ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Truth [6](END)

posted on 29 Nov 2007 06:13 by foundation

ในที่สุดมันก็เสร็จจนได้ โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เป็นมหกรรมฟิคที่ถึกจริงๆ เพราะส่วนใหญ่จะแต่งได้ช่วง ตี 2 - 6 โมงเช้า (อย่างตอนจบนี้เป็นต้น - ได้ข่าวว่าสอบญี่ปุ่นวันนี้ เหอะๆ) งานนี้ขอเขียน THANKS หน่อยเถอะ

THANKS :

หลี : ที่อุตส่าห์ไซโค (ทั้งๆ ที่เราเป็นฝ่ายไซโคมันก่อนแท้ๆ = =")

ดอส : ที่มานั่งฟังพล็อตหื่นๆ เป็นบางครั้ง จนตอนนี้เหมือนจะกลายเป็นชู้เราไปซะแล้ว กร๊ากกก

Minesweeper : ที่อยู่เป็นเพื่อน คอยสงบจิตสงบใจไอ้เบนซ์จนถึงเช้าทุกครั้งที่ปั่นฟิค ไม่มีแก ชั้นคงคลั่งไปแล้ว T[]T

ลูกชาย : หมายถึง Notebook ที่ไม่ดื้อเวลาปั่นฟิค แต่แฮงค์เกือบทุกครั้งที่เซฟรูป ฮ่วย!

ขอบคุณคนอ่านทุกๆ ท่านที่เมนท์ และเป็นผีสิงบล็อก หรือแม้แต่ขาจรที่แวะเวียนมาเป็นบางครั้ง

ขอบคุณมากๆ ค๊าบ m(_ _)m

 

WARNING ALERT!!

ก่อนจะไปอ่านตอนจบกัน อ่านมาอ่านตรงนี้ก่อนค่า!!

1. ฟิคตอนนี้วายสะบัด คาแรกเตอร์หลุดกันเป็นกะบิ ใครรับไม่ได้ไม่ต้องอ่านนะฮะ

2. ใครที่เตรียมทิชชู่ไว้สำหรับเช็ดน้ำตา ขอให้ไปหยิบเพิ่มอีกหนึ่งม้วน

3. ใครที่เตรียมทิชชู่ไว้สำหรับเช็ดเลือดกำเดา ขอให้ไปหยิบเพิ่มอีกหนึ่งม้วนเช่นกัน

4. มีที่หายไปเป็นช่วงๆ ใครคิดว่ารับได้ก็ลากอ่านเอานะฮะ

5. เนื่องจากฟิคมีความยาวมาก แนะนำให้พักสายตาเป็นระยะๆ ระหว่างอ่านฮะ

6. ใครเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง แนะนำให้ไปทำพินัยกรรมและกินยามาให้เรียบร้อยก่อนอ่านนะคะ

7. สุดท้าย งานนี้ไม่มีถุงเลือดบริจาค กรุณาเตรียมกันมาเองนะคะ เพราะคนเขียนยังต้องจิ้มตอนแต่งเหมือนกัน

 

อ่านกันเสร็จแล้ว ทำใจเรียบร้อยแล้ว ก็ลุยกันโลด!!!!

 

***************************************

Title : Truth
Pairing : 6927
Rating : G / R-18 เป็นช่วงๆ
 

------------------------------------------

 

       เสียงหอบหายใจดังถี่ หนักหน่วงไปพร้อมกับเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของเตียง อุณหภูมิรอบตัวที่ควรจะเย็นสบาย กลับกลายเป็นความร้อนระอุที่แผ่เป็นวงกว้างในความมืด

       "อะ.." เสียงครางแผ่วดังออกมาจากริมฝีปากบางของผู้ที่อยู่เบื้องล่าง เรียกรอยยิ้มจากคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์ที่ไม่แตกต่างกันซักเท่าไหร่ นัยน์ตาโตที่มักจะจ้องมองมาทางเขาตรงๆ บัดนี้กลับหรี่ปรือไม่ก็ปิดแน่นด้วยอารมณ์ที่กำลังพัดโหมอยู่ภายในร่างกาย

       ชายหนุ่มยิ้มอีกครั้งก่อนจะเริ่มเร่งจังหวะขยับกายเข้าออก เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียง เสียงผิวเนื้อกระทบกัน รวมกับเสียงครางหวานที่ขาดเป็นห้วงๆ ไม่ต่างอะไรจากเสียงดนตรีอันไพเราะ

       ..เครื่องดนตรีที่มีแต่เขาเป็นผู้บรรเลง..

       "ฮะ..ม.." ร่างบางครางกระเส่า ริมฝีปากขยับขึ้นลงราวกับกำลังพยายามพูดอะไร นั่นจึงทำให้ผู้ที่อยู่ด้านบนก้มลงมากระซิบด้วยน้ำเสียงที่พร่าเล็กน้อย

       "จะเรียกชื่อผมก็ได้นะครับ"

       จมูกโด่งไล้ไปตามผิวแก้มแผ่วเบาหยอกล้อ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

       ไม่มีทาง

       ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เขาก็รู้ดี...

       ...คนตรงหน้าไม่มีทางเรียกชื่อของเขาแน่นอน

       "อะ!..อึ้ก!!"

       แล้วเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นเมื่ออารมณ์คุกรุ่นได้พัดพาไปถึงจุดสูงสุด พร้อมกับของเหลวสีขาวขุ่นพุ่งออกมาเปรอะไปทั่วหน้าท้องแบนราบ ร่างเล็กกระตุกเฮือกเป็นจังหวะ ตาสีน้ำตาลฉ่ำเยิ้มจากความสุขที่ได้รับ ผิวกายขาวแดงเป็นสีชมพูด้วยอุณหภูมิของร่างกาย อีกทั้งช่องทางแคบที่ตอดรัดเขาเป็นจังหวะ ร่างสูงกัดฟัน กระแทกตัวเข้าไปจนสุดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปลดปล่อยความต้องการออกมาจนล้นออกมาจากช่องทางคับแคบนั้น

       เสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่ว ริมฝีปากบางของร่างเล็กขยับอ้าหุบราวกับตนขาดอากาศเป็นเวลานาน นัยน์ตาเรียวมองกลีบปากบางนั้นนิ่ง ก่อนจะก้มลงจนเหลือช่องว่างอีกเพียงไม่กี่เซนต์ ริมฝีปากของตนก็จะได้สัมผัสแล้วร่างเล็กนั้นก็ขยับศีรษะหลบให้เขาชะงัก

