ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Meaning of LIFE [1]

posted on 07 Feb 2008 23:35 by foundation

เข้าเรื่องได้ซักที เฮ้อ...เพราะพอจะปั่น ซาวะคุง (พลิกตำนานโมโมทาโร่) ก็ออกมากระชากใจอิเบนซ์อีกรอบ แถมปกนั่น...ปกนั่นมันอาร๊ายยยยยยยยย

ที่สำคัญที่สุด ไอ้ฉากกระโดดพังกระจกเพื่อมาชวนหนูลูกท้อไปทะเลนั่น มันจะเด่นเกินหน้าเกินกันไปหน่อยม๊ายยยยยย!! (ถึงอย่างนั้นอิเบนซ์ก็กรี๊ดสลบไปแล้ว >[]<!! )

ไหนจะฉากจับคาง จับไหล่ จับหน้านั่นอีก!!!

อร๊ากกกกกกกกกกกก

(สติแตก) 

 

 

อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เด็กบ้าอะไรโคดน่ารัก!! แถมยังโคดรั่ว!!!
 
Sakondou-Senseeeeiiiiiii!!! อ.จับคู่เอกเป็นคู่นี้สินะค๊าาาาา >[]<!!!

 

 

ส่วนอันนี้ปกเล่มสามค่ะ


ลูกท้อกับสุนัข
(ที่พยายามจะงาบเจ้านายตัวเอง)

 

เอ่อ..พล่ามมาก็มาก ไปอ่านต่อกันได้เลยคะ่ ^^"

 

ปล..ถึงท่าน B.Lucky อิเบนซ์เพิ่งเห็นเมนท์ท่าน จะว่าอะไรมั้ยถ้าจะขอออออออออออ T[]T 

 

*********************************************

Title : Meaning of LIFE [1]
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing : 2769 แต่ตอนนี้ออกเป็น 2796 กับ 2759 นิดๆ
Rating : Still in G

-----------------------------------------

 

        ตึก...ตึก...ตึก


        สึนะไม่แน่ใจว่าเสียงที่กำลังก้องไปทั่วทางเดินมืดนี่คือ เสียงฝีเท้าของเขาหรือเสียงหัวใจที่เต้นหนักอยู่ในอกกันแน่ ตาสีน้ำตาลกวาดมองรอบเพื่อจดจำเส้นทางตัว ไม่ใช่ว่าเขาระแวงวินดีเช่ แต่การกระทำที่ฝึกจนเป็นนิสัยนับตั้งแต่หลังศึกชิงแหวนเป็นต้นมา


        หลอกล่อ ข่มขู่ ลักพาตัว เรียกค่าไถ่...ทุกอย่าง


        เรียกว่าโดนมาจนครบหลักสูตรเลยทีเดียว


        นับตั้งแต่ก้าวออกจากลิฟท์ที่ส่งเสียงดังหนวกหู ทุกสรรพเสียงก็ดูจะถูกกลืนเข้าสู่ความมืดรอบตัว มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นหินเป็นจังหวะ นานครั้งที่เหมือนจะได้ยินเสียงของโซ่กระทบกันเบาๆ และเสียงถอนหายใจของใครบางคนที่อยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของความมืดนี้


        ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีคำถาม


        ไม่มีใครสนใจจะเริ่มบทสนทนา...เพราะไม่จำเป็น


        พวกเขาหักเลี้ยวอีกหลายครั้ง จนมาถึงโถงกว้าง หากเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองเบื้องบนก็พบกับแท่งแก้วอะไรบางอย่างที่ถูกเชื่อมกับแท่งเหล็กและสายไฟโยงระยางสูงต่ำไม่เท่ากัน ภายในนั้นมีเงารูปร่างของบางสิ่งบางอย่าง เมื่อเพ่งมองก็พบว่าเป็นร่างของมนุษย์ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เส้นใหญ่


        มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย วัยรุ่น วัยกลางคน ไปจนถึงคนแก่ที่ดูน่าสงสาร


        นี่คือนักโทษที่ไม่ได้รับการให้อภัย


        ผู้คุมพามาหยุดกลางห้องก่อนส่งสัญญาณให้ผู้คุมอีกคนที่อยู่ด้านนอกด้วยชุดตัวเลขและอักษรสั้นๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นรหัสของแท่งแก้ว


        กึง!


