ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Truth [3]

posted on 10 Nov 2007 17:23 by foundation

เศร้า...อดเล่นเนท 2 วันเป็นอะไรที่โคดทรมานจริงๆ เนื่องจากเนทที่ใช้เป็นเนท LAN กันทั้งหอ แล้วมีไอ้บ้าตัวไหนไม่ทราบเล่นเนทจนติดไวรัส ระบบของ True ก็เลยตัดเนท สรุปคือเนทล่มแม่งทั้งหอ...

อย่าให้รู้เชียวนะว่าห้องไหน แม่จะไปฆ่าวางเพลิงให้ดู แสดดดดดด

นั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ 2 วันเต็มๆ แล้วเพิ่งจะแสกนเครื่องกับโปรแกรมที่ True ให้ลองใช้ (ก่อนหน้านี้พยายามดูแต่มันไม่ยอมโหลดอัพเดท) แน่นอนว่ามันต้องไม่มีไวรัสอยู่แล้ว พอมาต่ออีกที...อ่าว เล่นได้แล้ว = ="

 เรื่องของเรื่องสำหรับตอนนี้

WARNING!!!

เรทนะจ๊ะ >[]

แต่...เพราะไอ้เบนซ์ไม่ได้แต่งเรทนานแล้ว นับตั้งแต่ฟิคดีเกรย์ที่ดองไว้(ยังมีหน้ามาพูดอีก) อีกทั้งช่วงหลายปีมานี้ทำตัวเป็นเด็กดี ไม่อ่านฟิคเรทแรงๆ ทำให้ไม่สามารถแต่งออกมาได้อย่างที่ใจต้องการ จริงๆ ตั้งใจไว้ว่าจะให้ออกมาเป็น SM แบบแรงๆ ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ได้ออกมาเท่าที่เห็น

เสร็จตอนนี้ทำให้รู้ว่าต้องเริ่มทำตัวให้เหมือนอดีตซะแล้ว (วายไม่แบ่งเรทแบ่งพวก)

ปล...ด้วยจรรยาบรรณที่เหลืออยู่น้อยนิด ก็เลยทำแบบซ่อนเอาไว้ ใครหักใจคิดว่าอ่านได้ก็เชิญตามสบายค่ะ

*************************************

Title : Truth
Pairing : 6927
Rating : NC-18

----------------------------------

 

           "นี่นาย!!.."

           ไม่ทันที่จะสิ้นเสียงสุดท้ายดี ริมฝีปากบางก็ถูกปิดลงด้วยจูบของคนที่คร่อมอยู่เบื้องบน แรงที่บดเบียดลงมายิ่งทำให้สึนะกัดฟันเม้มปากเสียแน่น แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสอุ่นและเปียกชื้นกำลังไล้ไปทั่วริมฝีปากของเขา

           นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!!

           แต่ก่อนที่หัวสมองจะสามารถหาคำจำกัดความของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ แรงบีบจากมือใหญ่ที่เลื่อนขึ้นมาจับตรงกรามทำให้สึนะเผลออ้าปากออกอัตโนมัติ และนั่นก็เป็นเป็นโอกาสให้ลิ้นร้อนๆ ของมุคุโร่สอดเข้าไปทันที

           "อื้อ!!" สึนะพยายามใช้มือปัดป่ายให้ร่างเบื้องบนถอยออกไป แต่มันก็ไม่ต่างกับการยันกำแพงเหล็กกล้าในโหมดปกติ ร่างเล็กพยายามที่จะหุบปาก กัด หรือทำอะไรซักอย่างที่จะทำให้ลิ้นที่กำลังควานลิ้มรสไปทั่วโพรงปากของเขาถอนออกไป แต่เพราะแรงที่ยังคงบีบลงมาอย่างไม่สนใจว่าเขาจะเจ็บหรือไม่ สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือลิ้มรสความเจ็บปวดไปพร้อมๆ กับอาการหน้ามืดจากการขาดอากาศหายใจ

