ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Truth [4]

posted on 16 Nov 2007 22:40 by foundation

...................................

...................................

...................................

...................................

ไม่รู้จะพูดอะไรดี

เอาเป็นว่า...

 

 

อีเบนซ์รักรีบอร์น!!!

 

*****************************

Title : Truth
Pairing : 6927
Rating : PG

------------------------------------------


         ...ความจริงที่เหมือนความฝัน...

         ...ความฝันที่เป็นดั่งความจริง...

         หากความฝันไม่ต่างจากความจริง แล้วสิ่งไหนคือการหลอกลวง?

 

         "ว่ายังไงล่ะครับ"

         "นี่แก!!" โกคุเดระลุกพรวดขึ้นยืนจนแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะล้มลง เทเอาน้ำข้างในไหลเปื้อนเอกสารที่วางอยู่ ยามาโมโตะที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงต้องรีบเข้ามาห้ามทัพพลางจับแก้วขึ้นมาตั้งไว้เหมือนเดิม

         "โกคุเดระคุง" บุคคลที่นั่งอยู่หัวโต๊ะปรามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เหมือนกับกำลังลำบากใจ ดูอ่อนแอและไม่มีพิษภัย หากคนที่กำลังเดือดกลับสะดุ้งเฮือก ตาสีเขียวมองอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายทำท่ายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเหมือนจะไหว้แล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจ โกคุเดระจึงได้แต่กระแทกตัวนั่งลงกับเก้าอี้อีกครั้ง

         นี่ยังถือว่าดี ถ้าเป็นเมื่อก่อนโกคุเดระคงไม่ใช่แค่พูด แต่คงควักระเบิดออกมาพร้อมจุดชนวนโยนใส่เครื่องสื่อสารตรงหน้าแน่ๆ

         ตาสีน้ำตาลมองยามาโมโตะที่กำลังพูดปลอบให้มือขวาของเขาสงบสติอารมณ์แล้วก็โล่งอก ก่อนจะเบนสายตากลับมามองภาพของชายหนุ่มผมสีขาวที่ระบายยิ้มจนตาปิดบนจอเบื้องหน้า

         ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสองหัวหอกแห่งมิลลิฟิโอเล่แฟมิลี่

         ...เบียกรัน...

         "เราทำลายแหวนไปแล้ว" สึนะตอบด้วยรอยยิ้ม

         "ผมรู้" เบียกรันว่า "ไม่ว่าใครต่างก็รู้ข่าวเรื่องคำสั่งทำลายวองโกเล่ริงของคุณ"

         "ถ้าอย่างนั้น การที่คุณบอกว่าจะให้พวกเรามอบแหวนให้นั้น ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้" สึนะถามต่อ แม้จะทำเหมือนไม่เข้าใจเหตุการณ์และจุดประสงค์ แต่การสูญเสียที่ผ่านมาบวกกับลางสังหรณ์ของเขากำลังร่ำร้องกู่ตะโกน

         สองเดือนก่อน สึนะได้สูญเสียสิ่งสำคัญสิ่งแรกไป...

         ...รีบอร์น...

         นักฆ่าที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด แม้แต่ในหมู่ของอัลโกบาเลโน่ด้วยกัน แน่นอนว่าเขาไม่อยากจะเชื่อ แต่เมื่อได้ยืนอยู่ต่อหน้าร่างที่ไร้ลมหายใจของรีบอร์นแล้วก็ต้องนิ่งอึ้ง ในเมื่อภาพของเด็กน้อยกับรอยยิ้มเหยียดที่มุมปากอย่างที่เจ้าตัวชอบทำยังคงติดตา สึนะจำคำพูดสุดท้ายที่รีบอร์นพูดกับเขาก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาได้ดี

 


         'ว่าไง'

         สึนะเงยหน้าขึ้นมาจากงานตามคำทัก มีอยู่แค่ไม่กี่คนหรอกที่โกคุเดระจะยอมปล่อยให้หลุดมาถึงห้องทำงานของเขาแบบนี้

         เด็กผู้ชายในชุดสูทสีดำแบบที่เจ้าตัวชอบใส่กระโดดขึ้นมานั่งบนโต๊ะอย่างเคยชิน

         'แปลกนะที่นายมาหาฉันถึงที่นี่' สึนะว่ายิ้มๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงกลัวจนหัวหด เพราะแต่ละครั้งที่เห็นหน้าอีกฝ่าย นั่นหมายถึงจะต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่ๆ

