ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic] มนต์รักดอนหอยหลอด [7]

posted on 19 Feb 2008 19:25 by foundation

หายหัวไปนาน ขออภัยจริงๆ ค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างอิเบนซ์จะมีวันที่ปวดหัวกับงานด้วย (หมายความว่าไงฟะ) 

 

*************************************


Title : มนต์รักดอนหอยหลอด [7]
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!


--------------------------------


ตอน : เขาวานให้หนูเป็นสายลับ!

 

         เสียงรถยนต์ที่คุ้นหูขึ้นทุกวันทำให้หนูนาที่กำลังตากเสื้อตัวสุดท้ายเอี้ยวตัวไปมองหน้าบ้าน เมื่อเห็นว่าแขกยามเช้าเป็นใคร เธอจึงผละจากตะกร้าผ้าที่ว่างเปล่าไปหา

         "สวัสดีค่ะคุณปลัด วันนี้พ่อไปหาตาโค่แต่เช้าแล้วล่ะค่ะ" เด็กสาวเอ่ยทักทายพร้อมคำตอบที่อีกฝ่ายต้องการ โดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปากถาม รอยยิ้มหวานระบายบนใบหน้าเช่นปกติทุกวัน หากเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ ได้เห็นหน้าปลัดหนุ่มชัดๆ รอยยิ้มนั้นก็พลันหุบลง
 

         รอยช้ำสีม่วงเป็นจ้ำที่มุมปาก กับแผลถลอกอีกนิดหน่อยตรงข้อศอก...


         "รอยนั่น..." หนูนาเปรยแผ่ว นัยน์ตาคู่โตหรี่ลงเล็กน้อยก่อนถาม "คุณปลัดไปโดนใครต่อยมาเหรอคะ?"


         คนถูกทักสะดุ้งโหยงสุดตัว รีบโบกไม้โบกมือบอกปัดด้วยท่าทีน่าสงสัยสุดๆ


         "เปล่าครับ ผมแค่..."


         ปลายเสียงขาดหาย ด้วยสมองที่กำลังอยู่ในอาการช็อคทำให้เกิดอาการช็อตตามมา


         "แค่?"


         "แค่......"


         "แค่? แค่เผลอเอาปากไปชนกับหมัดคนอื่นงั้นเหรอคะ?" เด็กสาวลองเดาด้วยรอยยิ้มละไม ไม่ใช่อะไรหรอก...ที่เธอคาดคั้นเอาแบบนี้ก็เพราะว่าถ้าเป็นฝีมือไอ้โต จะได้ไปลากคอมาขอโทษอีกฝ่ายเท่านั้นเอง


         "ไม่ใช่!! แค่...ตกบันได ใช่! ตกบันได!!" ปลัดเด่นตบมือดังป๊าบใหญ่เมื่อสามารถหาข้ออ้างได้ ต้องได้ผลแน่นอน...ปลัดเด่นมั่นใจ เพราะนิยายหลายเรื่องในคอเลคชั่นก็ใช้ไม้นี้รอดตัวไปได้ทุกครั้ง


         เพียงแต่ปลัดหนุ่มลืมไปว่านี่ไม่ใช่นิยาย(แต่มันเป็นฟิคและคนเขียนไม่ใจดีขนาดนั้น)


         ผลตอบรับที่ได้จึงเป็นนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยที่หรี่ลงมองอย่างไม่เชื่อในคำอ้าง


         "ตกบันไดท่าไหนเหรอคะ ปากถึงแตกเหมือนโดนใครชกมาแบบนี้" หนูนายังคงถามต่อไปโดยใส่ข้อสันนิษฐานของเธอไว้ด้วย ถ้าจะหลอกคนอื่นก็อาจจะหลอกได้ แต่หลอกเธอที่เห็นรอยแผลชกต่อยบนหน้าไอ้โตมาตั้งแต่เด็กน่ะ ไม่มีทาง!