           เสียงดูดดุน เสียงของของเหลวภายในปากที่ไหลปะปนกันจากจูบที่เอาแต่ใจ ร้อนแรง และกระหาย สลับเสียงอึกอักจากการพยายามหายใจอย่างเต็มที่ดังเข้ามาให้สึนะรู้สึกขยะแขยง หากในความรู้สึกขยะแขยงนั้น ยังมีอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้จักลอยปะปนอยู่

           และเหมือนมุคุโร่จะรู้ขีดจำกัดของสึนะนี้ดี ทันทีที่ถึงจุดที่ร่างเล็กทรมานอย่างที่สุดและใกล้จะสลบ เขาก็ยอมปล่อยริมฝีปากนั้นให้เป็นอิสระ

           สึนะสูดหายใจเข้าเต็มปอด เพียงชั่วเวลาไม่กี่นาที กลับรู้สึกทรมานนานนับชั่วโมง มือที่รั้งใบหน้าไว้ผ่อนแรงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เขาสามารถหุบปากได้

           มุคุโร่จ้องมองนัยน์ตากลมโตที่แม้จะหรี่ปรือเหมือนไม่สามารถโฟกัสอะไรได้ แต่ก็ยังคงมีสติอยู่เต็มเปี่ยมแล้วขยับยิ้ม

           ...มากกว่านี้...

           ผมรู้ว่าคุณคงไม่จนมุมง่ายๆ แค่นี้หรอก

           "นาย...คิดจะ..ทำอะไร" สึนะที่เริ่มหายใจคล่องขึ้นมาเล็กน้อย เค้นคำถามออกมาทีละคำอย่างยากลำบาก ทั้งๆ ที่ควรจะรอให้ตัวเองปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติก่อนแท้ๆ แต่บางอย่างกำลังเตือนเขาว่าคนตรงหน้าจะไม่ยอมรอถึงตอนนั้นแน่นอน

           แต่จะทำอะไรต่อไปจากนี้ เขาก็ไม่อาจจะรู้ได้เช่นกัน

           แม้เขาจะมีความสามารถในการอ่านคน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะอ่านใจ อ่านสิ่งที่คนอื่นคิดอยู่ได้ ดังนั้นบางครั้งที่เขาเดาความคิดของฝ่ายตรงข้ามได้ก็มาจากการมองท่าทางและการคาดคะเนล้วนๆ และในครั้งนี้ความสามารถนั่นก็ดูเหมือนจะพึ่งอะไรไม่ได้เลย

           "ผมแค่..." ร่างสูงหยุดเหมือนกับคิดหาคำที่จะเอ่ย ก่อนยิ้ม "เลิกที่จะรอเท่านั้นเอง"

           "หมายความว่า..อุ๊บ!!"

           และเป็นอย่างที่สึนะคิด เมื่อมุคุโร่เห็นว่าเขาสามารถพูดติดต่อกันได้เพียงเล็กน้อย ก็ก้มลงมาปิดริมฝีปากของเอาอีกครั้งทันที หากครั้งนี้รุนแรงกว่า จาบจ้วงมากกว่า และร้อนแรงมากยิ่งขึ้น

           สองมือที่พยายามทำหน้าที่ผลักไสร่างตรงหน้าถูกเชือกที่ไม่รู้ที่มาพันแน่นและดึงไปด้านบนอย่างแรงจนสึนะเผลอร้องงึมงำออกมาในลำคอ ลิ้นที่จาบจ้วงเข้ามาหาในปากอย่างถือสิทธิ์ รสจูบที่ได้รับทำให้สติที่เตรียมพร้อมเริ่มสับสนและพร่าเลือน นั่นทำให้มุคุโร่ยอมผละจูบอันแสนหวานออกมา หากริมฝีปากและลิ้นอุ่นนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่บนริมฝีปากของสึนะไม่ห่างอยู่ดี

           ร่างเล็กหอบหายใจ สมองเริ่มตีกันเองระหว่างสติที่พยายามคิดหาเหตุผลกับอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมา แล้วเสียงสวบสาบของเสื้อผ้ากับความเย็นที่ปะทะกับผิวโดยตรงก็ทำให้ความคิดทั้งหมดหายไปทันที

           สึนะผงกหัวตัวเองขึ้นมามองเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมใส่ถูกแหวกออกให้สัมผัสกับความเย็นเยียบของบรรยากาศแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง

           "นี่นายจะทำอะไรน่ะ!!"