         'ก็แค่แวะมาดื่มกาแฟ' รีบอร์นว่า 'ที่แวะมานี่เป็นของแถมฆ่าเวลา'

         เอาเถอะ...จะเป็นเพราะอะไรก็ช่าง อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้พบหน้าอีกฝ่ายมานาน คงจะไม่มีประโยชน์อะไรถ้าจะชวนทะเลาะ

         'หลังจากนี้ต้องไปที่ไหนล่ะ' สึนะชวนคุย ตอนนี้รีบอร์นไม่ได้เป็นครูพิเศษให้เขาอีกแล้ว ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีเรื่องอีกมากมายที่เขายังอยากให้อีกฝ่ายสอน คิดไปคิดมาก็เข้าใจความรู้สึกของดีโน่ตอนที่ถูกอีกฝ่ายบอกว่าจะเลิกเป็นครูให้แล้วจริงๆ

         'กลับอิตาลี'

         คำตอบชวนให้คนฟังเลิกคิ้วสูงแปลกใจ รีบอร์นไม่ได้ทำงานให้กับเขา แต่ขึ้นตรงต่อกรรมการระดับสูงของวองโกเล่ ซึ่งสึนะสังเกตได้ว่าส่วนใหญ่จะเสียเวลาไปกับการประชุม ประชุม และประชุม เพื่อตัดสินใจว่าจะสั่งให้นักฆ่าคนใดไปจัดการกับใครที่บังอาจล้ำเส้นของวองโกเล่ นั่นเป็นอย่างที่สองรองจากองค์กรของฮิบาริที่สึนะจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ตราบใดที่เขาไม่รู้สึกขัดแย้ง หรือต่อต้านกับคำสั่งที่ออกมา

         ดังนั้นงานนี้ก็คงไม่พ้นที่อีกฝ่ายจะต้องไปฆ่าใครซักคน

         สึนะหลุบตาลง ตั้งแต่ตัวเองเผลอยอมรับตำแหน่งรุ่นที่สิบไปโดยไม่รู้ตัว การฆ่า...กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน แน่นอนว่าเขาไม่เคยฆ่าใคร แต่คนรอบข้างที่คอยปกป้องเขานี่สิ หากปล่อยให้ศัตรูรอด นั่นก็หมายถึงการถือดาบศัตรูจ่อคอตัวเอง

         แต่การฆ่า...ก็ไม่ต่างอะไรกับการดึงบ่วงเชือกที่คล้องคอให้รัดแน่นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด...

         'ยังจะทำหน้าแบบนั้นอยู่อีกรึไง'

         ผัวะ!!!

         สิ้นเสียงทัก กำปั้นเล็กๆ แต่แรงและเร็วก็อัดเข้าที่แก้มซ้ายของสึนะโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มที่เป็นถึงบอสใหญ่แห่งวองโกเล่แฟมิลี่ถึงกับลอยไปกระแทกกับกำแพง

         'จู่ๆ มาอัดกันทำไมน่ะ รีบอร์น!!'

         ชั่วแวบเดียว ภาพความทรงจำในวันเวลาเก่าๆ ได้ย้อนกลับมา สึนะนิ่งกึก มือก็ยังคงจับคาอยู่ที่แก้มซ้าย ขณะที่รีบอร์นกลับยกยิ้มที่มุมปากในความเงียบที่เกิดขึ้น ก่อนจะกระโดดลงจากโต๊ะใหญ่ลงมาเดินก้าวฉับๆ ไปยังประตู

         'เป็นแค่เจ้าห่วยสึนะแท้ๆ...แกน่ะ ห่วงตัวเองกับแฟมิลี่ของแกก็พอ'


 

         ภาพรอยยิ้มเหยียดที่มุมปากอย่างที่เจ้าตัวชอบทำนั้นยังคงติดตา ไม่ต่างจากคำพูดสุดท้ายที่รีบอร์นพูดกับเขาก่อนจะเดินออกจาห้องทำงาน ที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว

 

         'เป็นแค่เจ้าห่วยสึนะแท้ๆ...แกน่ะ ห่วงตัวเองกับแฟมิลี่ของแกก็พอ'

 

         ทั้งๆ ที่ควรจะฉุกคิดได้ตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายเริ่มแสดงอาการผิดปกติ ตั้งแต่การที่หลับบ่อยขึ้น บางครั้งคุยๆ กันอยู่ จู่ๆ ก็เงียบเฉยขึ้นมา สุดท้ายคืออาการมองไม่เห็นเพียงชั่วครู่นั่น

