
"ใช่แล้วครับ...คุณจะลืมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา...สึนะโยชิ"
...~Fin~...
edit @ 28 Oct 2007 08:09:51 by Lynx


ว่าแต่ทำไมมีึคลื่นวายออกมาจากคำพูดมุคุแทบทุกคำ
หรือผมจิ้นไปเอง 555
แม่ตอบ : คงเป็นอันหลังหมอรัลฟันธง!
#1 By Ritz_DD on 2007-10-28 10:27