           ร่างเล็กพยายามใช้ขาทั้งสองข้างยันกายของตัวเองขึ้นแต่ไม่ได้ผลเมื่อร่างที่คร่อมอยู่นั้นหนักกว่า และไม่ยินยอมที่จะให้เขาทำแบบนั้น

           มุคุโร่หัวเราะเบาๆ มองการดิ้นรนของร่างที่เบื้องล่างราวกับการแสดงชั้นเลิศที่ไม่สามารถหาชมได้

           "อย่าทำให้ผมต้องตรึงขาทั้งสองข้างเพิ่มจะดีกว่านะครับ คุณคงไม่ชอบท่านั้นซักเท่าไหร่หรอก"

           ไม่ต้องอธิบายต่อสึนะก็พอนึกภาพถ้าหากขาทั้งสองข้างของเขาถูกตรึงไม่ต่างจากมือทั้งสองที่โดนไปก่อนหน้านี้แล้วได้ ใบหน้าขาวแดงวาบด้วยทั้งโกรธและอับอายในเวลาเดียวกัน

           เขาต้องตื่น! ต้องตื่นเดี๋ยวนี้!!

           "เสียใจด้วยครับ" มุคุโร่เอ่ยช้าๆ ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ "ที่นี่เป็นโลกของผม ตราบใดที่ผมยังไม่อนุญาต คุณก็ไม่มีทางได้ออกไปจากที่นี่"

           ตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง

           นี่คือสิ่งที่คนๆ นี้เล็งอยู่อย่างนั้นสินะ!

           "ถ้านายคิดจะยึดร่างฉันล่ะก็ ทำไมไม่ฆ่า 'ตัวตน' ของฉันซะเลยล่ะ!!"

           คนฟังเบิกตากว้างแล้วหลุดหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะไล้นิ้วไปตามโครงหน้าเรียวของคนพูดราวกับจะหยอกล้อ เยาะเย้ย

           "ทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะครับ ในเมื่อ..."

           ปลายนิ้วไล้ลงเรื่อยไปตามลำคอผ่านแผ่นอกเนียนขาวที่สั่นน้อยๆ จะด้วยเพราะอากาศรอบตัวหรือเพราะความหวาดกลัวที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาก็ไม่ทราบได้ และมันก็ยังคงไต่ลงไป จนถึงบริเวณท้องน้อย ซึ่งมุคุโร่แกล้งวนนิ้วไปมาจนเจ้าของร่างต้องเกร็งตัว

           "...มีอย่างอื่น..."

           นิ้วไล้ลงมาถึงขอบกางเกง เพียงไม่กี่วินาที ตะเข็บก็ถูกปลดออกอย่างง่ายดาย

           "...ให้ผมได้เล่นสนุกกว่าการฆ่าคุณทันที"

           "ฮึ่ก!!" สึนะสะดุ้งเฮือกอีกครั้งเมื่อมือใหญ่อุ่นร้อนสอดเข้าไปใต้กางเกงชั้นในสัมผัสกับส่วนที่อ่อนไหวที่ไม่เคยมีใครได้แตะต้องมาก่อน สัมผัสเริ่มจากแผ่วเบาตรงปลายก่อนจะเพิ่มแรงกดเมื่อเลื่อนสู่ฐาน และเพราะการกระทำเช่นนั้นทำให้ชั้นในถูกถลกลงมาพร้อมกับกางเกงจนในที่สุดก็ถูกโยนลงกับพื้น ในตอนนี้สิ่งที่เหลือติดตัวคือเสื้อเชิ้ตที่ห้อยค้างอยู่ตรงท่อนแขนที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

           "หยุดซักที..ฮ่ะ!!" คำห้ามปรามที่พยายามจะพูดขาดหายไป ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างพร้อมกับพยายามบิดตัวหนีมือใหญ่ที่กอบกุมเขาไว้เริ่มขยับไล้ช้าๆ สึนะพยายามที่จะหนีมือที่กำลังรุกรานเขาอย่างช้าๆ แต่มันไร้ผล ตราบใดที่มุคุโร่ยังอยู่บนตัวเขาแบบนี้