         เขาสังเกตเห็นมาตลอด...แต่ไม่เคยพูด

         เพราะเป็นรีบอร์นรึเปล่านะ สึนะถึงรู้สึกว่าถ้าอีกฝ่ายไม่พูดขึ้นมา ก็หมายความว่ายังไม่เป็นปัญหา ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ต้องเป็นกังวล

         สุดท้าย การไม่พูดของเขา...ก็กลายเป็นผลลัพธ์ที่เจ็บปวด

         หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวการตายของโคโลเนลโล่ สกัล และไวเปอร์ก็ตามมา จนในที่สุด เหลือเพียงอัลโกบาเลโน่ รัล มิลจิ ที่ยังคงรอดชีวิตมาจนถึงตอนนี้

         "คุณคงได้ยินเรื่องโปรเจคของเราที่ชื่อว่า 'ทรูนิเซ็ท' " ตาสามคู่พร้อมใจกันจับจ้องมาทางคนพูดทันทีที่จบประโยค "แน่นอน ผมรู้ว่าวองโกเล่ไม่สนใจเรื่องนี้ และไม่คิดจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่ว่าการที่เราจะทำให้มันสมบูรณ์นั้น จำเป็นต้องใช้วองโกเล่ริงทั้งเจ็ดวง"

         สึนะหรี่ตามองเบียกรันที่อธิบายพร้อมรอยยิ้ม ความหมายในประโยคที่พูดมานั้นคือ วองโกเล่จะต้องนำแหวนอันเป็นสัญลักษณ์ของแฟมิลี่ไปมอบให้มิลลิฟิโอเล่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

         จะเรียกว่ากล้าหาญดี หรือผยองดีล่ะ

         ทั้งคำพูดนั่น ทั้งการประชุมลับที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้านี่อีก

         ไม่เคยมีแฟมิลี่ หรือใครหน้าไหนที่จะสั่งวองโกเล่ให้ทำโน่นทำนี่ได้

         แต่ก็สมกับเป็นคนที่สามารถรวมเอาจิสโรเนลโล่แฟมิลี่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเข้าไปรวมกับแฟมิลี่หน้าใหม่อย่างเจสโซ่แฟมิลี่ได้

         "ผมก็ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคุณอยู่ดี คุณเบียกรัน" สึนะถอนหายใจยาว "ไม่ว่าคุณจะขู่ หรือทำอะไร ผมก็คงได้แต่ยืนยันว่าแหวนถูกทำลาย..."

         " 'ตอนนี้' แหวนถูกทำลายไปแล้ว" เบียกรันเอ่ยขัดด้วยรอยยิ้ม นิ้วชี้ชูขึ้นวนไปมาอย่างกวนอารมณ์

         "ผมไม่มีทางปล่อยให้คุณทำแบบนั้นเด็ดขาด!!" คราวนี้เป็นรุ่นที่สิบของวองโกเล่แฟมิลี่ที่ตบโต๊ะแล้วลุกพรวดขึ้นยืนอย่างคุมอารมณ์ไม่อยู่ ส่วนอีกสองคนที่เหลือได้แต่นิ่งอึ้งกับข้อความที่ได้ยินไปเมื่อครู่

         'ตอนนี้' ไม่มีแหวน แต่...ใน 'อดีต' แหวนยังคงอยู่

         สึนะกำหมัดแน่นจนสั่นไปทั้งแขน รู้ตัวว่าตนเผลอแสดงอารมณ์ออกมา ซึ่งเข้าทางคู่เจรจาที่ทำท่าทางเหมือนตกใจ เสียขวัญและสับสนได้หน้าหมั่นไส้เหลือเกิน

         สงบสติอารมณ์ไว้ ซาวาดะ สึนะโยชิ

         "คุณพูดเหมือนกับว่าจะย้อนอดีตกลับไปชิงแหวน" ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดออกมา "นั่นเป็น.."

