ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Truth [2]

posted on 08 Nov 2007 01:43 by foundation

มาต่อตอนตี 1 ครึ่งอีกแล้ว สงสัยงานนี้ไอ้เบนซ์ได้กลายเป็นค้างคาวจริงๆ (แต่ช่วงที่สมองไหลคือช่วงหลังเที่ยงคืนนี่นะ = =" )

ตอนนี้แอบปั่นยาก เพราะพอจะเริ่มลงมือปั่น หลีก็วิ่งเข้ามาบอกว่า single ของสองท่านผู้ยิ่งใหญ่มีให้โหลดแล้วนะ ไอ้เบนซ์ก็รีบแจ้นไปโหลด แต่พอได้ฟัง....ขอโทษเถอะ

ไอ้ kufufu...kufufu...kufufu no fu นั่นมันอาร๊ายยยยยยยยยยย

ฟังแล้วลมจะจับ จิ้นกระจายหายกระจุยแบบกู่ไม่กลับ พอตั้งใจว่าจะไปฟังท่านฮิบาริร้องเพลงเรียกจิ้นคืนกลับ เปิดมาทำนองเพราะเชียว นึกในใจจิ้นกลับมาแน่ๆ แต่พอเริ่มฟังไปๆ เฮ้ย! ทำไมเนื้อเพลงมันรั่วเยี่ยงนี้ล่ะเจ้าคะท่านฮิบาริ๊!!! =[]=!!

จบเพลงแล้วก็ปิด...ไปนอนตาย กว่าจะฟื้นจิ้นได้ก็อีก 1 วันต่อมา = ="

พล่ามมาก็มากแล้ว ไปอ่านกันดีกว่าค่ะ ^^"

ปล..ตอนนั่งฟังนี่นั่งจิ้นเป็นท่านมุคุโร่กำลังร้องคาราโอเกะ แล้วทีวีที่ขึ้นเนื้อร้องด้านหลังเป็น PV อนิเมเรื่อง whistle (ทำนองโคดจะเป็นเพลงปลุกใจกีฬาฟุตบอลจริงๆ) ส่วนของท่านฮิบาริจิ้นเป็นท่านกำลังซัดกับศัตรูไปพลาง ร้องเพลงไปพลาง ท่อนสุดท้ายก็ซัดคนสุดท้ายลงไปกอง หันหลังสะบัดเลือดออกจากทอนฟา แล้วหันกลับมามองกล้องพร้อมกับร้องประโยคสุดท้าย "จากนี้ต่อไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก" =[]=b

ปปล...อยากทำเป็น MV จริงๆ เลย ให้ตายสิ


**************************

Title : Truth
Pairing : 6927
Rating : PG (ยังคงเป็น PG อยู่)

 

          'ถ้านายคิดจะทำ คงทำไปนานแล้ว...'

          รอยยิ้มเหยียดหยันขึ้นในความเงียบ นับตั้งแต่ที่เจ้าของคำพูดที่ดังในหัวจากไป สายลมก็หยุดพัด เสียงนกร้อง เสียงซัดซ่ายามกิ่งไม้ใบไม้กระทบกันก็เงียบลง

          ...พูดได้ดีนี่

          มุคุโร่ยังคงเหยียดยิ้มขณะลุกขึ้นยืน พลันทิวทัศน์ รวมไปถึงสิ่งของรอบตัวก็เริ่มบิดเบี้ยว ความมืดค่อยๆ เข้ามากลืนกินจนในที่สุดรอบตัวของชายหนุ่มได้กลายเป็นความมืดอนธกาล

          ความมืดที่ยากจะหยั่งถึงจุดจบ

          ถ้านั่นเป็นการคาดเดาจากคนที่ได้ชื่อว่ามีสุดยอดลางสังหรณ์อย่างคุณ...

          ผมคงต้องขอบอกว่า น่าเสียใจจริงๆ

          และถ้าจะบอกว่าเป็นการคาดคะเนจากความคุ้นเคยกันล่ะก็...