           "ฮึก! อ๊ะ!!" สัมผัสที่เริ่มรุนแรงขึ้นจากมือของอีกฝ่ายทำให้อารมณ์ที่หลบซ่อนอยู่ภายในเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผลที่ได้คือผิวขาวเนียนค่อยๆ กลายเป็นสีเรื่อจากความร้อนที่สะสม สึนะเม้มริมฝีปากแน่น  ตาสีน้ำตาลที่เคยเบิกกว้างบัดนี้ถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกตาบางที่ปิดแน่นอย่างพยายามระงับอารมณ์ มุคุโร่มองอาการนั้นแล้วขยับยิ้มกว้าง

           ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงครางที่เต็มไปด้วยตัณหา กับใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปด้วยอารมณ์ที่ขัดแย้งกัน ทำให้เขารู้สึกพอใจจริงๆ!

           เสียงหอบหายใจดังหนักและถี่เมื่อมือข้างนั้นเพิ่มน้ำหนักและขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว สึนะเผลอยกสะโพกสูงขึ้นเพื่อที่จะรู้สึกถึงสัมผัสมือร้อนนั้นได้ถนัดมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันร่างเล็กก็เม้มกัดริมฝีปากที่บวมช้ำกันแน่นเพื่อกลั้นเสียงที่น่าละอายไว้ในลำคอ

           มุคุโร่เลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง โดยที่มือยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว

           ยังก่อน...ยังมีเวลาอีกเยอะ

           "ฮึ๊ก!!" เสียงหายใจกระตุกลึกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ของเหลวสีขุ่นจะพุ่งออกมาไหลเปรอะหน้าท้องแบนราบ และมือใหญ่ที่ยังคงขยับเป็นจังหวะอีกเล็กน้อยก่อนจะหยุดลง ร่างเล็กกระตุกอีกสองสามครั้งก่อนจะสงบลงเช่นกัน

           สึนะหอบหายใจหนัก ใบหน้าแดงจัดเมื่อระลึกได้ว่าตนถูกทำอะไร และแสดงท่าทีอะไรออกไปให้อีกฝ่ายเห็น บางทีมุคุโร่คงต้องการให้เขาอับอาย สึนะบอกกับตัวเองเช่นนั้น และในวินาทีถัดมาเขาก็รู้ว่าคิดผิด เมื่อจู่ๆ สะโพกของเขาถูกยกสูงขึ้น ลางสังหรณ์ที่แม่นยำร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอาจจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขา

           "อื้อ!! เจ็บ!!!" เสียงครางประท้วงด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นทันทีที่ถูกสิ่งแปลกปลอมแทรกเข้ามาในร่าง อะไรบางอย่างที่ใหญ่และร้อนระอุราวกับไฟ

           "ปล่อย!! ออกไป!!!" เสียงขับไล่ดังเป็นระยะๆ แต่นั่นไม่ได้เข้าหูของผู้บุกรุกเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะยิ่งฝังตัวลึกเข้าไปทุกทีอย่างเอาแต่ใจ สึนะกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อระงับความเจ็บปวดจนห้อเลือด มือที่ถูกมัดบิดไปมาอย่างทรมาน รู้สึกไม่ต่างอะไรจากการถูกฉีกออกเป็นสองส่วนทั้งที่ยังมีลมหายใจ

           เมื่อถึงที่สุดของกล้ามเนื้อที่จะขยายตัวได้ ของเหลวสีแดงสดก็ไหลผ่านรอยแผลย้อนไปถึงตัดกับสีของแผ่นหลังสีขาวเรื่ออย่างงดงาม ส่วนหนึ่งหยดลงบนโซฟาตัวเก่า ส่วนหมอนอิงทั้งหมดถูกดันตกไปอยู่บนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