       "คิดว่าผมจะจูบคุณหรือครับ?" คนพูดยิ้มนิดๆ ก่อนจะแสร้งยกมือปัดปอยผมสีน้ำตาลของคนตรงหน้าออกจากหน้าผาก แล้วค่อยๆ ถอนตัวออกมา เรียกเสียงถอนหายใจเฮือกให้ดึงขึ้น

       ไม่มีทาง

       เขารู้ตัวดีว่าไม่มีทางที่จะได้สัมผัสกับริมฝีปากบางๆ นั่น

       "นายไม่ทำอย่างนั้นหรอก...มุคุโร่"

       ร่างสูงพยักหน้ายิ้มรับแต่โดยดี

       "นั่นไม่อยู่ในสัญญาที่คุณให้ผมนี่นะครับ วองโกเล่"

       เซ็กซ์ที่ปราศจากจูบ

       สึนะปรายตามองคนพูด ไม่ตอบแต่หมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อจัดการตัวเอง แม้ว่านี่จะเป็นความฝันแต่การที่ต้องทนเหนียวตัวอยู่แบบนี้เขาก็ทนไม่ได้

       กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน ทั่วร่างขาวเต็มไปด้วยรอยแดงช้ำด้วยฝีมือของคนที่อยู่ด้านนอก ตาสีน้ำตาลมองภาพนั้นแล้วเผลอเหยียดยิ้มโดยไม่รู้ตัว

       เขาอาจจะบ้าไปแล้วก็ได้ที่ทำแบบนี้...

       อาจจะบ้าตั้งแต่ที่ตัดสินใจในตอนนั้น

       และอาจจะบ้าจริงๆ ที่ยังปล่อยความสัมพันธ์แบบนี้ดำเนินมายาวนานจนเกือบปี

       แทบทุกคืน...ที่เขาฝันเห็นมุคุโร่ และเกือบทุกครั้งก็จะจบลงด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้

       นั่นคือความต้องการ? หรือแค่ตัณหาที่เขาเสพติดจนไม่อาจถอนตัวกันแน่?

       สึนะสะบัดศีรษะช้าๆ พาตัวเองไปอาบน้ำ ความอุ่นของน้ำจากฝักบัวทำให้ร่างเล็กรู้สึกผ่อนคลาย คราบอะไรต่อมิอะไรที่เปรอะตามตัวก็ค่อยๆ ถูกชะล้างออกไป

       ...แต่ไม่ใช่กับความรู้สึกบางอย่างที่กองทับถมอยู่ภายในใจ

       บางอย่างที่สึนะคิดว่ามันเกาะกินอยู่เบื้องล่างของตะกอนขุ่น ค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ จากที่เขาไม่เคยรู้สึก บัดนี้มันแทบจะล้นออกมา

       ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน สึนะรู้ดีว่ามีหลายอย่างในโลกนี้ที่ไม่สามารถควบคุมหรือห้ามปรามได้ แต่เขาก็แค้นใจ...ที่หนึ่งในนั้นคืออะไรบางอย่างที่เติบโตอยู่ภายในใจของตัวเอง

       ทั้งๆ ที่เป็นหัวใจของตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถปิดกั้น

       ทั้งๆ ที่เป็นความรู้สึกของตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถควบคุม

       ทำอะไรไม่ได้...สมกับชื่อ เจ้าห่วยสึนะจริงๆ

       ร่างเล็กตัดสินใจปิดฝักบัว คว้าผ้ามาเช็ดตัวลวกๆ สวมเสื้อคลุมอาบน้ำ แล้วก็เดินออกไป

       มุคุโร่ยังคงนอนอยู่บนเตียง ไม่ใช่ว่าเขาจะเหนื่อยหรือง่วงอะไร ก็แค่ยังไม่อยากลุกเท่านั้น ชายหนุ่มมองตามร่างเล็กที่เดินมานั่งยังขอบเตียง ก้มหน้าก้มตาเช็ดผมที่เปียกชื่อของตัวเองไม่พูดไม่จา

       ท่าทีแบบที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

       จากเด็กผู้ชายตัวน้อยที่เกลียดความรุนแรง ไม่ชอบการใช้กำลัง บัดนี้เติบโตกลายเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในอิตาลี

       โชคชะตาช่างเล่นตลกได้อย่างน่ากลัว

       เพียงชั่วครู่ที่สมาธิถูกดึงออกมา สัมผัสนุ่มและอุ่นก็ทาบทับลงมาทีริมฝีปาก ร่างเล็กในเสื้อคลุมที่ส่งกลิ่นหอมของสบู่กำลังนั่งคร่อมเขา จนเสื้อคลุมอาบน้ำแหวกออกกว้างอย่างน่ากลัว อีกทั้งใบหน้าหวานที่อยู่ในระยะประชิดทำให้เขาแปลกใจ

       สัมผัสเพียงผิวเผิน หากประทับอยู่เนิ่นนาน ราวกับจูบของเด็กน้อยไร้เดียงสา

       "ไหนว่าจะไม่มีจูบไงครับ?" มุคุโร่ถามขึ้นหลังจากที่อีกฝ่ายถอนริมฝีปากออกไป หากก็ยังไม่ยอมลุกไปจากท่านั่งอันหวาดเสียวนั่น

       "กลัวจะติดใจหรือไง?" สึนะถามพร้อมกับส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่เจ้าตัวพยายามจะปั้นให้ดูเย้ยหยัน แต่สิ่งที่มุคุโร่เห็น กลับเป็นรอยยิ้มที่แสดงความหวาดหวั่นต่ออะไรบางอย่างแทน

       ไม่ว่าจะกี่ปี...คุณก็ยังอ่อนหัดไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ

       "ก็แค่คืนนี้เท่านั้นล่ะ" สึนะตอบเสียงแผ่ว "แค่คืนนี้เท่านั้น"

       เสียงนั้นพึมพำแผ่วเบา ไม่ต่างจากการกระซิบบอกกับตัวเอง แน่นอนว่ามุคุโร่ได้ยิน แต่เขาก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใส่ใจ ประกอบกับที่ร่างเล็กนั้นได้โน้มตัวลงมาอีกครั้ง และหยุดอยู่ห่างจากริมฝีปากของชายหนุ่มไม่กี่เซนต์ ราวกับรอคอย...ให้เขาเป็นคนเริ่ม

       ตาสองสีสบกับนัยน์ตาคู่โตที่มองมาอย่างรอคอย แล้วละมองลงมาตามจมูกโด่งรั้น ก่อนจะหยุดอยู่ที่กลีบปากสีชมพูเข้ม

       "แค่คืนนี้...สินะครับ"

       ราวกับมีแรงดึงดูด หรืออาจจะเป็นตัวเขาเองที่ค่อยๆ โน้มตัวไปข้างหน้า ตาสีน้ำตาลหรี่ปรือและหลับลง