          ผมคงต้องบอกว่า...คุณยังคงอ่อนหัดไม่เปลี่ยนแปลง

          ...วองโกเล่ของผม


--------------------


          "อรุณสวัสดิ์ครับรุ่นที่สิบ"

          ร่างเล็กที่กำลังเดินไปตามทางเดินของคฤหาสถ์หมุนตัวหันกลับมายิ้มพร้อมทักตอบโดยไม่ต้องหยุดคิดว่าคนทักเป็นใคร

          "อรุณสวัสดิ์โกคุเดระคุง"

          แล้วร่างสูงโปร่งของคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและมือขวาของเขาก็ก้าวยาวๆ มาเดินเคียงข้างอย่างรวดเร็ว เมื่อมาเดินเทียบกันแบบนี้แล้วก็ยิ่งเห็นข้อเปรียบเทียบทางด้านความสูงได้อย่างชัดเจน อันที่จริงสึนะสูงขึ้นมากนับตั้งแต่ขึ้นม.ปลาย แต่ก็เมื่อเทียบกับคนที่อยู่รอบตัวแล้วก็ยังถือว่าเขาตัวเล็กเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

          "วันนี้ดูสดชื่นจังเลยนะครับ" ร่างสูงยิ้มพยายามชวนคุย ขณะที่ตายังคงตรวจเอกสารในมือ คนถูกถามตอบเป็นรอยยิ้มน้อยๆ อันเป็นนิสัยที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้จะรู้ดีว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายนั้นแห้งแล้งเหลือเกิน

          "เมื่อคืนคงจะฝันดีสินะครับ"

          "อืม..." สึนะส่งเสียงในลำคอเหมือนไม่แน่ใจ "ไม่รู้สิ พอตื่นขึ้นมาก็จำเนื้อหาอะไรไม่ได้ แต่รู้นะว่าฝัน"

          "ดีแล้วล่ะครับ"

          "หือ?" ร่างเล็กเลิกคิ้วถามกลับ ไม่เข้าใจ โกคุเดระจึงละสายตาจากเอกสารขึ้นมายิ้มพร้อมกับอธิบายตามประสาคนที่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์แน่นปึ้ก(แต่ดันเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติขึ้นสมอง)

          "การฝันคือการจัดระเบียบสมองของมนุษย์ครับ ช่วงที่คนเราจะฝันนั้นจะอยู่ในช่วงที่คนที่หลับอยู่จะกลอกไปมาเร็วๆ ร่างกายอาจจะมีการตอบสนอง เช่น ใจเต้นเร็ว หายใจถี่ จะกินเวลาร้อยละยี่สิบของการนอน คนเรามักจะฝันเพื่อลืม ตามทฤษฎีของ Francis Crick และ Graeme Michison บอกไว้ว่า การหลับฝันเป็นแบบแผนในการลบล้างด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่มีการขัดขวางจากสัญญาณที่เคลื่อนที่คงที่ในช่วงตื่น สมองใช้ความเงียบในตอนกลางคืนเพื่อให้ระบบต่างๆ ปล่อยข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์ออกมา ภาพที่ไม่จำเป็นและยุ่งเหยิง ความจำต่างๆ และความสัมพันธ์ต่างๆ จะเกิดขึ้นในความฝัน ตรวจสอบคุณค่า และหลังจากนั้นจึงลบทิ้ง"

          สึนะฟังแลคเชอร์สั้นๆ ยามเช้าด้วยสีหน้ายิ้มๆ เอาเถอะ...ฟังโดยรวมก็พอจะสรุปว่ามันดีแล้วที่เขาจำความฝันไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ช่างมันเถอะ

          ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเปิดประตูบานใหญ่ของห้องที่อยู่เกือบลึกที่สุดของคฤหาสถ์ แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ โต๊ะทำงานไม้และโซฟากลางห้องทำให้เกิดเงาทาบกับพื้น กลิ่นหอมจากดอกไม้ในแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้รู้สึกสดชื่น

          สึนะก้าวยาวๆ เข้าไปเปิดหน้าต่างเพื่อรับลม ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำก่อนเริ่มงาน เสียงนกร้องกับอากาศเย็นๆ ที่สูดเข้าปอดไม่ต่างจากแหล่งพลังงานที่จะทำให้เขาสามารถลุยงานหนักไปได้ทั้งวัน