           "หึ..คับแน่นไปหน่อยนะครับ" มุคุโร่พูดเสียงกลั้วหัวเราะขณะที่ดันตัวเองเข้าไปจนสุดทาง สึนะแทบจะหายใจไม่ออก ราวกับอวัยวะภายในถูกดันขึ้นมา ร่างกายแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ หากความเลวร้ายไม่ได้จบเพียงแค่นั้นเมื่อร่างสูงเริ่มขยับตัวกระแทกกระทั้นโดยไม่ทันตั้งตัว

           สึนะหลุดเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่นอย่างเสียสติและห้ามไม่อยู่ กับความเจ็บปวด ความอึดอัดที่ได้รับ แต่นั่นไม่ได้มีความหมายอะไรต่อมุคุโร่ที่ลุ่มหลงกับสัมผัสและอารมณ์ที่โหมกระพือ

           นี่คือมุคุโร่...โรคุโด มุคุโร่ตัวจริง..

           ตัวตน...ที่เขาไม่เคยรู้จัก

           แม้จะเจ็บเจียนตายแค่ไหนแต่สึนะก็หลุดเสียงหอบอันน่าอับอายออกมาตามจังหวะการขยับตัวของร่างสูง ไม่ใช่เพราะรู้สึกดีหรือมีอารมณ์ร่วม มันเป็นแค่การระบายความเจ็บปวดที่ไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้ จนกระทั่งการเร่งเร้านั้นถึงจุดสูงสุดที่ผู้บุกรุกจะทนไหว ร่างที่เชื่อมติดกันสั่นกระตุกพร้อมกับความรู้สึกอุ่นร้อนที่ไหลเข้ามาให้ร่างของคนที่อยู่เบื้องล่าง

           และนั่นก็เป็นความรู้สึกสุดท้ายที่สึนะจำได้ ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับวูบลง

           มุคุโร่ก้มหน้าลงหอบหายใจ ก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ชายหนุ่มถอนตัวออกจากร่างเล็กนั้นช้าๆ ไม่ใช่เพราะเกิดความสงสาร แต่น่าจะเป็นความรัญจวนที่ยังคงหลงเหลืออยู่มากกว่า ของเหลวสีขาวไหลค่อยไหลทะลักออกมากจากช่องทางที่คับแน่นที่เขาเพิ่งเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองออกมาจนเลอะโซฟา

           นัยน์ตาเรียวสองสียังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของสึนะเงียบๆ พลันร่างนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่า เชือกที่ใช้มัดมือร่างเล็กเมื่อครู่ทิ้งตัวลงกับพื้นราวกับไร้ที่ยึดเหนี่ยว

           มุคุโร่ถอนหายใจหนัก

           เผลอใจลอยปล่อยหลุดมือไปจนได้

           ก่อนจะยกยิ้มเหยียดให้กับความคิดต่อมา

           คงไม่มีทาง...จะได้เจอกันอีกแล้วสินะ


------------------------------------------

 

           "!!!"

           "รุ่นที่สิบครับ!!"

           ร่างเล็กที่นอนอยู่บนโซฟาสะดุ้งเฮือก เสื้อสูทที่วางห่มอยู่บนตัวเลื่อนหลุดลงไปกองกับพื้น

           "เป็นอะไรไปครับ?!"

           สึนะเบนสายตาไปมองโกคุเดระที่มองมาด้วยความเป็นห่วง สึนะยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชื้น รู้สึกว่าใบหน้า ลำคอ เนื้อตัวเหนียวไปหมดจากเหงื่อกาฬที่ไหลออกมา ตาสีน้ำตาลมองแสงสว่างเบื้องนอกหน้าต่างบานใหญ่ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนมามองรอบตัว โกคุเดระมองอาการนั่นอย่างเป็นกังวล

           "เกิดอะไรขึ้นครับ? ฝันร้ายอย่างนั้นหรือครับ"

           สึนะชะงักนิ่ง...เหมือนพยายามทบทวนว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกับตน ก่อนจะรู้สึกตัวว่ามีอะไรบางอย่างเกาะอยู่ตรงปลายตาเรื่อยไปตามแก้ม

           น้ำตา...?

           เขาร้องไห้...?