         "เป็นไปได้ครับ" เบียกรันขัดขึ้นอีกครั้ง "ไม่ทราบว่าคุณรู้รึเปล่าว่าโชจัง เอ้อ...หนึ่งในหัวหน้าหน่วยของเรามีอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของโบวีโน่แฟมิลี่"

         ชื่อแฟมิลี่เก่าของผู้พิทักษ์แห่งอัสนีถูกเอ่ยขึ้น ทำให้ลมหายใจของคนที่เข้าร่วมประชุมสะดุดกึก พวกเขาไม่เคยปฏิเสธการมีอยู่ของบาซูก้าทศวรรษ แต่ก็นั่นล่ะเพราะส่วนใหญ่แรมโบ้ไม่ค่อยจะได้ทำงาน นอกจากตามพวกอี้ผิงไปซื้อของอาทิตย์ล่ะครั้ง อีกทั้งทุนการในสร้างที่มหาศาลทำให้โบวีโน่ไม่เคยคิดจะผลิตอาวุธชิ้นนี้เพิ่มอีก ดังนั้นการมีอยู่ของบาซูก้าทศวรรษจึงเปรียบเหมือนกับอาวุธปริศนาที่เป็นตำนาน

         สรุปง่ายๆ ก็คือ บาซูก้าทศวรรษที่เป็นตำนานนั่น วองโกเล่ได้ใช้สิทธิผูกขาดถือเป็นเจ้าของผ่านตำแหน่งผู้พิทักษ์อัสนีนั่นเอง

         "เป็นความบังเอิญในอดีตที่โบวีโน่แฟมิลี่ฝากอะไหล่ส่วนหนึ่งไว้กับโชจัง เพื่อมอบให้กับนักฆ่าที่อาศัยอยู่ที่บ้านของคุณในตอนนั้น ส่วนมากก็เป็นระเบิด ปืน กระสุน แต่ของที่สำคัญที่สุด...ก็คือ ส่วนประกอบบางชิ้นของบาซูก้าทศวรรษ" เบียกรันพูดยิ้มๆ "และเพราะความบังเอิญอีกครั้ง ที่โชจังเกิดสนใจอาวุธพวกนั้นขึ้นมา..."

         ถึงตอนนี้สึนะรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ผุดขึ้นกลางฝ่ามือ ตาสีน้ำตาลสะท้อนภาพของชายหนุ่มที่เริ่มสาธยายความสามารถของคนในสังกัด

         หากสิ่งที่เบียกรันพูดมาเป็นความจริง และอิริเอะ โชอิจิมีความสามารถในการสร้างอาวุธแล้ว การที่จะสร้างบาซูก้าทศวรรษขึ้นมาใหม่ซักชิ้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งมีฐานการเงินที่เข้มแข็งของจิสโรเนลโล่แฟมิลี่เป็นทุนให้อยู่แล้ว ถึงจะสร้างเพิ่มซักสิบชิ้นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร

         และถ้าหากอิริเอะ โชอิจิ เป็นบุคคลที่มีพรสวรรค์อย่างที่อีกฝ่ายกำลังพยายามโฆษณา...นั่นก็หมายความว่า การสร้าง 'อะไรบางอย่าง' ที่สามารถย้อนอดีตโดยอิงจากทฤษฎีการสร้างทศวรรษบาซูก้านั้นเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้

         มือที่กำแน่นขาวโพลนและสั่นระริก สมองแล่วเร็วจี๋เพื่อหาช่องทางที่จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่ต้องตกเป็นรองนี้

         "คุณน่าจะรู้ดีว่า พวกคุณในตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะพวกผมได้หากปราศจากวองโกเล่ริง"

         การต่อสู้แบบใหม่ที่เพิ่งค้นพบนั้น สิ่งที่จะเป็นตัวชี้ชะตาในการต่อสู้คือ 'พลังความเข้มข้นของไฟดับเครื่องชน' 'ความบริสุทธิ์ของแหวน' และ 'ชนิดของกล่อง'

         โดยเฉพาะ 'แหวน' ที่แบ่งออกเป็นเจ็ดธาตุ แหวนแต่ละระดับจะเปิดกล่องได้ไม่เท่ากัน ยิ่งความบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพในการใช้ 'กล่อง' ก็จะยิ่งสูงขึ้น และแหวนที่ได้รับการยอมรับว่ามีความบริสุทธิ์สูงกว่าระดับ A ก็คือ...

