ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Word [2]

posted on 31 Dec 2007 00:47 by foundation

อัพสองฟิคในไม่กี่ชั่วโมง เป็นอะไรที่ไอ้เบนซ์ไม่เคยทำมาก่อน งานนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับ ความนอย แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว T[]T


ปล... ช่วงนี้อัพบ่อย ก็ขยันกันดูหน่อยน่อ ^^"


****************************************************


Title : Word [2]
Pairing : 1869
Rating : G


---------------------------------------



"ท่านมุคุโร่/คุณมุคุโร่" สามเสียงประสานกันดังขึ้นเมื่อเห็นว่าใครที่บังอาจบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลของพวกเขา


"กลับมาแล้วครับ" มุคุโร่เอ่ยตอบกลับด้วยสีหน้าแย้มยิ้มเป็นปกติ วางข้าวของที่ซื้อมาลงกับโต๊ะเก่าๆ ที่ผุพังไปตามกาลเวลา แม้วองโกเล่จะพยายามยื่นมือเข้ามาช่วยหาที่อยู่ให้ พวกเขาก็ยืนยันที่จะปฏิเสธความหวังดีเหล่านั้น


เพราะไม่ต้องการติดหนี้บุญคุญมากไปกว่านี้


เพราะไม่อยากสนิทชิดเชื้อกันเกินความจำเป็น


แม้ว่าที่โกคุโยปาร์คแห่งนี้จะยับเยิน ซอมซ่อมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีหลังคาคุ้มหัวพวกเขา หากให้เปรียบเทียบสิ่งก่อสร้างทั่วโลก ที่นี่ก็คงจะเป็นที่แห่งที่พวกเขาสามารถเรียกได้เต็มปากว่า 'บ้าน'


บางที...ต่อให้มันพังทลายเหลือแต่ซาก พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะซ่อมแซมมันขึ้นมาใหม่อยู่ดี


"ท่านมุคุโร่ แผลนั่น..." จิกุสะเปรย นัยน์ตาสีดำมองเส้นสีดำยาวบนแก้มขาว ก่อนจะเลื่อนลงมามองผ้าพันแผลที่มือขวา


"อ๋อ..." ชายหนุ่มพูดเพียงแค่นั้น แล้วก็เงียบไป ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มประดับ ราวกับเป็นคำปลอบโยนว่า 'ไม่เป็นไร ไม่เจ็บ' แต่ในสายตาของคนทั้งสามที่ใกล้ชิดกับคนๆ นี้ยิ่งกว่าใครย่อมไม่คิดเช่นนั้น


แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถาม


ไม่แม้แต่จะอ้าปาก


เพราะรู้ดี...ว่าคำถามของตนจะไม่ได้รับคำตอบ


"ท่านมุคุโร่..." ร่างสูงหันตามเสียงเรียกของโคลม เด็กสาวที่ไร้เดียงสาเติบใหญ่กลายเป็นหญิงสาวที่น่ารัก นัยน์ตาสีอเมทิสต์สั่นน้อยๆ อย่างห่วงใย มุคุโร่ยิ้มอีกครั้งก่อนจะยกมือลูกศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำยาวไม่ต่างจากเขา


"ผมยาวแล้วนะครับ" โคลมไม่ได้ตอบ เช่นเดียวกับที่คนพูดไม่ได้ต้องการมัน เธอมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายเข้าไปในห้องพักผ่อนที่จัดแยกไว้ก่อนจะหลับตาลง


ทั้งๆ ที่อยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์


ทั้งๆ ที่อยากจะเป็นพลังให้


แต่คนๆ นั้น...ก็ปฏิเสธเธอตลอดมานับตั้งแต่ที่เป็นอิสระ


เป็นความใจดีที่ไม่เคยเอ่ยปากบอก


โคลมรู้ว่าท่านมุคุโร่ไม่อยากให้พวกเธอลำบาก ไม่อยากให้มือทั้งสองต้องเปื้อนเลือดใครอีกต่อไป และเพราะรู้สึกผิด...ถึงได้ปฏิเสธความห่วงใยของพวกเธอ


แต่ต่อให้อีกฝ่ายจะผลักไสดันให้ออกห่างมากเพียงใด แต่ทั้งเธอ เคน และจิกุสะก็จะยืนเคียงข้างคนๆ นั้นและก้าวไปพร้อมกัน


โคลมลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่มั่นคง


...เด็กน้อยที่เติบใหญ่...


จนกว่าความตายจะมาพรากจากกัน






----------------------------------------







เจ็บ..


มุคุโร่นิ่วหน้าลงเล็กน้อย เมื่อเผลอทิ้งน้ำหนักลงบนมือข้างที่ถนัดอย่างลืมตัว ก่อนจะล้มตัวลงนั่งกับโซฟาตัวยาวที่เต็มไปด้วยรู เลือดสีแดงจึงค่อยๆ ซึมผ่านผ้าพันแผลให้รอยเปื้อนขยายวงกว้างมากขึ้น


บางทีแผลอาจจะเปิด


คิดแล้วก็ถือโอกาสแกะมันออกซะ เพราะยังไงส่วนตัวเขาก็ไม่ชอบที่จะเอาอะไรมาพันมืออยู่แล้ว


มุคุโร่มองรอยแผลเหวอะหวะยาวพาดผ่านข้อนิ้วทั้งสี่อย่างสนใจ ไม่ใช่เพราะความไม่เรียบของมัน หรือเพราะเริ่มรู้สึกปวดแผลขึ้นมาอีกหน แต่เป็นการกระทำของตัวเองในตอนนั้นต่างหาก แค่เด็กถือมีดคนเดียวก็น่าจะใช้อาวุธปัดออกไปให้พ้นทาง แต่เขากลับเลือกที่จะรับมีด สร้างบาดแผลให้กับตัวเอง


ไถ่บาป?