           "รุ่นที่สิบ.."

           คนถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกเบาๆ รีบปาดคราบน้ำตานั้นออกลวกๆ ทันที

           "มะ..มีอะไรหรือโกคุเดระคุง จริงสิ...นี่ฉันหลับไปนานเท่าไหร่แค่ไหนเนี่ย" สึนะถามยิ้มๆ ดึงขาตัวเองลงจากโซฟามาวางราบกับพื้น

           "สามชั่วโมงครับ" โกคุเดระตอบเสียงแผ่ว อันที่จริงเขาตั้งใจให้รุ่นที่สิบหลับยาวกว่านี้อีกซักหน่อย ถ้าไม่เพราะอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนคนกำลังฝันร้าย และสุดท้ายคือน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุดนั่น...

           "หา! ทำไมปล่อยให้ฉันหลับไปนานขนาดนั้นล่ะ" สึนะลุกพรวดขึ้นยืน ก้าวฉับๆ ไปที่โต๊ะทำงาน เตรียมที่จะจัดงานเอกสารต่อ เมื่อเห็นงานที่ตรวจตราล่วงหน้าวางเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะแล้วก็หันขวับกลับมามองหน้ามือขวาคนสนิทของตนทันที

           "นี่นายไม่ได้ไปพักสินะ" เป็นคำคาดโทษมากกว่าคำถาม โกคุเดระยิ้มแห้งแล้วรีบปฏิเสธทันที

           "พักครับ! พักสิครับ! แต่ผมพักไม่นานก็หายเหนื่อย แล้วผมก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อก็เลยมาสะสางงานไปเรื่อยๆ น่ะครับ" ตาสีน้ำตาลหรี่ลงอย่างจับผิด แน่นอน...สึนะรู้ว่าโกคุเดระโกหก ที่บอกว่าพักน่าจะเรียกว่าแวบไปกินข้าวเสียมากกว่า

           เอาเถอะ...

           บอสใหญ่แห่งวองโกเล่ถอนหายใจเฮือก ถ้านั่นเป็นความสมัครใจของโกคุเดระเขาก็คงห้ามอะไรไม่ได้ ที่สำคัญคือมันผ่านไปแล้วนี่สิ เฮ้อ..

           "ว่าแต่เมื่อกี้..." เสียงทุ้มที่เอ่ยอย่างลังเลหยุดมือที่กำลังขยับเซ็นต์ลงบนเอกสาร ผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย

           "เมื่อครู่...รุ่นที่สิบฝันร้ายมากเลยหรือครับ" ที่ถามไปน่ะไม่ใช่อะไรหรอก หัวสมองที่จุข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไว้แน่นเอี๊ยดกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว ค้นหาวิธีแก้ฝันร้ายไปต่างๆ นานา

           สึนะเงียบ วางปากาลงทำหน้านึก หากไม่ว่าจะพยายามอย่างไร สิ่งที่จำได้คือช่วงเวลาที่ตัวเองกำลังสะลืมสะลือยืนยันจะนอนที่โซฟาเท่านั้น

           "อืมมมมม......นึกไม่ออกแฮะ"

           โกคุเดระเริ่มเป็นกังวล อย่างน้อยหากเป็นฝันร้าย ความรู้สึกหวาดกลัวระหว่างฝันก็น่าจะตกตะกอนอยู่ในใจ ไม่มีน่าจะลืมเลือนไปโดยสิ้นเชิงแบบนี้

           "ช่างมันเถอะ ก็คงเป็นฝันร้ายทั่วๆ ไปน่ะ การที่จำไม่ได้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง" สึนะตอบพลางมองหน้าของคนที่เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นกิจวัตร

           "ที่สำคัญมันก็แค่ความฝัน อย่าคิดมากสิ"

           ใช่...ก็แค่ความฝันเท่านั้น

 

************************TBC...

 

อ่านจบขอบ่นต่ออีกนิด เมื่อวาน...ระหว่างนั่งคุยกันที่เชสเตอร์กริล(สาขาไหนไม่ขอพูดถึง แถวๆ นั้นมีอยู่ไม่กี่สาขา) กำลังง่วงๆ ฟังเฟียร์ ดอส เดียร์ กำลังถกปัญหาชีวิตตามประสาคนในครอบครัว (เฟียร์มีภรรยาสองคนคือดอสเป็นภรรยาหลวง ส่วนเดียร์เป็นภรรยาน้อย ส่วนตาลนั้นเป็นสามีเฟียร์....พอเหอะ เดี๋ยวยาว) สายตาก็เหลือบไปเห็น...คุณปีเตอร์ วิ่งเลียบกำแพงไป...