        เสียงบางอย่างถูกปลดล็อก เศษฝุ่นและหินร่วงกราวลงมาจากเบื้องบนพร้อมกับเสียงโซ่ที่ดังขึ้น ในความเงียบเช่นนี้เสียงนั้นจึงดังจนก้องไปทั่วแต่สึนะก็ไม่ได้ปัดป้องหรือเดินหลบแต่อย่างใด


        เขากำลังรอ...


        ชายหนุ่มขยับเข้าไปยืนอยู่เบื้องหน้าเมื่อแท่งแก้วนั้นหยุดสนิทลง มือขาวยกขึ้นประทับแนบเข้ากับแก้วหนาใสที่เย็นเฉียบ


        ข้างในนั้น...คงเย็นกว่านี้เยอะ


        ตาสีน้ำตาลจับจ้องใบหน้าของร่างที่กำลังหลับใหล นัยน์ตาข้างขวาถูกบดบังด้วยท่อเหล็กสีเข้ม ใบหน้าครึ่งล่างถูกครอบด้วยหน้ากากเหล็กที่ใช้เพื่อส่งอากาศและอาหาร โซ่เส้นใหญ่ที่เพียงแค่เห็นก็ให้ความรู้สึกหนักและน่าอึดอัดพันพาดร่างบางนั้นไว้ เช่นเดียวกับปลอกแขนที่ล็อกเอามือทั้งสองข้างให้ติดกันและปลอกคอเหล็กอันใหญ่นั่น


        พันธนาการไร้จุดสิ้นสุด...จนกว่าจะตาย


        ซ่า...


        เสียงน้ำที่บรรจุอยู่ภายในแท่งแก้วไหลออกมาจากช่องที่ถูกปลดออกด้านล่าง ร่างที่เมื่อครู่ยังสามารถลอยอยู่กลางคุกน้ำบัดนี้ทิ้งตัวต่ำตามแรงดึงดูด หากโซ่ใหญ่ที่พันกายกลับรั้งเอาไว้ไม่ให้หล่นลงกับพื้น


        ราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต


        สึนะก้าวเข้าไปประคองมุคุโร่ที่นอนพิงกระจกแก้ว แล้วช้อนร่างขึ้นอุ้มหลังจากที่ผู้คุมจัดการปลดโซ่และทุกสิ่งทุกอย่างออกหมดเรียบร้อยแล้ว น้ำหนักเบาหวิวของร่างนั้นทำเอาหัวใจของเขากระตุกวาบ แขนที่ตกลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรงทำให้เขายิ่งรู้สึกแย่ นัยน์ตาสีน้ำตาลมองร่างของผู้คุมที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล


        ด้วยผ้าสีขาวที่พันรอบตัวทำให้สึนะไม่รู้ว่าขณะนี้อีกฝ่ายกำลังมีสีหน้าเช่นใด หมวกทรงสูงที่ปีกหมวกอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา ทำให้เขาไม่สามารถมองทะลุเข้าไปค้นหาความคิดที่อยู่ภายในใจ และโค้ทสีดำที่สวมอยู่นั่นก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีอาวุธซ่อนเอาไว้


        อาจจะเป็นใบหน้าของรอยยิ้มเหยียดหยัน หรือนัยน์ตาที่กำลังฉายแววดูถูก


        แต่ก็นั่นล่ะ...สึนะไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นแม้แต่นิด ชายหนุ่มไม่สนหรอกว่าใครจะมองว่าเขาบ้า หรือเสียสติไปแล้วที่เอาแฟมิลี่ของตัวเองมาแลกกับนักโทษเพียงคนเดียว อย่างไรเสีย สึนะแน่ใจได้อย่างหนึ่งคือวินดีเช่จะไม่กลับคำหากตอบรับข้อเสนอไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เขาควรจะต้องเป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ...


        การพามุคุโร่ออกไปจากคุกที่เย็นเยียบแห่งนี้โดยเร็วที่สุด


-------------------------------------- 


        ปลายปากกาที่จรดลงบนเอกสารชะงักเป็นครั้งที่สาม ก่อนที่จะถูกโยนทิ้งด้วยอารมณ์ของผู้ถือนั้นได้สิ้นสุดลง


        ไม่ไหว...ไม่มีสมาธิเลย


        ร่างโปร่งเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ใหญ่ด้านหลังอย่างเหนื่อยอ่อน ตาสีน้ำตาลปรือและปิดลง ทั้งๆ ที่รู้ว่ายังมีงานกองอยู่อีกเป็นภูเขาแต่สมองกลับไม่ยอมขยับซะนี่


        "ท่านรุ่นที่สิบครับ"


        เสียงทักดังขึ้นให้ชายหนุ่มลืมตามองบุรุษที่เดินเข้ามาในห้อง ชายผู้เป็นทั้งมือขวาที่ภักดีและเพื่อนรักที่ไม่อาจะมีใครมาแทน สึนะขยับยิ้มให้ก่อนถาม


        "เรียบร้อยแล้วหรือ โกคุเดระคุง" ผู้ถูกถามพยักหน้าพร้อมคำตอบสั้น "แล้วสามคนนั้นล่ะ?"