         "กะ..ก็ลื่นน่ะครับ พอดีว่ามันไม่ได้หงายหลังแต่เป็นหน้าทิ่มลงไป ก็เลยไปชนกับหัวบันไดเข้า"


         นั่น...ยังแถไปได้เรื่อยๆ


         หนูนาเอียงคอมองหน้าจำเลยหน้าหล่อที่ยืนเหงื่อแตกพลั่กๆ พลางเหลือบมองแขนที่มีรอยถลอกแล้วยิ้มหวาน


         "แหม...คงเจ็บน่าดูนะคะ ดูสิแขนก็ถลอกด้วย" ว่าแล้วก็เผลอตัวถือวิสาสะเอื้อมมือไปคว้าแขนอีกฝ่ายขึ้นมาแตะเบาๆ


         "ชะ...ใช่ครับ" นายเด่นที่จู่ๆ ก็ถูกลวนลามโดยไม่ทันตั้งตัวได้แต่รับปากไปเรื่อยๆ ปกติก็คงจะถือโอกาสแจกหม้อให้เด็กสาวอีกหลายใบ เสียแต่ตอนนี้เขากำลังอยู่ในวิกฤต ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในหัวตอนนี้คือ วิธีที่จะทำให้ตัวเองหลุดจากสถานภาพจำเลย


         หนูนาพลิกฝ่ามือใหญ่นั้นขึ้นมาดูแล้วเอ่ยต่อ


         "แต่เอ...แล้วทำไมฝ่ามือคุณปลัดถึงถลอกด้วยล่ะคะ? ถ้าเอาตัวลงแล้วแขนถลอก มือก็ไม่น่าจะเป็นอะไรนี่นา ยกเว้นเสียแต่ว่าโดนใครต่อยหน้าหันจนต้องลงไปกองกับพื้น..."


         ยิ่งกว่าหมอดูฟันธง...


         ปลัดเด่นฟังความแล้วยิ่งเหงื่อตก ไม่ได้การ...ขืนยืนให้สาวน้อยหน้าหวานซักต่อไป มีหวังได้หลุดเรื่องยัยข้าวหลามออกมาแน่ คิดแล้วปลัดเด่นก็ค่อยๆ ดึงมือกลับอย่างสุภาพก่อนเอ่ย


         "เอ่อ...ถ้ากำนันไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปหาหลวงตาที่วัดหน่อยนะครับ"


         พูดจบก็วิ่งปรู๊ดออกจากบ้านกำนันไปทันที เหลือแต่หนูนาที่มองตามด้วยความสงสัยไม่เลิกกับบุญมาที่อยู่แสตนบายด์คอยเช็ดรถ(และระวังไม่ให้นกขี้ใส่) เด็กสาวมองหน้าพ่อบ้านของปลัดหนุ่มเพียงเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้


         "เดี๋ยวจะไปเอาน้ำมาให้นะคะ" เธอว่า ใจจริงก็อยากรู้อยู่หรอกนะว่าจริงๆ คุณปลัดไปทำอะไรมา แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมบอก เธอก็ไม่มีสิทธิไปคาดคั้นอะไร และไม่ใช่กิริยาที่ดีแน่หากเธอจะถามพ่อบ้านคนนี้


         ก็เจ้านายไม่อยากให้รู้ แล้วบ่าวจะมีสิทธิพูดอะไร


         "รบกวนด้วยนะครับ" บุญมากล่าวตอบรับอย่างคุ้นเคย ก็ทุกครั้งที่มาที่นี่ เขาก็ต้องเป็นคนคอยเฝ้าเช็ดรถ ไม่ได้ไปเดินเที่ยวกับเจ้านายสักครั้ง จะให้ไปเดินได้ยังไง เมื่อรถยนต์สุดรักสุดหวงของเจ้านายต้องเปื้อนฝุ่นเปื้อนขี้นก ไอ้จะให้นายของตนนั่งรถกระบะเสริมหลังคาโลคลาสปุเลงๆ มาตามถนนดินแดงที่แสนขรุขระนั่น...ด้วยสามัญสำนึกบวกจิตวิญญาณของพ่อบ้าน บุญมายอมไม่ได้เด็ดขาด!!