ยังไม่พอ...ขากลับจากสยาม ก็นั่งรถเมล์กลับด้วยเพราะความจนเข้ากล้ำกลาย แต่เหมือนจะโชคดีที่ได้นั่ง ซึ่งช่วงนั้นส่วนใหญ่แล้วจะได้ยืนกลับถึงหอเลยซะมากกว่า

แน่นอนว่า...ไอ้เบนซ์ไม่เคยโชคดีอะไรขนาดนั้น

เมื่อนั่งผ่านไป 3-4 ป้าย...สายตาอันวาววับที่เคยจับแต่รังสีความวายมาตลอดเกือบสิบปีก็ Target เข้ากับสิ่งมีชีวิตบางอย่าง...รูปร่างบอบบางเพรียวลม ลำตัวสีน้ำตาลอ่อนสวยงาม หนวดโค้งปลายไต่ละลงเบื้องล่าง ขาทั้งหกเรียวยาว

'เธอ' คือ...คุณแคทเธอลีน

'เธอ' ยุรยาทออกมาจากกระเป๋าถือของคนข้างๆ...

'เธอ' คือ...แมลงสาบ!! =[]=!!!

ให้ตายเถอะมุคุโร่!

เห็นตั้งแต่ช็อตที่เธอเดินออกมาจากกระเป๋าถือ ไต่ลงกางเกงยีนส์ ลงไปถึงเบาะนั่งแล้วหายลับเข้าไปทางด้านหลังด้วยความเขินอาย(?) หลังจากนั้นอีกไม่กี่นาทีต่อมา ลูกของเธอก็โผล่ออกมาให้เห็นอีกตัว คาดว่าคงออกมาตามหาท่านแม่ที่หายไป.....

ไอ้เบนซ์อยากกรี๊ดดดดดดดดดดดด

ชั่วเวลาที่เห็นนี่สมองก็เริ่มวิ่งเร็วจี๋

กุจะทนนั่งต่อหรือจะลงจากรถเมล์ไปโบกแท๊กซี่ดี / กุจะทนนั่งต่อหรือจะลงจากรถเมล์ไปโบกแท๊กซี่ดี / กุจะทนนั่งต่อหรือจะลงจากรถเมล์ไปโบกแท๊กซี่ดี

แต่เพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่รถติดมหาโหด (แถวแยกอโศก) ถึงจะลงไปโบกแท๊กซี่ก็คงไม่ได้กลับถึงหอเร็วขึ้น ผลสรุปก็คือไอ้เบนซ์นั่งจ้องเบาะตัวเองเขม็ง เผื่อว่าคุณแคทเธอลีนเกิดจะอยากเจอหน้า โผล่มาเล่นจ๊ะเอ๋ให้ตกใจแบบขำๆ (แต่กุขำไม่ออก)

นั่งเครียดอยู่อย่างนั้นเกือบชั่วโมง ก็ถึงที่หมาย ป้ายที่จะลงนั้น...ห่างออกไป 50 เมตร แต่ไอ้เบนซ์ไม่สนแล้ว ลุกขึ้นเตรียมลงด้วยสปิริตเกินร้อย เหมือนกลัวจะลงไม่ทัน ทั้งๆ ที่ประตูมันอยู่หลังที่นั่งก็ตาม พอรถจอดปุ๊บก็รีบถลาลงไปยืนบนพื้นทันที

นั่นเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าพื้นโลกช่างปลอดภัย T[]T!!