       พวกเขาจูบกันอีกครั้ง...และอีกครั้ง

       เริ่มจากการสัมผัสเพียงเบาๆ เชื่องช้า ซ้ำๆ หลายครั้ง ราวกับเด็กที่เพิ่งหัดจูบ จนเมื่อลิ้นอุ่นร้อนแตะเข้าที่ริมฝีปากบางคู่นั้น สึนะจึงค่อยเผยอปากยอมให้ลิ้นนั้นแทรกเข้าไปลิ้มรสความหวานด้วยความเต็มใจ

       ร่างเล็กรู้สึกถึงลิ้นของอีกฝ่ายกำลังสำรวจโพรงปากของตน ตั้งแต่แนวฟัน กระพุ้งแก้ม เรียกว่าทุกซอกมุมเท่าที่ลิ้นร้อนๆ นั้นจะสามารถเข้าไปถึงได้ แล้วจึงหันมาเกี่ยวกระหวัดเข้ากับลิ้นของเขาแทน มือเล็กที่วางแนบกับไหล่กว้างเมื่อครู่ บัดนี้เปลี่ยนมาเป็นการไล้ไปตามแนวลำคอแกร่ง สึนะสางมือตัวเองเข้ากับปอยผมยาวอย่างเผลอไผล

       มุคุโร่รู้ดีว่าคนตรงหน้านั้นหวานแค่ไหน หากวันนี้ความหอมหวานนั้นดูท้วมท้นเสียจนแทบสำลัก

       เพียงเพราะจูบอย่างนั้นหรือ?

       คำถามสั้นๆ ที่ถูกโยนทิ้งไปทันที ร่างสูงไม่สนใจจะหาคำตอบ ในเมื่อสติทั้งหมดจดจ่ออยู่กับร่างโปร่งบางตรงหน้า มือใหญ่คลายปมเชือกที่ผูกไว้ที่เอวอย่างหลวมๆ ออก อีกมือหนึ่งก็แตะตรงหน้าขาขาว แหวกชายเสื้อคลุมอาบน้ำเข้าไปสัมผัสหนักๆ กับต้นขาด้านใน และเนื่องจากยังติดพันกับรสจูบอันหอมหวาน สิ่งที่สึนะทำได้จึงมีเพียงการส่งเสียงครางหนักๆ ในลำคอเท่านั้น

       จากจูบอ่อนหวาน ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรุกเร้า ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความต้องการ จนสึนะที่เป็นคนตามถึงกับหอบหายใจไม่ทัน สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ราวกับถูกมอมเมา และกว่าจะรู้ตัวอีกทีอีกฝ่ายก็ผละออกมาให้เขาได้สูดหายใจเข้าปอดอีกครั้ง

       มุคุโร่ไม่จำเป็นต้องเพ่ง หรือสำรวจร่างกายของสึนะ เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองจะต้องสัมผัสตรงไหน จุดไหนที่จะกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่ายได้ ทุกตารางบนร่างกายนี้ไม่มีจุดไหนที่เขาไม่เคยสัมผัส

       "อ้ะ..ตร.....มะ" เสียงพูดขาดหาย ไม่ปะติดปะต่อ สลับกับเสียงครางหวานหู เมื่อมุคุโร่เลื่อนมือไล้ลงต่ำสัมผัสกับส่วนที่เริ่มตื่นตัว นิ้วยาวไล้วนรอบก่อนจะเข้ากอบกุมและขยับช้าๆ สิ่งที่ได้คือเสียงครางหนักหน่วงของความพึงพอใจ ยิ่งเมื่อมือนั้นขยับเร็วขึ้น เสียงหวานก็ยิ่งดังอย่างลืมอาย ร่างเล็กที่ยังคงนั่งอยู่บนตัวชายหนุ่มบิดไปมา แล้วจู่ๆ มุคุโร่ก็หยุดมือ ตวัดเอาร่างเล็กลงนอนกับเตียงกว้างแล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมแทน มือใหญ่เอื้อมไปสัมผัสกับใบหน้าขาวที่แดงจัดด้วยความต้องการ นิ้วแตะเข้ากับกลีบปากบางที่อ้าหอบหายใจอย่างทรมาน

       ราวกับรู้ว่าร่างสูงต้องการอะไร ลิ้นเล็กๆ ค่อยๆ แตะเข้าที่นิ้วกลางตามด้วยนิ้วชี้ สึนะจับมือนั้นขยับให้เข้ามาใกล้ ให้ลิ้นเล็กๆ ไล้เลียไปตามความยาวของนิ้วได้อย่างสะดวก สลับกับการดูดจนสองนิ้วนั้นชุ่มไปด้วยน้ำลายของตน

       มุคุโร่มองอาการนั้นอย่างพอใจ ก่อนจะดึงนิ้วออกมาแล้วแทนที่ด้วยริมฝีปากของตนแทน ความหอมหวาน บวกกับความทรมานที่ไม่ได้รับการปลดปล่อยพาให้สติใกล้จะขาดอยู่ทุกวินาที

       "อื้อ!!"

       ร่างเล็กส่งเสียงครางหนักในลำคอราวกับต้องการประท้วง เมื่อจู่ๆ ก็มีบางอย่างแทรกเข้ามาในร่างโดยที่ไม่ทันตั้งตัว ขณะที่มุคุโร่เพิกเฉยกับอาการนั้น และยังคงบรรจงจูบอย่างร้อนแรง พลางจัดการขยับนิ้วกลางของตนเข้าออกช้าๆ และเร่งให้เร็วขึ้น จากเสียงท้วงก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงครางกระเส่าที่หวานหูกว่าเดิม

       นิ้วกลางขยับวนไปทั่วทั้งช่องทางเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งนี้ราวกับอีกฝ่ายกลั่นแกล้ง เมื่อปลายนิ้วนั้นไล้วนเฉียดจุดกระสันอย่างจงใจ จนสึนะเผลอขยับสะโพกตามอย่างหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว

       มุคุโร่หัวเราะเบาๆ กับท่าทางเช่นนั้น

       ช่องทางที่บีบรัดเริ่มคลายตัวออกเมื่อนิ้วที่เพิ่มจำนวนเป็นสามขยับดันเข้าไป และบีบรัดทันทีที่นิ้วเหล่านั้นขยับออกราวกับต้องการรั้งเอาไว้ มุคุโร่หัวเราะเบาๆ กับท่าทางเช่นนั้น ก่อนจะถอนนิ้วออกเรียกเสียงครางขัดใจจากร่างตรงหน้า ก่อนที่ช่องทางแคบนั้นจะถูกแทนที่ด้วยส่วนอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่านิ้วหลายเท่า