         ไม่นานนักขันเงินบรรจุน้ำฝนลอยด้วยมะลิหอมก็ถูกยกมาให้พ่อบ้านวัยกลางคนที่นั่งพักผ่อนอยู่ใต้เรือนใหญ่ พวกเขาคุยกันสองสามประโยคตามประสาคนที่เริ่มสนิท จากนั้นเสียงโวยวายก็ดังขึ้น


         "แย่แล้วค่าาาาาา!!! แย่แล้วๆๆๆๆๆๆๆ!!!"


         เสียงหวานบาดหูดังลั่นให้หนูนากับบุญมาเบือนหน้าไปมองถนนที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน และอีกสี่วินาทีต่อมาจึงเห็นว่ามีใครบางคนกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เมื่อร่างนั้นเข้ามาใกล้ทั้งสองก็พบว่าเป็นแม่ค้าสาวแห่งร้านขนมหวานแม่อุรานั่นเอง


         "เกิดอะไรขึ้นน่ะอุรา ตะโกนซะได้ยินไปถึงท้ายตำบล อะไรแย่เหรอ?" หนูนาถามแปลกใจ ถึงปกติเพื่อนสาวของเธอจะชอบโวยวาย แต่มีอยู่ไม่กี่ครั้งหรอกที่ถึงกับวิ่งมาหาถึงเรือนแบบนี้


         "คุณหนูนา...แฮ่กๆ แย่แล้วล่ะค่ะ!" คนถูกถามคู้ตัวลงเอามือยันเข่าหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ให้คนถามต้องบอกให้หายใจก่อนแล้วค่อยพูด อุราจึงสูดหายใจลึกๆ เข้าปอดอยู่สองสามครั้งแล้วเอ่ยถาม


         "คุณหนูนาได้ยินข่าวที่กำลังลือกันให้แซ่ดรึยังคะ?" คิ้วโก่งของหนูนาขมวดเข้าหากันนิดๆ ก่อนเธอจำทำหน้านึก


         "ข่าวลือเหรอจ๊ะ เรื่องอะไรล่ะ? เรื่องที่คุณปลัดจีบพี่เขี้ยว เรื่องที่ไอ้โตเก็บดอกไม้ไฟออกจากแผงของอุรา เรื่องอาจารย์ของขนมผิง MSN มาบอกว่าหลงทางไปอยู่มองโกเลีย หรือจะเป็นเรื่องที่ยายมิ้นเพิ่งไปถอยลูกซองกระบอกใหม่ ตาโค่เลยไม่กล้าอู้มาโขกหมากรุกกับพ่อ เรื่อง..."


         สารพัดเรื่องเล่าเรื่องลือผ่านจากริมฝีปากน้อยๆ ของหนูนาให้แม่อุราต้องรีบโบกมือให้วุ่น


         ตำบลนี้มีเรื่องให้ลือกันเยอะไปหมด


         เพราะฉะนั้นจะพูดถึงเรื่องไหน ก็ต้องเจาะจงมาให้ชัดๆ ไม่งั้นคงได้พูดคนละเรื่องเดียวกันแน่ๆ


         "ไม่ใช่ค่ะๆ เรื่องที่ว่าพี่ทศกับพี่ข้าวหลามทะเลาะกัน ไอ้ทากเลยทิ้งไอ้โตไปเสียบ เอ้ย! ไปปลอบใจพี่ข้าวหลาม ตอนนี้ก็ไปช่วยพายเรือขายข้าวแกงทำคะแนนทุกวันเลยต่างหากค่ะ"


         หนูนาเบิกตากว้างกับข่าวใหม่

 
         มิน่าล่ะ ช่วงนี้ถึงไม่ค่อยเห็นหน้า แต่ถ้าไอ้ทากไม่ว่าง ไอ้โตก็น่าจะมาหาเธอสิ


         เหมือนอุราจะเดาใจได้ จึงเอ่ยตอบ


         "ไอ้โตเองก็ไม่รู้ว่าหายหัวไปไหน เมื่อวานก็ไม่มาเก็บค่าดอกไม้ไฟ อุราล่ะงงจริงๆ หวังว่าคงไม่ตกท้องร่องตายไปแล้วนะคะ เอ๊ะ! หรือว่า...มันจะถูกไอ้ทากกับพี่ข้าวหลามร่วมมือกันเชือดแล้วเอาเนื้อมาทำกับข้าว?!!"