เป็นคำที่ไม่น่าจะผุดขึ้นในสมองของคนอย่างเขา นัยน์ตาสองสีหลับลง แล้วภาพเหตุการณ์นั้นก็หวนกลับมาอีกครั้ง


ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า


ราวกับแผ่นสไลด์ที่วนเวียนไม่รู้จักจบสิ้น หากสิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าภาพใดๆ นั่นคือ...


สัมผัสขณะที่อาวุธในมือของตนขณะแทงทะลุร่างเล็กๆ นั้น ภาพของปลายคมทั้งสามที่ทะลวงผ่านแผ่นหลังของเด็กน้อยอาบไปด้วยของเหลวข้นสีเแดงเข้ม เสียงของหยดเลือดที่ค่อยๆ ทิ้งตัวบนพรมหนา


มุคุโร่เหยียดยิ้ม


น่าสงสาร...ถ้าทำตัวดีๆ หลับหูหลับตาซ่อนตัวเองต่อไปก็คงไม่ตาย อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยสารอาหารที่เรียกว่าความแค้น แล้วซักวันหนึ่งก็คงจะได้กลับมาปรากฏต่อหน้าเขาในฐานะของผู้ล่า


ถ้ายังมีชีวิตรอดจนถึงวันนั้นน่ะนะ


แต่บางทีก็อาจเพราะเป็นมนุษย์ที่แสนโง่เขลา จึงพยายามดิ้นรนจากผู้ล่าด้วยวิธีโง่ๆ ถึงต้องตายอย่างน่าสมเพชแบบนั้น


"ท่านมุคุโร่คะ"


เสียงเรียกแผ่วเบา ทำให้ตาสองสีลืมขึ้นจากความมืด หันไปมองคนที่ถือถาดอาหารเดินเข้ามาวางไว้บนโต๊ะตัวเตี้ยตรงหน้า ควันสีขาวลอยกรุ่นเหนือจานสีขาว เช่นเดียวกับกลิ่นหอมที่เริ่มลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องเล็กๆ


"ท่านมุคุโร่ไม่ชอบข้าวผัดหรือคะ" โคลมถามอย่างเป็นกังวล สิ่งที่เธอมั่นใจอยู่อย่างหนึ่งคือ ท่านมุคุโร่ไม่ชอบของเผ็ด เรียกว่าเกลียดก็คงจะได้ มีอยู่ครั้งที่เธอทำข้าวแกงกะหรี่ อีกฝ่ายถึงกับลุกเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร


มุคุโร่ยิ้มน้อยๆ แล้วส่ายหน้า


"เปล่าครับ"


เขาไม่ได้ยิ้มเพราะเรื่องนั้น แต่เขากำลังขำเพราะความใจดีของโคลมที่น่ารักของเขา คอยห่วงใย คอยดูแล อยากให้เขามีความสุข ช่างเป็นเด็กสาวที่แสนดี ทั้งๆ ที่....


ถ้าไม่ใช่เพราะเขา มีหรือที่คนพวกนี้จะได้กินข้าวแบบนี้


ถ้าไม่ใช่เพราะเขา มีหรือที่คนพวกนี้จะมีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้


ถ้าไม่ใช่เพราะเขา...มีหรือที่ทั้งสามคนนั้นจะมีสามารถยิ้มแย้มได้อย่างทุกวันนี้


สุดท้าย...ก็แค่การตักตวงหาผลประโยชน์ใส่กันก็เท่านั้น


พวกนั้นได้สิ่งที่ต้องการ ส่วนเขา...ก็ได้ของเล่น และเครื่องมือในการทำงานก็เท่านั้น


เพราะปีศาจไม่ต้องการหัวใจ




*******************************TBC...


แล้วท่านฮิบาริก็ยังไม่ออก กร๊ากกกกก

edit @ 31 Dec 2007 00:51:53 by Lynx

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

555+ ทั่นฮิบะก็ยังไม่ออก
ตอนนี้กลายเป็นคู่ปกติไปเลย ไม่กล้าจิ้นนายเป็นเคะเลย มุคุโร่ววววว 555+
ยังหาท่านฮิบะไม่เจอ โฮ
ตอนนี้กลายเป็นมุคุกะโคลมไปแล้วรึนี่
(แต่ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าหมอนี่เคะขึ้น อาจเพราะมันเศร้าสินะนี่)
จะรอคอยท่านฮิบะต่อไปนะคะcry
..
มองหาฮิบาริเต็มที่ แต่ก็ไม่เจอ
ยังเป็น 1869 อยู่ชิมิเนี่ย

#3 By MiSa on 2007-12-31 15:25

มุคุ มุคู้วววว =[]=''''

ตกลงฆ่าไปจริงๆเหรอเนี่ย.. (ตอนนี้6996นิดหน่อย เอาน่า อย่างน้อย96ก็ที่1อันดับตัวละครหญิงนะ = ='')

#4 By sarail on 2007-12-31 19:51

ไม่มีแม้แต่เงามุคุเลยหรอท่าน

#5 By : : | N a t | : : on 2008-01-01 17:23

ฮิบะโผล่มาตอนท้ายแล้วก็ประกาศก้าวว่า "ชั้นนี่แหละเมะนาย จำใส่กะลาหัวเอาไว้ มุคุโร่"
แล้วพี่เบ็นซ์ก็จะจบฟิคด้วยประการละ ฉะนี้555
สาวกถีบ อ๊ากกกกก

#6 By Ritz_DD on 2008-01-01 22:46

กร้าว***ครับ ขออภัยพิมพ์ิผิดฮะ

#7 By Ritz_DD on 2008-01-01 22:47