          "มีรายงานจากอิตาลีเข้ามาครับ" เสียงของโกคุเดระดังขัด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ปกติแล้วอีกฝ่ายจะปล่อยให้เขาผ่อนคลายจนกว่าจะเป็นฝ่ายหันกลับมาถามเรื่องงานด้วยตัวเอง สึนะปิดหน้าต่างแผ่วเบา เดินมานั่งลงบนเก้าอี้ขนาดพอดีตัวที่เข้ามาแทนที่เก้าอี้นักบริหารตัวใหญ่ที่เขาสั่งให้ยกออกไป ด้วยเหตุผลที่ว่ามันใหญ่เกินไป นั่งแล้วเหมือนจะจมหายเข้าไปในเบาะ

          กระดาษแผ่นนึงถูกยื่นมาให้สึนะรับไปกวาดตามอง ขณะที่โกคุเดระยืนนิ่งรอให้อีกฝ่ายอ่านจบ

          จากข้อมูลที่ได้รับมา ดูเหมือนจู่ๆ โคลมจะขาดการติดต่อ เรียกว่าจู่ๆ ก็หายตัวเข้าดงหมอกไปเลยก็ว่าได้

          บางทีพวกนั้นอาจจะแค่ไม่อยากติดต่อมา

          สึนะให้เหตุผลง่ายๆ กับตัวเอง แต่ไหนแต่ไรกลุ่มโกคุโยก็ทำอะไรตามใจตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งสึนะก็ยอมรับได้และพอจะเข้าใจจิตใจของอีกฝ่ายดี ตราบใดที่ไม่มีทีท่าว่าจะกลายเป็นศัตรูกับพวกเขา ก็ถือว่ายังไม่เกิดปัญหาอะไร

          "นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีอะไรผิดปกติอีกไหม?" สึนะถามโดยที่สายตายังไม่ละจากแผ่นกระดาษ

          "ไม่มีครับ" โกคุเดระอึกอักเล็กน้อย รู้ดีว่าหากถูกถามแบบนี้ ก็หมายความว่าอีกฝ่ายไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก ถึงจะโคลมจะมาเป็นผู้พิทักษ์แห่งหมอกให้นายของเขามาหลายปี และไม่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย แต่ความคลางแคลงใจที่มีต่อพวกที่ได้ชื่อว่าเป็นอดีตศัตรูก็ยังคงมีอยู่ รุ่นที่สิบเองก็เหมือนกัน ไม่รู้จะวางใจไอ้พวกนี้ไปถึงไหน

          "ถ้าอย่างนั้นก็เข้าเรื่องที่ข้อมูลที่คุณฮิบาริค้นพบเลยก็แล้วกัน..."

          นั่นอย่างไรล่ะ...

          ก่อนที่โกคุเดระจะได้ถอนหายใจอย่างหนักใจ เสียงประตูที่เปิดผางออกก็เรียกความสนใจไปเสียก่อน

          "เกิดเรื่องแล้วครับ!!" สึนะลุกพรวดขึ้นทันที ขณะที่หนึ่งในสมาชิกหายใจหอบหนัก พยายามเรียบเรียงคำพูดออกมาอย่างกระท่อนกระแท่นเต็มที

          "คะ..คุณโคลม..." ผู้แจ้งข่าวสูดหายใจเข้าอีกครั้ง

          "ตอนนี้พวกคุณโคลมกำลังบุกเข้าคุกวินดีเช่ครับ!!"


------------------------


          ข่าวการบุกคุกวินดีเชของโคลมในครั้งนี้ที่สุดท้ายก็ล้มเหลวสร้างความปั่นป่วนให้กับวองโกเล่แฟมิลี่เป็นอย่างมาก อย่างแรกคือจุดยืนที่ได้รับความกระทบเทือน ด้วยเพราะผู้บุกรุกในครั้งนี้เป็นถึงหนึ่งในเจ็ดผู้พิทักษ์ที่ถือได้ว่าเป็นมือเท้าให้กับวองโกเล่รุ่นที่สิบ และการที่คนในระดับนั้นทำอะไรที่ขัดกับกฎในโลกของมาเฟียแบบนี้ ย่อมทำให้หลายแก๊งเริ่มคลางแคลงใจ อย่างที่สองคือการหายตัวไปของ โรคุโด โคลม