         มาเล่ริงของมิลฟีโอเล่แฟมิลี่ และวองโกเล่ริงของวองโกเล่แฟมิลี่

         นอกจากนั้นยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มีความบริสุทธิ์ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ จุกนมทั้งเจ็ดของเหล่าเด็กต้องสาปอัลโกบาเลโน่

         ใช่...นั่นเป็นสิ่งเดียวที่หายไปจากศพของรีบอร์น

         และนั่นยังตีความถึงสาเหตุการตายของรีบอร์นได้ว่าเป็นฝีมือของมิลลิฟีโอเล่แฟมิลี่อีกด้วย

         "นั่นคือสาเหตุที่มิลลิฟีโอเล่นเริ่มทำการล่าอย่างนั้นหรือ?" สึนะถามเสียงเย็นทันทีที่ประมวลคำพูดเหล่านั้นออกมา นัยน์ตากลมโตหรี่ลงและเริ่มเป็นประกายสีส้มทองด้วยไฟโทสะที่เผาไหม้อย่างเงียบๆ ภายในใจ

         นับตั้งแต่มิลลิฟีโอเล่แฟมิลี่ถือกำเนิดขึ้น นอกเหนือไปจากข่าวการตายของอัลโกบาเลโน่แล้ว คนที่เกี่ยวข้องกับวองโกเล่แฟมิลี่ก็ค่อยๆ ล้มตายไปทีละคน และวินดีเช่ปฏิเสธที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยให้เหตุผลว่านี่เป็นข้อพิพาษระหว่างแฟมิลี่ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นความผิดในโลกของมาเฟีย

         "นั่นเป็นคำสั่งของเบื้องบน ผมไม่สามารถปฏิเสธได้หรอกครับ" เบียกรันว่า "แต่ผมยอมรับอย่างหนึ่งว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งที่อยากให้คุณเห็นว่าเราต้องการวองโกเล่ริงมากแค่ไหน"

         ปึง!!!

         ทั้งโกคุเดระและยามาโมโตะที่ต่างฝ่ายต่างกำลังจ้องเขม็งอยู่ที่จอมอนิเตอร์ถึงกับสะดุ้งเฮือกขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะรีบหันไปมองทางหัวโต๊ะทันที

         "กับไอ้ของแบบนั้นถึงกับฆ่าคนที่ไม่รู้เรื่อง พวกนายเห็นชีวิตคนเป็นอะไรกัน!!" สึนะตวาด

         "นั่นขึ้นอยู่กับเราจะมองมุมไหน" หนึ่งในสองบอสใหญ่แห่งมิลลิฟีโอเล่ตอบยิ้มๆ ไม่ได้สะทกสะท้านไปกับอารมณ์โกรธของคู่เจรจา "สำหรับพวกคุณมองว่าโปรเจคของพวกเรามันก็แค่อะไรบางอย่างที่ไม่มีค่าเท่าชีวิตคน สำหรับพวกเรา เรามองว่าโปรเจคนี้สำคัญมากพอที่จะยอมเสียสละชีวิตใครซักคน หรือใครหลายๆ คนเพื่อให้มันสำเร็จก็เท่านั้น"

         ตาสีฟ้าของเบียกรันจ้องสบนัยน์ตาสีน้ำตาลทองวาววับด้วยรอยยิ้ม

         โกคุเดระมองนายของตนด้วยความอึดอัดปนหวาดกลัว แค่เรื่องที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็แย่พออยู่แล้ว แล้วยังต้องมาเจอเรื่องที่แย่ยิ่งกว่า ตาสีเขียวไหววูบเมื่อนึกจินตนาการว่า ลาดไหล่เล็กๆ นั่นจะต้องแบกรับน้ำหนักของภาระ และสิ่งที่เรียกว่าความรับผิดชอบไว้มากแค่ไหน

         "...ผมไม่สามารถปฏิเสธได้สินะ" ในความเงียบไม่กี่นาทีที่ยาวนานเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด สึนะเอ่ยขึ้นช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่สงบลงจนน่าตกใจ

         "ได้สิ ถ้าคุณมีทางเลือกที่ดีกว่าที่ผมเสนอมา"

         โกคุเดระมองร่างเล็กที่ทรุดตัวลงนั่งพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ ความหวังเรืองรองขึ้นมาในความมืดมิด บางทีอีกฝ่ายคงจะคิดหาทางออกอะไรเอาไว้แล้วสินะ

         "งั้นผมก็คงไม่มีทางเลือก"

         !!!

         โกคุเดระอ้าปากค้าง รู้สึกถึงแรงกระตุกของคนที่นั่งข้างๆ เขา ในเมื่อสิ่งที่สึนะพูดมานั่นหมายถึงการยินยอมที่จะดึง 'ตัวเองในอดีต' เข้ามาพัวพันกับสงครามในครั้งนี้

         เบียกรันไม่ได้ยิ้มกว้างขึ้น ไม่ได้แสดงท่าทางดีใจออกมา เขาทำเพียงแค่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม แต่..