พอเหยียบพื้นปุ๊บสิ่งแรกที่ทำคือ...สำรวจ! หมุนซ้ายหมุนขวา บิดไปมา คลำกระเป๋า ยังกะพยายามหาเศษทองที่อาจะโผล่มาติดตามตัวได้ยังไงยังงั้น

และเขาว่ากันว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น...

ระหว่างทางเดินเข้าซอย ไอ้เบนซ์เจอ...คุณโจเซฟ...

คาดว่าน่าจะพันธุ์เดียวกับคุณปีเตอร์และคุณแคทเธอลีน แต่เฮียแกตัวใหญ่กว่า มีปีก และท้องสีขาวจั๊วะ!!!!

เมิงจะเอาอะไรกับกุนักหนา!!!!!

(เสียสติไปซะแล้ว)

เมื่อวานเลยนั่งรถกลับเข้าหอด้วยอาการขนลุกขนพองไปตลอดทาง T_T (จบเหอะ ยิ่งคิดยิ่งขยะแขยง)

edit @ 15 Dec 2007 17:09:27 by Lynx

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ด ฟิคไอเบนซ์ติดเรท >[]< หมารับไม่ด้ายยยยยยย

(ไอเบนซ์ตบ อย่ามาแสร้งไร้เดียงสาเอาตอนนี้ มันสายไปซะแล้วไอหมาเอ๊ย)

รอตอนต่อไป....กุรักมุคุโร่แก รักสึนะ สงสารโกคุจับใจ.....

#1 By A.A the wolf on 2007-11-10 19:39

เฮ~~~ตอน 3 >////////<

ตอนนั่งอ่านไปก็แอบปาดเลือดไป มุคุโร่แบบนี้ก็ดูกระชากใจอีกแบบนะเนี่ย เอิ๊กส์ๆ...
ตอนแรกอ่านเหมือนสึนะน่าสงสาร แต่ตอนท้าย...มุคุโร่น่าสงสารกว่าแฮะ โฮก

แล้วจะรอตอน 4 นะจ้ะ คริคริคริ =/////=

ป.ล. คุณปีเตอร์เล่นยกครอบครัวมาเลยเหรอเนี่ย =[]=!! สยองสุดๆ!!
คาดว่าอีกไม่นานคุณปีเตอร์อาจยกทั้งตระกูลมาสู่ขอ โปรดระวังให้ดี อ๊ากส์!!! (คุณเบนซ์ตบ!)

ตอนสาม เรทจริงๆ ค่อนข้างแรงเลยนะนี่ ไม่มีหวาน ไม่มีอะไรเลย ดิบๆ เถื่อนๆ

แต่ก็อ่าน ฮึฮึquestion

#3 By devilเม็ดถั่ว (58.10.99.100) on 2007-11-10 22:06

คำอุทานเอาใจไปเลยที่รัก (โทษฐานที่มีชื่อมุคุโร่อยู่ในนั้นด้วย)

ส่วนฟิค....อืม เรท
(โดนตบเบนซ์ตบ)

คู่นี้น่ะ มีเลือดแค่พอหอมปากหอมคอก็พอ SMจัดๆเก็บไว้6918เถอะพี่น้อง

#4 By SadoZ on 2007-11-10 23:10

เลือดกำเดาไหลพราก...
กรี๊ดครับ กรี๊ดดดดดด~ /me ลงไปกลิ้งๆกับพื้น
รอตอนต่อปายย~

#5 By 【Kui】 on 2007-11-11 14:20

กระชากใจ กระชากจิต อ๊ากกกกกกกกกกก

สุดท้ายก็จำไม่ได้เหมือนเดิม... สงสารใครดีล่ะนี่..
นานๆจะเจอเรทT T

#6 By sarail on 2007-11-11 15:58

แวบมาอ่านดู (ได้ข่าวว่ายังไม่อ่านสองตอนแรก เลวอีกกร้ากกก - -)

คู่นี้ยังไงก็นึกเรท SM ไม่ออกเลยอะแก แกเขียนเรทได้เท่านี้ก็พอแล้ว มากกว่านี้ไปเขียน XS ให้ตรูดีกว่าคริๆๆๆ

#7 By เฟียร์ . Fiar on 2007-11-14 23:19