          ตาสีเขียวทอดมองร่างเล็กที่นั่งกุมขมับอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก

          เขาอยากเสนอให้วองโกเล่ประกาศขับโคลมออกจากแก๊งซะ แต่เขารู้ดีว่านั่นเป็นการตัดช่องน้อยแต่พอตัว และที่สำคัญคือรุ่นที่สิบไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด

          และเพราะเป็นอย่างนั้น ผลที่ออกมาก็คือความเครียดที่สะสมต่อเนื่องมาหลายวัน โกคุเดระรู้ว่าอีกฝ่ายแทบจะไม่ได้พักผ่อน ไหนจะตรวจสอบข้อมูล ถึงกับบินไปอิตาลีด้วยตัวเอง บวกกับงานปกติที่ก็แทบจะเคลียร์ไม่หมดอยู่แล้วอีก

          โกคุเดระเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่า การที่คนๆ นี้ได้ขึ้นเป็นบอสของวองโกเล่ตามที่เขาปรารถนามานานนั้น...เป็นเรื่องที่สมควรเกิดขึ้นหรือไม่ จริงอยู่ว่าเขาอยากเห็นร่างเล็กตรงหน้าอยู่ในจุดเหนือสุด จุดที่จะทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นโดยแหงนหน้ามอง

          แต่ถ้านั่นต้องแลกกับรอยยิ้มของอีกฝ่ายล่ะ?

          ผู้พิทักษ์แห่งวายุเผลอเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว

          "โกคุเดระคุง?" น้ำเสียงสูงเล็กน้อยเชิงถามผสมกับความกังวลทำให้โกคุเดระสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมาสบกับตาสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

          "เหนื่อยหรือ? ไหวรึเปล่า? จริงสิ..ตั้งแต่เมื่อวานโกคุเดระคุงยังไม่ได้พักเลยนี่ งั้นวางงานที่เหลือไว้ก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันอ่านเองได้" สึนะว่ายิ้มๆ แล้วลงมือก้มหน้าทำงานจะต่อ แต่แล้วจู่ๆ เอกสารก็ถูกดึงออกไปเสียก่อน

          "รุ่นที่สิบเองก็ไม่ได้พักเหมือนกันไม่ใช่หรือครับ? ถ้ายังไงนอนพักซักชั่วโมงสองชั่วโมงก่อนจะดีกว่านะครับ"

          "แต่ว่า..."

          "พักหน่อยเถอะครับ ถ้ารุ่นที่สิบเป็นอะไรขึ้นมาเพราะทำงานหนักเกินไป ผมคงไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองแน่ๆ"

          คำพูดกับสายตาวิงวอนของมือขวาคนสนิทหุบปากของสึนะได้อย่างชะงัด และดูท่าทางเอกสารที่โดนยึดไปคงไม่มีทางจะได้คืนมาได้ง่ายๆ เป็นแน่ คิดแล้วร่างเล็กก็ถอนหายใจเฮือก พยักหน้าเข้าใจ

          "ก็ได้ งั้นโกคุเดระคุงก็ไปพักผ่อนก็แล้วกัน อีกชั่วโมงก็ช่วยมาปลุกฉันหน่อยนะ" พูดพลางก็เดินไปล้มตัวลงนอนกับโซฟากว้าง

          "ไปนอนที่ห้องดีกว่าไหมครับ นอนตรงนี้มันจะไม่สบาย..." โกคุเดระที่พยายามจะโน้มน้าวเงียบเสียงเมื่อเห็นมือที่โบกไปมาของอีกฝ่าย พร้อมกับเสียงงึมงำตอบ

          "ไม่เป็นไรๆ ฉันนอนได้ นายไปพักผ่อนเถอะ"

          สิ้นคำพูดสุดท้ายร่างเล็กก็เข้าสู่นิทราทันที เรียกรอยยิ้มอ่อนโยนปนเศร้าสร้อยให้กับคนที่ยืนมอง

          ทั้งๆ ที่ตัวเองเหนื่อยจนแทบไม่ไหวแล้วแท้ๆ...

          โกคุเดระวางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างบานใหญ่ให้อากาศภายในห้องได้ถ่ายเท ก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องเบาๆ เพื่อให้ร่างเล็กได้พักผ่อนอย่างเต็มที่


--------------------------


          "มุคุโร่!!"

          เสียงใสหากเต็มไปด้วยอำนาจและโทสะตวาดลั่นในความมืด ตาสีน้ำตาลสอดส่ายหาร่างของคนที่เขาต้องการเจอตัวมากที่สุดในตอนนี้ และทันใดนั้นเองทิวทัศน์รอบตัวก็เปลี่ยนไป หากสึนะก็คุ้นตากับสถานที่แห่งนี้ดี

          พื้นที่เต็มไปด้วยรอยแตกหัก ผนังที่เคยใช้เก็บเสียงมีร่องรอยปริแตกรวมไปถึงร่องรอยของการถูกทำลาย ด้านในสุดที่เป็นชั้นยกขึ้นปรากฏโซฟาสีทึมเก่าๆ ขาดๆ พร้อมกับหมอนอิงขนาดเล็กอีกหลายใบ ผืนผ้าที่เคยเป็นฉากกั้นด้านหลังยังคงมีรอยขาดวิ่น

          ทุกอย่างไม่ต่างจากครั้งแรกที่เขาเห็น

          ใช่..ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่...

          ร่างสูงที่ยังคงนั่งยิ้มอย่างสบายใจบนโซฟานั่น

          " 'น่ายินดีจริงๆ ที่เราได้พบกันอีกครั้ง'..." ร่างนั้นพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ "...ถ้าพูดอย่างนี้พอจะทำให้คุณคิดถึงอดีตไหม่ครับ?"

          น่าเสียดายที่สึนะไม่ได้อยู่ในอารมณ์อยากรำลึกความหลังอะไรนั่น ตาสีน้ำตาลตาลคมเป็นประกายวูบวาบราวกับพร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นสีทองส้มได้ทุกเมื่อ

          "ตายจริง...เกิดอะไรขึ้นหรือครับ ถึงได้ดูเหมือนกำลังโกรธใครอยู่"

          ก็เพราะนายนั่นล่ะ!!

          สึนะตอบคำถามนั้นในใจพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อร่างสูง หากมุคุโร่กลับหัวเราะน้อยๆ ราวกับเป็นการเล่นต่อสู้แบบสนุกๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่ง นัยน์ตาสองสีเงยขึ้นสบกับตากลมโตที่แสดงถึงโทสะที่ลุกโชนอยู่ภายใน

          น่าเกรงขาม...สวยงาม

          "ทำไมนายถึงทำอย่างนี้!!" สึนะกระชากเสียงถามอย่างไม่กลัวเกรง ไม่หลงเหลือเค้าของเด็กน้อยที่ตัวสั่นทุกครั้งที่สัมผัสถึงการมาถึงของเขาเมื่อหลายปีก่อน

          มุคุโร่ยิ้ม ก่อนถามกลับราวกับไม่เข้าใจเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังถาม

          "ทำอะไรหรือครับ? ผมแค่อยากนึกถึงวันเวลาเก่าๆ..."

          "อย่ามาล้อเล่นน่ะ!!" สึนะตะโกนใส่อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเขาไม่เคยพูดจาแบบนี้กับใคร และไม่คิดอยากจะทำให้ใครเห็น แต่เมื่อคิดว่ามุคุโร่กำลังใช้ชีวิตของผู้ที่เชื่อมั่นในตัวเขาแลกเปลี่ยนกับอิสระเพียงชั่ววูบแล้วก็อดที่จะเผลอปะทุอารมณ์ออกมาไม่ได้

          "นายสั่งให้โคลมไปช่วยนายใช่ไหม!!"

          มุคุโร่เลิกคิ้วสูง ยังคงตีหน้าสงสัยได้อย่างแนบเนียน...ในแบบที่สึนะแทบจะไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์ว่ามันหลอกลวง!