         "แต่ผมไม่คิดว่า ตัวผมในอดีตจะยอมมอบแหวนให้คุณได้ง่ายๆ หรอกนะ" สึนะพูดเรียบๆ ด้วยท่าทีสบายๆ "ศึกชิงแหวนที่พวกผมได้เผชิญมามันหนักหนาเกินกว่าที่จะยกรางวัลที่ได้มาให้ใครได้ง่ายๆ เพียงแค่เอ่ยปากขอ"

         และที่สำคัญหนึ่งในเจ็ดที่จะไม่มีทางยกแหวนให้เด็ดขาดคือ ฮิบาริ เคียวยะ

         บุคคลที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้พิทักษ์ของรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่แฟมิลี่

         แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะหวงแหวนหรืออะไรแบบนั้น แต่เป็นความสนใจที่จะเข้าร่วมสงครามหากอธิบายเหตุผลให้ฟัง และต่อให้จะใช้กำลังแย่งชิงมาก็คงต้องกินเวลานานพอดูทีเดียว

         ที่สำคัญที่สุด...เจ้าตัวคงไม่มีทางยอมถูกย้อนกลับไปในอดีตแน่ๆ

         โกคุเดระเผลอขยับยิ้มออกมา ลองถ้าเป็นแบบนี้ มิลลิฟิโอเล่ก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ แต่...

         "เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้ว" คำตอบรับของอีกฝ่ายหุบรอยยิ้มน้อยๆ นั้นลงทันที

         "เอาเป็นว่า เรื่องการแย่งแหวน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราก็แล้วกัน ส่วนพวกคุณก็หาทางดึงแหวนในอดีตกลับมาให้ได้ก่อนพวกเราดีกว่า ผมคงไม่ต้องบอกนะว่า ถ้าทางเราเป็นฝ่ายเจอตัวคุณในอดีตก่อน...อะไรจะเกิดขึ้น"

         ความเครียดที่เพิ่งจะคลี่คลายไปเมื่อครู่กลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว หากเขม็งเกลียวมากขึ้นกว่าเดิมจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

         "สรุปว่าเราตกลงกันได้เรียบร้อยนะครับ ขอให้โชคดี"

         แล้วภาพบนมอนิเตอร์ก็ดับวูบไป

 

 *************************TBC...

PS. เมื่อวันก่อนเจอคุณแอนโธนี่ด้วยล่ะ = =" (มันยังคงตามมารังควานไม่เลิก)

edit @ 16 Nov 2007 22:53:38 by Lynx

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกกกกกก สุดยอด >< ชอบมากมายมหาศาล สู้ๆงับ

#1 By nook (210.86.135.14) on 2007-11-17 10:36

กุชอบตอนนี้ล่ะ >[]<
ชอบเบียกรัน (ฮา) ชอบทางเรื่องที่แกแต่งด้วย เหนืออื่นใด โคตรสงสารสึนะ (รีบอร์นก็ตาย แถมโดนบังคับ ซวยสัดหมี่จริงๆ = =)
รอตอนต่อไป~~

#2 By A.A the wolf on 2007-11-17 12:03

คุณเบียคุรันนนนนT0T ฉันรักคุณ ฮ๊า~~
ขอแอดนะคะ จะติดตามอ่านฟิคเรื่อยๆค่า * *

#3 By yukachan ❤ selpher on 2007-11-17 17:35

ตอนนี้เครียดๆแฮะ.. ว่าแต่PG?...

อายุเราก็เกินแล้วนี่นะ(ฮา)
เบียกรัน.. ทำไมให้อารมณ์เหมือนมุคุนิดๆ? = =''' พอเป็นมาเฟียแล้วสึนะให้อารมณ์ที่แปลกไปนิดๆ?แกร่งขึ้น?โหดขึ้น?

อยากเห็นหน้ารีบอร์น.. หึๆ ขนาดในสปอยยังไม่ออกเล้ย..T T

#4 By sarail on 2007-11-17 19:40

ไว้มีเวลาเค้าจะมานั่งอ่านนะ อ่ะฮึ่ก (อ่านยังไม่จบ แต่หิวข้าว)
รัก6927ด้วยโคนนนนนนนน(แถม18ด้วยได้มั้ย)

#5 By zanael on 2007-11-18 10:53

จะร้อง รู้สึกอึดอัดภายในซะอย่างนั้น
เด็กต้องสาป..กับอนาคตนั่น นึกแล้วจุกที่คอ...

ไม่อาววว!!!!(กรีดร้องโหยหวน)

#6 By KenzaKi (124.157.145.130) on 2007-12-30 19:15