       "อึ้กก!!!" สึนะเผลอเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ แม้เขาจะเพิ่งผ่านกิจกรรมนี้ไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่ความเจ็บปวดนั้นก็ไม่ได้ทุเลาลงไปจากครั้งแรกเลย

       ร่างสูงก้มลงจูบที่ริมฝีปากบางที่เริ่มบวมช้ำนั้นอีกครั้งราวกับปลอบประโลม ลิ้นร้อนๆ กับรสจูบที่หอมหวานทำให้สึนะเริ่มผ่อนคลาย จนในที่สุดมุคุโร่ก็สามารถสอดใส่เข้าไปได้ทั้งหมด

       ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกมามองร่างเล็กที่สั่นระริกไปด้วยความต้องการแล้วยิ้มนิดๆ เริ่มขยับตัวช้าๆ แล้วค่อยๆ เร็วขึ้นเรื่อยๆ

       ความเจ็บปวดในตอนแรกของสึนะ กลายเป็นเสียงครางปนหอบฮั่กตามจังหวะกระแทกกระทั้นของอีกฝ่าย เสียงของเตียงที่ขยับไหว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังมาจากเหงื่อที่ท่วมร่างของทั้งสองคน น่าแปลกที่แม้จะรู้ดีว่ามันดังมาจากอารมณ์และกิจกรรมที่น่าอับอาย แต่ตอนนี้สึนะกลับรู้สึกดีที่ได้ยินเสียงพวกนี้ และแทนที่ความรู้สึกนั้น ริมฝีปากบางจึงอ้าเผยอส่งเสียงครางแข่งกับเสียงเหล่านั้นจนดังก้องไปทั่วทั้งห้อง

       มุคุโร่รู้สึกถึงอารมณ์ที่พุ่งสูงกว่าปกติ รู้ว่าทั่วทั้งร่างของตัวเองกำลังร้อนฉ่า แม้พวกเขาจะมีความสัมพันธ์กันเกือบทุกคืน แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะเหมือนกับคืนนี้ คืนที่อีกฝ่ายยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความต้องการ ท่ามกลางความเร่าร้อนที่กำลังดำเนินไป

       ...หัวใจของเขาก็ยังคงเย็นเยียบไม่เปลี่ยนแปลง...

       ราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในขั้วโลกเหนือ

       ไม่ว่าจะสัมผัสร่างกายของคนตรงหน้ามากเท่าไหร่ หรือจะเหลือบเห็นรอยยิ้มที่เหมือนดวงตะวันนั้น

       น้ำแข็งที่เกาะอยู่...ก็ไม่เคยละลาย

       ชายหนุ่มขยับยิ้มเหยียดกับความคิดของตัวเอง

       มันคงไม่มีทางละลาย...ไม่มีวัน

       "ร...ฮึก" เพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่มุคุโร่จมเข้าสู่ความคิดของตัว ร่างเล็กก็เหมือนจะพยายามพูดอะไรบางอย่าง มุคุโร่จึงขยับตัวเข้าไปใกล้ เพื่อให้ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

       "ว่าไงครับ?"

       "เรีย..ชื่อ"

       น้ำเสียงที่กระท่อนกระแท่น ดังหอบเป็นคำๆ แต่ก็สามารถจับความหมายได้ คิ้วเข้มเลิกสูง ไม่อยากที่จะคาดเดาจึงเงียบให้อีกฝ่ายได้พูดต่อ

       สึนะกัดฟันรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาเพียงชั่วครู่

       "เรียก..ชื่อฉัน" เสียงหวานที่พยายามเอ่ยพร่า ตาสีน้ำตาลคู่โตที่เมื่อครู่หรี่ปรือจากความเสียวกระสัน ตอนนี้พยายามที่จะเบิกกว้างมองตรงเข้าไปในดวงตาของร่างที่อยู่เบื้องบน หยดน้ำสีใสที่เอ่อคลออยู่ทำให้ดูงดงามไม่ต่างจากอัญมณี

       "แน่ใจหรือครับ?" มุคุโร่ยิ้มถามด้วยเสียงที่ไม่ได้แตกต่างจากสึนะเสียเท่าไหร่

       ความต้องการ...

       มือเล็กๆ ที่ป่ายอยู่บนแผ่นหลังกว้างเลื่อนขึ้นมาแนบกับแก้มสีขาวทั้งสองข้างของชายหนุ่ม น้ำหนักของมือนั้นส่งผ่านความอุ่นร้อนเข้ามาในร่างอย่างช้าๆ

       "เรียกชื่อของฉัน มุคุโร่!"

       ลมหายใจหยุดกึก เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวที่เหมือนถูกปิดสวิตถ์ นัยน์ตาสองสีแม้จะไม่ได้เบิกกว้างแต่ก็ไม่ต่างจากการมองสิ่งแปลกประหลาด คือจ้องค้าง เนิ่นนาน

       แล้วบางอย่าง...ก็ค่อยๆ ไหลเข้ามาในหัวใจ

       บางอย่าง...ที่เขาไม่เคยรู้สึก

       บางอย่าง...ที่เขาไม่รู้จัก

       บางอย่าง...ที่อบอุ่น

       อุ่นจนร้อน ราวกับน้ำแข็งที่เกาะกินหัวใจมาเป็นเวลานานได้ถูกละลายหายไปเพียงชั่วเสี้ยววินาที

       สึนะโน้มใบหน้านั้นลงมาประทับจูบทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ชำนาญ แต่จูบนั้นก็ยังคงอ่อนโยนและหอมหวาน

       หวานกว่าที่เป็นมา หวานเสียจนรู้สึกขมในลำคอ

       มุคุโร่กัดฟันกรอด และเริ่มขยับตัวอีกครั้งด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น และรุนแรงกว่าเดิมจนร่างเล็กสั่นไหวไปตามแรง อารมณ์ที่พุ่งเกินกว่าจะฉุดไว้ได้ ทำให้สึนะกรีดร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างจะกระตุกเฮือกปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมา

 

----------------------------------------------

 

       ร่างเล็กนั้นหายไปแล้ว

       มุคุโร่ยกถ้วยชาสีขาวขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะวางมันลงบนจานรองเช่นเดิม ตาสองสีมองภาพทิวทัศน์คุ้นตาที่เขามักจะมานั่งเล่นบ่อยๆ

       ที่ว่าหายไปไม่ใช่แค่ในความฝัน...แต่หมายถึงความเป็นจริงด้วย

       มุคุโร่ไม่เคยถามสึนะเรื่องแผนการที่จะใช้ต่อต้านมิลลิฟีโอเล่ ไม่เคยอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายจะต้องเดินทางไปในอดีต และสึนะเองก็ไม่เคยพูดออกมาเช่นกัน