          "อะไรที่ทำให้คุณคิดอย่างนั้นล่ะครับ?"

          "ถ้าไม่ใช่นายสั่งแล้วทำไมพวกนั้นถึงบุกคุกวินดีเช่ล่ะ!"

          "พวกเขาอาจจะเพิ่งตัดสินใจได้ก็ได้นี่ครับ"

          "อย่ามาโกหกฉัน โรคุโด มุคุโร่!!" สึนะหายใจหอบ ตาสีน้ำตาลวิบวับไปด้วยอารมณ์มากมายไม่เพียงแต่ความโกรธเท่านั้น ตรงข้ามกับมุคุโร่ที่ยังทำตัวว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วมองดูอากัปกิริยาของร่างเล็กอย่างสนุกสนาน

          "นายคิดว่าคนที่ต้องการให้นายออกมาจากคุกนั่นมากที่สุดเป็นใคร? แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงยอมเสียเวลาเป็นปีๆ ไม่บุกเข้าไปทั้งๆ ที่มีโอกาสตั้งหลายครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องรอ และไม่คิดที่จะห่วงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ขอแค่ให้นายได้ออกมา ต่อให้ต้องเชิดคอตัวเองสังเวยต่อหน้าผู้คุมของวินดีเช่ สามคนนั่นก็พร้อมจะยอมเสียสละ ทีนี้นายตอบฉันซิ..." สึนะกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเข้ามาประชิด ขณะที่ปากขยับถามประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ

          "ทำไมพวกนั้นถึงต้องรอจนถึงตอนนี้? ทำไม? ถ้าไม่ใช่เพราะนายบอกให้พวกนั้นทำ!"

          นั่นสินะ เขารออะไร?

          มุคุโร่ถามตัวเอง หากรอยยิ้มยังคงไม่เลือนไปจากใบหน้า

          ราวกับหน้ากาก...ที่ไม่มีวันพังทลาย

          "คำสัญญา..." จู่ๆ ร่างเล็กก็เอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบไปพักใหญ่ "คิดว่าฉันจะไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับนายรึไง?"

 

          'ฉันจะเป็นคนพานายออกมาเอง จะให้นายได้พบกับอิสระที่แท้จริง ให้นายได้ใช้ชีวิตร่วมกับสามคนนั่นอย่างที่นายต้องการ'

 

          "นายเห็นฉันเป็นคนที่แย่ขนาดนั้นเลยหรือไง?"

          มุคุโร่หลับตาลง หากคำสัญญานั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวสลับกับคำถามเมื่อครู่

          ...เขารออะไร?...


          'การที่เข้ามาในอาณาเขตของผมแบบนี้ ไม่กลัวผมจะทำอะไรกับ 'ตัวตน' ของคุณหรือครับ?'

          'ถ้านายคิดจะทำ คงทำไปนานแล้ว...'

          '...ใช่ไหมล่ะ'

 

          "ตอบฉันมาสิ!" สึนะกระชากเสียงถามอีกครั้ง แล้วพลันราวกับโลกหมุนเร็วขึ้นจนเห็นภาพเบื้องหน้าเป็นเส้นๆ พร้อมกับที่แผ่นหลังของตนสัมผัสกับเบาะนุ่มของโซฟา ภาพตรงหน้ายังคงเป็นใบหน้ายิ้มแย้มของคนที่เขากำลังคาดคั้นคำตอบ เพียงแต่ฉากหลังแปรเปลี่ยนไป และแววที่ทอดมองมาทำให้ร่างเล็กถึงกับเย็นสะท้าน

          "คุณเคยถามใช่ไหมครับว่า การที่ผมปล่อยคุณให้เข้ามาให้โลกของผมแบบนี้ มันดีแล้วหรือไง จำได้ไหมครับ"

          สติถูกเรียกให้กลับมาด้วยคำถามที่เหมือนจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับหัวข้อที่กำลังพยายามสะสางกันอยู่เมื่อครู่

          "คำตอบคือดีแน่นอนครับ เพราะนั่นทำให้คุณไว้ใจในตัวผม จนถึงขนาดก้าวเข้ามาตะโกนโวยวายได้อยู่อย่างนี้ยังไงล่ะครับ"

          สึนะนิ่งอึ้งกับคำตอบที่อาจจะเป็นคำตอบที่แท้จริงของคำถามที่เคยถามไปเมื่อคราวที่แล้ว

          มุคุโร่ขยับยิ้มมากขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของคนตรงหน้า

 

          'ถ้านายคิดจะทำ คงทำไปนานแล้ว...'