        "ยังอยู่ที่ตึกพักครับ" ร่างในชุดสูทสีอ่อนพยักหน้ารับรู้ แล้วความเงียบก็เข้ามา หากเพียงไม่นานโกคุเดระก็เอ่ยขึ้นมา


        "แน่ใจแล้วหรือครับ?" ตาสีน้ำตาลเงยขึ้นสบตาสีมรกตเป็นเชิงถาม ผู้พิทักษ์แห่งวายุจึงต้องพูดต่อ "ที่ให้หมอนั่นอยู่ที่นี่"


        สึนะยิ้ม


        "แน่สิ นายก็รู้ว่าสภาพของหมอนั่นไม่เหมาะกับการเดินทางนานๆ ที่สำคัญขืนปล่อยให้กลับญี่ปุ่นมีหวังได้หายตัวเข้ากลีบเมฆไปแน่ๆ"


        ชายหนุ่มว่าพลางหลุบตาลงต่ำ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน...

 

        บานประตูสีขาวปิดลงไร้เสียงตามที่ถูกออกแบบมาให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หน้าห้องนั้นเหลือเพียงบุรุษเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนอยู่อย่างสงบ ด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นคงไม่มีทางมาตายง่ายๆ เพียงเพราะร่างกายอ่อนเพลียจากยาสลบนับปี หรือเพียงเพราะแรงกระเทือนจากรถยนต์ที่ขับพามาส่งที่โรงพยาบาลเป็นแน่


        ทั้งหมอ ทั้งคนเฝ้าไข้ต่างเงียบ ปล่อยให้เสียงพูดคุยรอบตัวโอบล้อมพวกเขาไว้ เพราะต่างรู้ดีถึงความหมายของความเงียบนั้น


        ฝ่ายที่ขยับตัวก่อนคือชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ พร้อมกับคำขอ


        'ผมจะพาเขากลับไปรักษาที่บ้าน'


        'แต่คนไข้จะต้องทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลนะครับ'


        ...กายภาพบำบัด...


        แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็อดที่จะเจ็บปวดไม่ได้


        คล้ายกับตัวเองถูกทิ้งวูบลงมาจากที่สูง


        สึนะสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ นึกถึงคำพูดที่เขานั่งนึกมาตลอดทาง


        'อาการหนักมากเลยงั้นหรือครับ?'


        หมอส่ายหน้าให้กับคำถามนั้นก่อนอธิบายต่อ


        'มีแค่อาการขาดสารอาหารเท่านั้นครับ ส่วนด้านอื่นๆ ถือว่ายังแข็งแรง แต่...กล้ามเนื้อขาและแขนที่ลีบเล็กลงจากการถูกงดใช้งานติดต่อกันนานหลายปี เพราะฉะนั้น...'


        บทสนทนาถูกวกกลับมายังหัวข้อเดิม และความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง


        สึนะหลับตาลง ไม่ใช่เพราะยอมรับคำสั่งของหมอ แต่เป็นเพราะไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ


        เพราะการตัดสินใจที่ยาวนาน


        เพราะความหวาดกลัวที่จะเลือก


        หมอนั่น...ถึงต้องกลายเป็นแบบนี้


        'ยังไงผมก็จะพากลับ' ชายหนุ่มเอ่ยอีกครั้งก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด พลางยกมือห้ามหมอที่อ้าปากจะค้านแล้วยิ้มบาง


        'เขาน่ะน่าเป็นประเภทที่เกลียดโรงพยาบาลเข้าไส้ ถึงคุณหมอจะให้อยู่ แต่เดี๋ยวก็ต้องหนีออกไปแน่ๆ'

 

        หลังจากนั้นคฤหาสน์วองโกเล่ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ไหนจะเรื่องการจัดที่พักที่แยกออกไปเพื่อให้ผู้ป่วยได้พักผ่อน ไหนจะเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็น สุดท้ายคือการมาของสามคนนั้นที่กว่าจะอธิบายกันได้ อีกฝ่ายก็แทบจะระเบิดโทรศัพท์ทิ้ง นี่ยังดีที่คุยผ่านโทรศัพท์ ขืนคุยกันต่อหน้ามีหวังห้องทำงานของเขาคงได้กลายเป็นสมรภูมิรบแน่


        เหนื่อยจริงๆ นั่นล่ะ


        "แล้วหมอนั่น...ตื่นหรือยัง?"