       ...แม้แต่ในคืนสุดท้ายนั่น

       ชายหนุ่มรู้ว่ารีบอร์นถูกส่งมาที่โลกอนาคตแล้ว และรู้ด้วยว่าระยะเวลาของทศวรรษบาซูก้านั้นถูกยืดออกไป นั่นคงเป็นฝีมือของพวกมิลลิฟีโอเล่ และถึงคนๆ นั้นจะไม่อธิบายแผนการให้ฟัง เขาก็พอจะเดาขั้นตอนได้

       ไม่ว่าใครก็ตามที่ถูกย้อนกลับไปในอดีตจะต้องทำหน้าที่ส่งตัวเองมาอนาคต ถึงตอนนั้นอัลโกบาเลโน่จะรับช่วงต่อในการฝึกฝนให้พวกเขาในอดีตก้าวขึ้นมามีความสามารถเทียบเคียงตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้า ในขณะเดียวกันพวกเขาเองที่ถูกย้อนกลับไปก็ต้องหาทางกำจัดอิริเอะ โชอิจิ ภายในเส้นตาย ซึ่งก็คืออีกสองเดือนข้างหน้า

       แต่ไม่ว่าจะชนะหรือพ่ายแพ้

       อดีต...ก็เปลี่ยนแปลงอยู่ดี

       มุคุโร่หลับตาลง ปล่อยให้สายลมอ่อนๆ พัดเอาปอยผมยาวไหวไปตามแรง

       และตัวตนของพวกเขา...ก็จะหายไป

       อนาคตที่ยังไม่ถูกเลือกมีหลากหลายรูปแบบ ตราบใดที่อดีตยังไม่ตัดสินทางเลือกเหล่านั้น ตัวตนของ 'พวกเขา' ในอนาคตเหล่านั้นก็จะยังอยู่ และเมื่ออดีตถูกตัดสิน...อนาคตก็จะเหลือเพียงหนึ่ง

       จริงอยู่ที่ว่าคนๆ นั้นสุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจที่จะเข้าสู่เส้นทางการเป็นมาเฟียเหมือนอย่างปัจจุบัน แต่เพราะได้รับรู้อนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น การเตรียมตัวและการป้องกันย่อมจะตามมา

       เมื่อเหตุไม่เกิด...ผลก็ย่อมไม่มี

       ความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทำลายวองโกเล่ริงก็จะหายไป

       ชายหนุ่มขยับยิ้มช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่เย้ยหยันต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความจริงที่โหดร้าย หรือการหลอกลวงที่ปลอบประโลม

       แล้วจู่ๆ ประตูไม้ธรรมดาๆ ก็ปรากฏขึ้นในอากาศ

       มุคุโร่จำประตูบานนี้ได้ดี และคงจะไม่มีวันลืม แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจคือคำถามที่ว่า ทำไม?

       ทำไมคนๆ นั้นถึงส่งประตูบานนี้มาหาเขา?

       มือใหญ่เอื้อมไปบิดกลอนประตูให้เปิดออกช้าๆ ห้องที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นปรากฏขึ้นสู่สายตาอีกครั้ง บนเตียงนั้น มีร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งนั่งก้มหน้าอยู่

       ท่าทีที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

       ชายหนุ่มมองสภาพของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่ก้าวเข้าสู่โลกแห่งความฝันของอีกฝ่าย ภาพลักษณ์ที่ราวกับย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบปีก่อน

       นั่นคือตัวตนของเขาในความทรงจำของอีกฝ่ายสินะ

       "คราวนี้น่าตกใจจริงๆ นะครับ" มุคุโร่เอ่ยออกไปตามปกติ แต่ร่างเล็กนั้นกลับสะดุ้งเฮือกซะจนน่าขำ ตาสีน้ำตาลกลมโตมองตรงมาทางเขาอย่างหวาดระแวง เป็นสายตาที่ไม่ได้เห็นมาเสียนานจริงๆ

       "อะไรกันครับ สายตาแบบนั้น" ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเดินเข้ามายืนในห้อง "ทั้งๆ ที่คุณเป็นคนเชิญผมมาแท้ๆ"

       ร่างเล็กเลิกคิ้วสูงก่อนตอบ

       "ฉันจำไม่ได้ว่าเชิญนายมา"

       เสียงนั้นเล็กกว่าที่เคยได้ยิน เป็นเสียงที่ไม่ได้ยินมานานจนแอบคิดไปว่านั่นไม่ใช่เสียงที่แท้จริง

       "ก็คุณเป็นฝ่ายส่ง 'ประตู' มาที่โลกของผมนี่นา" มุคุโร่มองอาการตาโตของสึนะเมื่อสิบปีก่อนแล้วหัวเราะเบาๆ ท่าทีประหม่าและไม่ระวังท่าทางนั่น ช่างน่าคิดถึงเสียจริงๆ

       "ผมเพิ่งกลับมาจากการเดินเล่นนี่เอง คุณจะมานั่งจิบชากับผมไหมล่ะครับ"

       สึนะหันกลับมาเลิกคิ้วสูงอีกครั้ง

       "ไม่ล่ะ"

       ทั้งๆ ที่คนตรงหน้าเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขาเอง

       'เรียก..ชื่อฉัน'

       "ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ วองโกเล่" น่าแปลกที่จู่ๆ เขากลับนึกถึงคำสั่งสุดท้ายนั่นขึ้นมา "การครอบครองของคุณในตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้ผมได้อะไรขึ้นมาเลย เพราะอีกไม่นานคุณก็ต้องกลับอดีตไป"

       "อีกอย่าง..." ร่างสูงเปรยต่อยิ้มๆ พลางก็ก้าวข้ามประตูไปยืนอีกฝั่ง"ผมเองก็ไม่ค่อยมีคนจิบน้ำชาเป็นเพื่อนมานานซักพักแล้ว ว่าอย่างไรครับ?"