          '...ใช่ไหมล่ะ'

 

          "ผมรู้ครับว่าคุณไม่ใช่คนที่ชอบผิดสัญญา" จู่ๆ หัวข้อก็ถูกเปลี่ยนกะทันหันด้วยน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี แต่คนฟังกลับไม่รู้สึกตามไปด้วย ภายใต้กระแสเสียงที่เหมือนจะไม่มีอะไร สึนะรับรู้ได้ถึงความเย็นเยียบ โทสะที่ตกตะกอน และความไม่พอใจที่กรุ่นไออยู่ในนั้น

          ...แล้วเขารออะไร?

          มุคุโร่ยิ้มอีกครั้ง

          "แต่คุณไม่มีทางที่จะทำสัญญานั่นให้เป็นจริง"

          สึนะเบิกตากว้าง

          "นี่นาย!!.."

          ไม่ทันที่จะสิ้นเสียงสุดท้ายดี ริมฝีปากบางก็ถูกปิดลงด้วยจูบของคนที่คร่อมอยู่เบื้องบน แรงที่บดเบียดลงมายิ่งทำให้สึนะกัดฟันเม้มปากเสียแน่น แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสอุ่นและเปียกชื้นกำลังไล้ไปทั่วริมฝีปากของเขา

          นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!!

          แต่ก่อนที่หัวสมองจะสามารถหาคำจำกัดความของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ แรงบีบจากมือใหญ่ที่เลื่อนขึ้นมาจับตรงกรามทำให้สึนะเผลออ้าปากออกอัตโนมัติ และนั่นก็เป็นเป็นโอกาสให้ลิ้นร้อนๆ ของมุคุโร่สอดเข้าไปทันที


*******************TBC...(ไอ้เบนซ์ถือปังตอมาตัดฉับ!! แล้ววิ่งหลบสหบาทา)

edit @ 8 Nov 2007 01:57:38 by Lynx

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

....เขียนจริงๆ มันเขียนจริงๆด้วย!!!

โว้ววววววว อีดอสรออ่านต่อ สับประรดสุดตรีน = =b
(ถ้าดอง...ปังตอในมือแกจะย้ายตัวไปอยู่บนหัวแทนนะที่รัก)

#1 By SadoZ on 2007-11-08 07:35

ตัดกันแบบนี้เลยเหรอ 555+ กระชากใจกันอีกแล้ว > <"

อยากอ่านต่อ โฮก สัปปะรดแบบนี้สิ ถึงจะดี! - -v
กำลังมันส์เลยพะยพค่ะ รอ ร้อ รอ
พี่เบนซ์~~~~~~~
ห้ามดองนะครับ ผมไม่ให้ดอง อ๊าก ม่ายห้ายยยยยย
ต่อโดยด่วนเลยนะครับ

#3 By 【Kui】 on 2007-11-08 17:46

เดี๋ยวกลับมาอ่าน.....(เวลาไม่มี ต้องทำ pbl =[]=)
เบนซ์....โหลดเพลงที่ไหนวะ ส่งลิงก์ทางเมล์ให้กรุด้วย =[]=

#4 By A.A the wolf on 2007-11-08 18:44

เรทมันมาแล้ว=[]=!!

อย่าดองนะค้า T T สึนะราชินี(?)กับมุคุนี่ช่างเป็นอะไรที่แบบว่า.. -//-

#5 By sarail on 2007-11-08 18:50

เวงงงงงงงงง ต่อด่วนเด้!

#6 By *kao* ตายสนิท on 2007-11-08 23:27

ไม่ย๊อมมมมมม ตัดฉากงี้ได้ไงคร้า~!!!!!

#7 By Lina (58.64.102.121) on 2007-11-11 14:13