        โกคุเดระเงียบไป ก่อนส่ายหน้าตอบ "ยังครับ"


        สึนะยิ้มน้อยๆ พูดแค่ว่า "งั้นเหรอ" แล้วก็เงียบไปอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น


        "เข้ามา" เจ้าของห้องเอ่ยสั้น ก่อนที่บานประตูใหญ่จะเปิดออกพร้อมร่างเล็กของหญิงสาวที่ไม่ได้พบเสียนาน แม้อีกฝ่ายจะมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ด้วยงานที่ล้นมือทำให้เขาไม่สามารถขยับไปไหนได้ไกลเกินกว่าห้องทำงานและห้องนอนของตัวเอง


        นัยน์ตาสีม่วงอ่อนจ้องตรงมาด้วยท่าทางประหม่าตามปกตินิสัยให้คนมองขยับยิ้มน้อยๆ ก่อนลุกขึ้นเดินเข้าไปหา


        "เป็นยังไงบ้างโคลม เหนื่อยไหม?"


        หญิงสาวส่ายหน้าแล้วยิ้ม


        "ไม่อยู่กับมุคุโร่เหรอ?" เธอส่ายหน้าอีกครั้งก่อนตอบด้วยเสียงเล็กๆ ที่ไม่ค่อยจะได้เอ่ยใช้


        "ตอนนี้...อยากมาหาบอส"


        สึนะขมวดคิ้วเล็กน้อย


        "มีปัญหาอะไรหรือเปล่า? หรือว่ามีอะไรขาด?" โคลมส่ายหน้าเป็นครั้งที่สาม


        "ฉัน...อยากมาขอบคุณบอสค่ะ"


        คราวนี้คนที่ส่ายหน้าคือสึนะ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้านั้น


        "ไม่ต้องหรอก ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษเธอที่ทำให้รอนานขนาดนี้"


        "แต่ว่า..." คำแย้งถูกกลืนลงคอเมื่อร่างสูงตรงหน้ายกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเอง ก่อนที่มือใหญ่ทั้งสองจะวางลงบนไหล่ของเธอ


        "เพราะฉัน เธอถึงต้องเข้ามาอยู่ในวงการนี้ ดังนั้น..ฉันถึงต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรที่คิดว่าฉันพอจะช่วยได้ก็ขอให้บอก ตกลงไหม?" น้ำเสียงนุ่มเอ่ยน่าฟัง หากยิ่งกว่าทำนองสูงต่ำที่ยินที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกตื้นตัน แต่เป็นน้ำใจที่สัมผัสได้จากคำพูดเหล่านั้น โคลมพยักหน้าหงึกแรงๆ สองสามครั้ง ยิ้ม และเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มบอสอย่างที่เคยทำ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป


        สึนะมองตามแผ่นหลังบางนั้นจนกระทั่งประตูปิดลง มือยกขึ้นสัมผัสกับแก้มตัวเองตรงจุดที่ถูกริมฝีปากนั้นสัมผัส พลางหันไปเลิกคิ้วใส่ผู้พิทักษ์วายุที่ยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก


        "ยังไม่ชินอีกเหรอ? โกคุเดระคุง" สึนะถามพลางหัวเราะน้อยๆ เมื่อเห็นสีหน้านั้นยิ่งกระอั่กกระอ่วนมากขึ้นขณะที่ตนเดินกลับไปนั่งยังที่ประจำอย่างอารมณ์ดี


        แรกๆ เขาก็ไม่ชินนั่นล่ะ แต่พอนานวันเข้า จากที่ต้องเจอหน้ากันทุกวัน กิริยาที่เคยคิดว่าน่าอายก็กลายเป็นความเคยชิน อีกทั้งเขายังรู้สึกว่าท่าทีของโคลมนั้นทำไปด้วยความใสซื่อ


        "หรือว่าอิจฉา? งั้นฉันยอมให้นายหอมแก้มก็ได้นะ" ชายหนุ่มว่าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลางจิ้มแก้มตัวเองอีกข้าง ทำเอาคนถูกแกล้งรีบเอ่ยปัดแทบไม่ทัน


        "มะ..ผมไม่กล้าอาจเอื้อมหรอกครับ!!!"