       ร่างเล็กกำลังลังเล...มุคุโร่รู้ แต่ยังคงยืนยิ้มอยู่ที่เดิม ไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะรีบวิ่งมาหา หรือเอ่ยปฏิเสธน้ำใจของเขา และสุดท้าย ร่างเล็กนั้นก็ตัดสินใจที่จะก้าวมาสู่โลกของเขา มุคุโร่ยื่นมือไปให้ แต่ก็ถูกเมินแทบจะทันที ชายหนุ่มจึงดึงมือกลับพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินนำไปยังโต๊ะน้ำชา

       ชายหนุ่มเดินเข้าไปเลื่อนเก้าอี้ให้อีกฝ่ายนั่ง แต่เหมือนจะยังคงไม่ได้รับความไว้วางใจ จึงผละไปรินน้ำชาให้แทน ปล่อยให้แขกมองบรรยากาศรอบๆ ตามสบาย

       เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่ม สีเดียวกับนัยน์ตาคู่โต ความสูง เค้าหน้าที่อ่อนวัยลง ถึงจะบอกว่าเป็นคนๆ เดียวกัน แต่เขากลับรู้สึกว่าไม่เหมือนกัน

       "ถ้าไม่รีบดื่ม ชาจะชืดนะครับ" เสียงของเจ้าบ้านดังเรียกสติให้แขกหันกลับไป และเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ว่างอยู่ มองแขกที่เริ่มดื่มน้ำชาช้าๆ โดยปราศจากความระแวง

       แต่กว่าคนๆ นั้นจะยอมดื่มชาของเขาก็ปาเข้าไปเกือบอาทิตย์

       'เรียก..ชื่อฉัน'

       "kufufu...เห็นคุณไม่ระวังตัวแบบนี้ ทำให้ผมคิดถึงสมัยก่อนจริงๆ นะครับ" มุคุโร่เปรยขึ้น "ไม่กลัวว่าผมจะวางยาคุณหรือครับ? วองโกเล่"

       คนฟังสะอึก กระแทกวางถ้วยน้ำชาลงกับจานรองดังแกร้กใหญ่

       "ผมล้อเล่น บอกแล้วไงครับว่าการครอบครองของคุณในตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้ผมได้อะไรขึ้นมา" มุคุโร่รีบพูด แต่ก็หลังจากที่หัวเราะเสียยกใหญ่ไปแล้ว ตาสองสีมองกิริยาที่เริ่มตั้งการ์ดอีกรอบแล้วยิ้ม

       คนๆ นั้นแทบจะไม่เคยลดการ์ดของตัวเองลงเลยซักครั้ง

       ถึงจะเข้ามาด้วยท่าทีที่สบายๆ หรือพูดคุยด้วยรอยยิ้มที่สดใส แต่ก็ไม่เคยเปิดช่องว่าง

       นั่นคือความระแวง

       มุคุโร่เงยหน้าขึ้นมองแขกของตนที่เริ่มเข้าสู่ภวังค์อีกหน

       ถ้าจะมีที่เหมือน...ก็คงเป็นนิสัยแบบนี้ที่แก้ไม่หายล่ะมั้ง

       คิดแล้วก็เอื้อมมือไปแตะตรงระหว่างคิ้วทำเอาคนที่นั่งเหม่อสะดุ้งเฮือก หากเจ้าของนิ้วหัวเราะน้อยๆ แต่ยังไม่ลดมือลง

       "คิดอะไรอยู่หรือครับวองโกเล่ อุตส่าห์ได้พักผ่อนทั้งที ควรจะเลิกคิดเรื่องหนักสมองซักพักนะครับ" มุคุโร่ว่าพลางก็กดแรงลงบนหัวคิ้วของอีกฝ่าย แล้วนวดเบาๆ

       "พอได้แล้ว" ร่างเล็กปัดมือนั้นออก มุคุโร่หัวเราะยอมดึงมือกลับไปอย่างว่าง่าย

       "คิดเรื่องการต่อสู้เมื่อวานอยู่หรือครับ?" ดูเหมือนเขาจะพูดได้ตรงเป้า "ไม่เห็นจะต้องเดานี่ครับ ยังไงที่คุณถูกเรียกมาที่นี่ก็เพื่อการต่อสู้อยู่แล้ว"

       "หมายความว่ายังไง" สึนะสวนกลับทันที หากคนถูกถามกลับยิ้มบางเหมือนไม่ใส่ใจความรู้สึกที่แสดงออกมาทางสีหน้า

       "เห็นความอ่อนหัดของคุณแบบนี้ ทำให้ผมคิดถึงสมัยก่อนจริงๆ" มุคุโร่เปรยยิ้มๆ "ทั้งๆ ที่ตอนนี้คุณทำตัวได้เหมาะสมกับตำแหน่งวองโกเล่นรุ่นที่สิบแล้วแท้ๆ"

       'เรียก..ชื่อฉัน'

       ชายหนุ่มรู้ดีว่าอีกฝ่ายย่อมเข้าใจความหมายคำพูดของเขา และเขาก็ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

 

       ...เขาเองก็อยากเห็นอนาคตอีกด้านหนึ่งที่จะดำเนินไป ถ้าเรื่องนี้จบลงด้วยดี...

 

       "ซาวาดะ สึนะโยชิที่ผมรู้จักตอนนี้คือ บอสรุ่นที่สิบของวองโกเล่แฟมิลี่ ไม่ใช่เด็กน้อยอ่อนหัดเช่นคุณ" มุคุโร่ยิ้ม

 

       ...เขาเองก็อยากจะรู้ว่าอนาคตที่เปลี่ยนแปลงจะเปลี่ยนความรู้สึกของคนได้ไหม...

 

       "คุณจะว่ายังไงถ้าผมจะบอกว่า การที่พวกคุณถูกบาซูก้าทศวรรษยิงมายังอนาคตนี่เป็นแผนของตัวคุณเองในอีกสิบปีข้างหน้า"

 

       ...เขาเองก็อยากรู้ว่า ความรู้สึกที่ตกค้างในตอนนั้น เป็นเพราะความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น หรือเป็นแค่ความบังเอิญ...

 

       "โกหก!!" สึนะลุกพรวดขึ้นทันที สองมือกำแน่นวางอยู่เหนือโต๊ะสีขาวฉลุลายงดงาม

 

       ...ต่อให้ต้องทำร้ายใครอีกมากมายก็ตาม...

 

       "น่าเสียดาย แต่คราวนี้ผมพูดจริงครับ" ร่างสูงยืนยันด้วยน้ำเสียงกึ่งหัวเราะ "เพราะวองโกเล่ริงเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ พวกคุณจึงถูกเรียกตัวมาไงล่ะครับ ศัตรูคราวนี้ตึงมือกว่าที่คุณเคยเจอมา ดังนั้นอาจจะต้องจบลง...ด้วยการความตายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"

 

       ...ต่อให้ต้องโกหกใครอีกกี่ร้อยกี่พันคน เขาก็ไม่สน...

 

       "ทรมานสินะครับ" มุคุโร่ลุกขึ้นเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างแขกตัวเล็ก "ไม่อยากเห็นเพื่อนๆ ของคุณต้องตายสินะครับ" เขายังคงพูดต่อไปด้วยรอยยิ้ม ยกมือทั้งสองขึ้นแนบเข้ากับใบหน้าเรียวของเด็กหนุ่มผู้ที่จะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ทรงอำนาจมากที่สุดในอนาคต

       'เรียก..ชื่อฉัน'

       "ให้ผมช่วยคุณไหมล่ะครับ...วองโกเล่"

 

       ...ไม่ว่าจะต้องฆ่าใครอีกกี่หมื่นกี่แสนคน เขาก็เต็มใจ...

 

       "เพียงแค่คุณให้ผมเข้าครอบครองร่างของคุณ ผมสัญญาว่าจะปกป้องเพื่อนของคุณ จะเป็นคนฆ่าศัตรูให้หากคุณไม่ต้องการเป็นคนลงมือ จะสั่งคำสั่งที่คุณไม่ต้องการพูด จะเป็นแขนขาให้คุณในยามที่คุณไม่ต้องการเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของโลกใบนี้" 

 

       ...ตราบใดที่หนทางที่แสนโสมมนั้นจะนำพามาซึ่งเป้าหมายที่เขาต้องการ...

 

       "มุคุโร่...นายมีหัวใจรึเปล่า?"

 

       ...แม้ว่าสุดท้าย...มันอาจจะกลายเป็นการกรีดหัวใจของตัวเองก็ตาม...

 

       ...............

       ...................

       .......................

       "ไม่มีครับ"

 

       ...เขาก็จะทำ...

 

       "นอกจากพลังและสติสัมปชัญญะของผมแล้ว ทุกอย่างเป็นของร่างที่ถูกพันธนาการอยู่ในคุกวินดีเช่ ผมเคยบอกในอดีตเมื่อครั้งที่เราพบกันในความฝันครั้งแรกแล้วไงครับ ว่าผมเป็นแค่ผลการทดลองที่ผิดพลาดและไม่สามารถทำลายได้" มุคุโร่หยุดพูดเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะรู้สึกแย่หรือสะเทือนใจอะไร เพียงแต่มันเหมือนการทบทวนความทรงจำเสียมากกว่า

       ใช่...ความทรงจำที่ว่า เขาเกลียดท้องฟ้ามากเพียงใด

       "การดึงความทรงจำทั้งหกภพไม่สามารถทำได้หากยังเป็นมนุษย์ ผมถูกดึงขึ้นมาจากนรกแลกเปลี่ยนกับวิญญาณของเด็กน้อยคนหนึ่ง จะเรียกว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายดีล่ะครับ? ที่ต้องมาติดในภพที่ตัวเองเกลียดที่สุด ด้วยน้ำมือของสิ่งมีชีวิตที่ตัวเองเกลียดที่สุด"

        แต่สุดท้าย...เขาก็ถูกท้องฟ้านั้นดึงดูดสายตาทุกครั้งไป

       "คุณไม่ต้องเสียใจที่ถามผมอย่างนั้นหรอกครับ ผมไม่คิดมาก" มุคุโร่เปรยยิ้มๆ มองอาการอ้ำๆ อึ้งๆ ของแขกตัวน้อยของเขา แล้วตัดบท "ดูท่าทางอีกไม่นานคุณจะรู้สึกตัวแล้ว"

       ชายหนุ่มวางถ้วยน้ำชาลง หันกลับมามองหน้าคนที่ยังคงยืนนิ่ง

       "คุณไม่ต้องเศร้าหรอกครับ" มุคุโร่ว่าช้าๆ ไล้ปลายนิ้วไปตามแก้มขาวของอีกฝ่าย

       'เรียก..ชื่อฉัน'

       "เพราะเมื่อตื่นขึ้น คุณจะจำอะไรเกี่ยวกับความฝันไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องเศร้าไปหรอกครับ"

       "จำไม่ได้?"

       "ใช่ครับ"

       มุคุโร่พยักหน้าแล้วยิ้มน้อยๆ

       "...เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา..."

 

------------------------------------------------

 

       ร่างเล็กนั้นหายไปแล้ว

       กลับไปสู่โลกของความเป็นจริงที่ไม่มีความทรงจำเรื่องตัวตนของเขาในโลกนี้อยู่

       มุคุโร่ไม่ได้รู้สึกเศร้า หรือน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะต่อให้จำได้ แต่ถ้าไม่สามารถเอาชนะสงครามในครั้งนี้ได้ มันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี เขาจะทำในสิ่งที่เขาทำได้ และจะทำทุกอย่าง จนกว่าผลสรุปจะออกมา

       ชายหนุ่มยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองเก้าอี้ที่ว่างเปล่าตรงหน้า

      'เรียกชื่อของฉัน มุคุโร่!'

       "ใช่แล้วครับ...คุณจะลืมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา...สึนะโยชิ"

 

~Fin~

 

edit @ 29 Nov 2007 14:12:56 by Lynx

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้ำตาไหลพรากเลยค่า ตรงที่ใช้ ตัวเฉียง น่ะคะ

โอ๊ย แทงตับ

ขอบคุณสำหรับฟิค 10 ปี คะ มัน...มันสุดยอดไปเลย

6927 นี่สิ คือ ชีวิต

งี้ดดดด เศร้า

*ทำไมไม่พูดต่อหน้าสึนะล่ะ อี่ตามุคุรั่ว!!!!!

#1 By *~*SAI - SHONG*~* on 2007-11-29 07:24

=[]=b กุชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

นานๆทีจะชอบ6927 คุฟุฟุ
ตราบใดที่ยังออกจากกระป๋องแช่อิ่มไม่ได้ก็จงเป็นนาง(นาย???) ในฝันต่อไปนะคะท่านมุคุโร่
(ออกมาเมื่อไหร่มีศึกชิงเกะต่อจากศึกอนาคตสินะ = w =)

#2 By SadoZ on 2007-11-29 07:38

สึน้าน้าน้าน้าน้าน้าน้าน้าน้าน้าน้าน้า เรียกสึนะแทนมุคุโร่ได้มั้ยครับแม่ อ๊าก ฟิคนี้ได้ใจไปเลยฮ้า

#3 By DD (161.200.255.162) on 2007-11-29 09:04

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile

#4 By นานา (222.123.238.27) on 2007-11-29 09:30

มุคุรั่ว~ นายเป็นสับปะรดแช่อิ่มที่น่าสงสารเกินไปแล้ว~

สึนะอ่า จำได้บ้างสิ PLEASE แบบนี้มันเศร้านะ

#5 By DreamChaser on 2007-11-29 09:49

อ๊ากกกก เศร้าๆๆๆ TT^TT ฟิคเจ้ามุโร่มันเศร้าทุกเรื่องเลยสิน่ะ -*-

#6 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2007-11-29 17:09

ประโยคสุดท้ายที่สึนะอีกสิบปีพูดนี่.. ราชินีสุดๆ.. อ๊ากกกก

คั้นใจมากๆ T T ว่าแต่สึนะลืมจริงๆเหรอ? ที่ว่าลืมนี่หมายถึงคนปัจจุบันหรืออีกสิบปีกันแน่นะ.. แต่ถึงยังไง สงสารมุคุก็จริง... สึนะก็น่าสงสารไม่แพ้กัน..