        สึนะหัวเราะ ก่อนโบกมือไปมาคล้ายล้อเล่นให้อีกฝ่ายค่อยได้ถอนหายใจโล่ง แต่ก็ต้องสะดุดกึกกับประโยคต่อมา


        "ขืนทำแบบนั้น ยามาโมโตะก็ได้ผ่าหัวฉันน่ะสิ!"


        แล้วใบหน้าขาวของวายุผู้ภักดีก็ขึ้นสีจัด ให้คนชอบแกล้งยิ่งหัวเราะชอบใจ


        ก็น่ารักอย่างนี้ล่ะน้า ยามาโมโตะถึงหลงหัวปักหัวปำ

 

******************************TBC... 

 

/me วิ่งลัลล้าออกจากบล็อก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ช่ายยยย น่ารักอย่างนี้ยามะโมจจี้ถึงได้หลง กรี๊ดดดดดดด โดนนนนน
สึนะ...อัพเสะเหรอลูกconfused smile
สึนะเสะ เจ๋ง สนับสนุน
โมโมทาโร่เล่มใหม่อ่านแล้วจิ้นสุดๆ ใช่เลยไอ้ฉากนั้นน่ะ

#2 By MiSa on 2008-02-08 00:15

น่ารักแบบนี้แหละยามะถึงได้หลงหัวปักหััวปำ

ยกมือสนับสนุนฟิกนี้ด้วยคนค่า ><
เฮ้อ--

#4 By *kao* ตายสนิท on 2008-02-08 00:29

สึนะเมะได้...น่ารักจริงๆเลยพับเผื่อย...

แต่ก็ดูเท่ ดูอบอุ่น และดูเป็นผู้ใหญ่...

อืม, อ่านๆไปก็รู้สึกว่า
ทำไมใจเราเอนเอียงไป2769เรื่อยๆแล้วล่ะนั่น?
(สัญญาณอันตราย...!!!)

แต่ก็เต็มใจนะ หุหุ
cry

#5 By aki on 2008-02-08 00:43

อ่า 2769 สินะ คู่แท้ชะตะลิขิต!!!!

#6 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-02-08 12:55



ถูกที่สุดเลยค่า~~~ เพราะนายเป็นอย่างนี้แหละยามาโมโตะถึงหลงหัวปักหัวปำ

โดนใจมากค่า~~~~มาต่อไวๆนะค่าอย่าลืมดอนหอยหบอดละเออconfused smile
ทูน่าเสะ!!?

โมโมะจังออกเล่ม 2 แล้วเหรอ????

โอ้ว มายด์ก็อด!!!

#8 By 「 Hi-bird 」 on 2008-02-08 18:10

ซาวะคุ๊งงงงงงงงง อ่านเล่มสองแล้วเช่นกันค่ะ...แอบสังเกตด้วย รู้สึกจะมือไวทุกฉากทุกซีนนะคะ... โดยเฉพาะตอนกระโดดเข้ามาทางหน้าต่าง

โฮกแตก!!! หล่อเท่ห์ เจ้าพ่อเจ้าแม่!!!!

ซือคุง...เสะแล้วแอบเพิ่มดีกรีเจ้าเล่ห์ขึ้นหลายขุมน่ะลูก ไว้จะเม้นท์เต็มๆ ในบอร์ดนะคะ ตรงนี้ออกอาการมากมิดี กร๊ากกกกกกกก

#9 By Lina on 2008-02-08 18:14

=[]=! สึนะ....
แต่โกคุ หึหึ ไม่แปลกจริงๆที่ยามะจนหลงหัวปักหัวปำ

ลังเลว่าจะซื้อดีมั้ย เล่มนั้น น่าอ่านมั่กๆ
ปกหลังๆชักส่อนะ โฮก
ต่อด่วนค่ะพี่ขา!!!!!!!!! สครีมม โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักกันเกินแล้วค่ะ >< โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก สุดยอดมากมายยยยย >< สรุปสึนะคู่กะหนูโคลมเหรอค่ะ TT^TT ไม่เอานะค่ะ จะเอา 6927 ค่ะ 55555+

แถม D 18 หน่อยไม่ได้เหรอค่ะ 5555+ ^^

#11 By Nokorichan on 2008-02-09 13:28