สุดท้ายก็ไม่รักกันใช่มั้ย?

#7 By sarail on 2007-11-29 17:38

อ่ออออ รู้ล่ะว่าลากตรงไหนกัน 5555555555+


ที่ไม่เซ็นเซอร์ในบอร์ดคือมั่นใจว่าภูมิต้านทานสูงกันทุกคนสินะเคอะ

(ไม่จริ๊งงงงง หนูภูมิต้านทานต๊ำ~ ต่ำ)
(นึกว่าจะ SM อีกรอบ เคะๆๆๆๆๆ)
(สองอันข้างบนนั่นมันขัดกันเนอะ)


โฮะๆๆๆ รอภาคต่อปายยยยยยยยยยยยย~~~~~~

#8 By melody in the world of the tale on 2007-11-29 17:43

เห็นที่บอร์ดไม่ต้องลากเลยแวบมาดูที่บล็อค.. ลง-ติ๊ด-ไว้สินะคะ สงสัยภูมิมันต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น แอบไปเม้นท์ไว้ที่โน้นแล้ว ตามมาเยี่ยมเป็นธรรมเนียมค่ะ

ว่าแต่.. ผู้ร่วม?อุดมการณ์เรื่องนี้เยอะดีนะคะ ฮุๆๆ

ปล.แอบสงสัยเมื่อไหร่ป๋าจะออกจากกระป๋องสับปะรดแช่อิ่ม?

#9 By Lina (58.64.101.120) on 2007-11-29 18:58

พี่เบนซ์ฆ่าอิยูรอบที่ล้านแปด......
/พยายามจิ้นเป็น10051สุดฤิทธิ์!!

#10 By yukachan ❤ selpher on 2007-11-29 18:59

#%#&$%^#^#%#&%#
ดีใจมากที่แกแต่งมันเสร็จจนได้!~~!!!~~! อยากได้เป็น Doc จะเอาไป Print! 5555+ ก็รู้ว่าเราเป็นคนคอมเมนต์ไม่เก่งนะ.. แต่ว่าอยากบอกว่าอ่านแล้วยิ้ม (ช่วงหื่น 555)
ชอบช่วงแรกกับตอนช่วงท้ายที่บอกว่าเรียกชื่อของฉัน แต่ว่าถ้าไม่มีการย้ำอีกตอนใกล้จบมันคงไม่อ๊ากขนาดนี้ สึนะช่วงเบบี้นี่ไร้เดียงสาจริงๆเลย

อ่านแล้วรู้สึกได้จริงๆเลยว่า มุคุเป็นคนที่่่ไม่บอกความรู้สึกจริงๆออกมาเลยจริงๆ ชอบท่อนนี้อ่ะ


"มุคุโร่...นายมีหัวใจรึเปล่า?"



...แม้ว่าสุดท้าย...มันอาจจะกลายเป็นการกรีดหัวใจของตัวเองก็ตาม...



...............

...................

.......................

"ไม่มีครับ"



...เขาก็จะทำ...


กรี๊ดดดด ย๊ากกกส์!

ปล.ไหนว่าแต่งเรทมะได้ อย่าโม้ ขออีก เอาอีก อยากอ่านอีก
6927จงเจริญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญ

#11 By *kao* ตายสนิท on 2007-11-29 21:49

6927สุดยอด...ชอบตรงตัวเอียงมากเลยค่ะ^^
ซึ้ง....

#12 By (themagician) on 2007-11-29 22:44

เข้ามาสวัสดีค่ะ อ่านที่บอร์ดแล้วประทับใจมากเลยค่า

#13 By ruk21us on 2007-11-30 01:33

ซึ้งค่า...ตอนนี้กำลังพีคคู่นี้เป็นพิเศษ
หรือเป็นเพราะช่วงนี้เราอ่านแต่แบบนี้หว่า
มุคุโร่นี่เป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ

แต่ตอนที่เรท...
หึๆๆๆ
เอาอีกกกกกกก<<--เอาแล้วไง

แต่งอีกนะค้าconfused smile

#14 By BloodyRabi on 2007-11-30 17:28

สงสารสับปะรดดดดดด โฮฮฮฮฮฮ
6927 บราโว่ววววววว
เศร้า สึนะก็ยังคงราชินีเสมอ ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
ไอ้ทูน่าความจำสั้น (/กัดผ้าเช็ดหน้า)
10 ปีสุดยอดดดดด ขอบคุณที่สนองตัณหานะคร้า
..
>Sh[!]ZuC[h]aN<
..
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
(จะเอาอารมณ์ไหนกาแน่)
กะจะทำโดยามะโกคุมาอ่านงี้อยากทำ
มุคุศึนะซะและง่าเวงกำ
แต่เศร้าอย่างนี้มีหวังเจนั่งวาดไปนำตาไหลไปแน่
แงนี่เค้านำตาซึมและนะเนี่ย
โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#16 By Jp-DaRk DeViL on 2008-01-11 21:57

มีเพื่อนแนะนำให้มาอ่านให้ได้ค่ะ
แบบว่าอ่านแล้ว กรี๊ดดดดดดด ไม่ได้อ่านแฟนฟิคที่สุดยอดขนาดนี้มาหลายปีแล้ว แถมยังเป็นรีบอร์นอีก ขอบคุณที่แต่งออกมาจริงๆ ค่ะ

ประทับใจตรงที่เอาประเด็นที่ยังไม่เคลียร์หลายๆ ที่ในภาคอนาคตมาเล่นด้วยค่ะ อ่านแล้วอิน คล้อยตามไปเลยทีเดียว
แล้วก็กรี๊ดฟีลของคู่นี้ที่เป็นแบบนี้มากเลย อ๊า มุคุน่าสงสารจัง พรากๆ

แม้จะแอบรู้สึกตัวเองหลังเขาไปหน่อย แต่ก็ดีใจที่ได้มาอ่านค่า

#17 By แอน on 2008-07-10 23:13

ชอบสุดๆ เลยน้า~
ขอบคุณที่เขียนฟิคดีดีออกมาให้อ่านกันนะ
นำตาร่วงพราวเลยล่ะ

#18 By butler (161.200.255.162) on 2009-10-14 08:28