         คนฟังมองกิริยาสติแตกของเพื่อนแล้วก็ยิ้มแห้งๆ


         ดูท่าทางอุราคงดู Movie on 3 มากเกินไปซะแล้ว


         "ไม่ล่ะมั้งอุรา สองคนนั่นไม่ใช่คนแบบนั้นเสียหน่อย"


         "แต่มันน่าสงสัยนี่คะคุณหนูนา ร้อยวันพันปีพี่ข้าวหลามไม่เคยขอให้ใครมาช่วย แถมนี่นะคะ...พี่ข้าวหลามน่ะไม่ได้ไปขายข้าวแกงที่บ้านพี่ทศมาหลายวันแล้วด้วย"


         "พี่ข้าวหลามเขาคงขายดีมั้งจ๊ะ แล้วคงบาดเจ็บถึงต้องให้ไอ้ทากไปช่วย" หนูนาว่าไปตามเรื่องตามราวหารู้ไม่ว่าตัวเองทายถูกเป๊ะเสียเรื่องหนึ่ง อุราส่ายหน้ายิก


         "ไม่ใช่หรอกค่ะ ไม่รู้ล่ะ! เรื่องนี้น่าสงสัยมากๆ" เด็กสาวหรี่ตาลงเอามือจับคางตัวเองราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย


         "อย่างนี้...ต้องสืบค่ะ! อุราขอเอาชื่อร้านขนมหวานเป็นเดิมพัน!!"


         น้ำเสียงจริงจัง สายตามุ่งมั่น มองแล้วเหมือนเห็นไฟลุกพรึ่บอยู่ข้างหลัง บ่งบอกความมุ่งมั่นเต็มที่ จนรู้สึกว่าแสงรอบตัวดูมืดลงถนัดตา


         "อ๊ะ! ฝนจะตกไหมเนี่ย เก็บผ้าก่อนดีกว่า..."


         ได้ยินอย่างนั้นไฟที่ลุกพรึ่บก็มอดลงทันตา อุราเงยหน้าขึ้นมองเมฆครึ้มที่ลอยต่ำแล้วก็หันกลับมา


         "งั้นอุรากลับก่อนนะคะ"


         สิ้นเสียงตอบของหนูนาที่ดังลอยมา เด็กสาวก็หมุนตัววิ่งออกจากบ้านกำนันทันที แต่แม้จะรีบวิ่งแค่ไหน สายลมก็ย่อมพัดเร็วกว่า เมฆฝนที่เมื่อครู่เห็นอยู่ไกลๆ บัดนี้ลอยอยู่เหนือตำบลดอนหอย... แต่วินาทีต่อมา หยดน้ำใสก็ทิ้งตัวลงกลายเป็นสายฝนที่โปรยปรายให้ความชุ่มฉ่ำแก่ผืนดิน


         "ตกลงมาเร็วจริงๆ ให้ตายสิ" อุราบ่นพึมพำ ไม่ถึงกับไม่พอใจอะไรหรอก แต่จะตกช้ากว่านี้สักสองสามนาทีไม่ได้หรือไงกันน้า สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปหลบฝนชั่วคราวในโรงเรียนเมื่อเม็ดฝนเริ่มหนาขึ้น


         ขืนไม่สบายเป็นหวัดขึ้นมาก็แย่น่ะสิ กำไรหดหายหมด


         ระหว่างที่เธอกำลังปัดน้ำที่เกาะตามตัวออก สายตาก็เหลือบไปเห็นสิ่งผิดปกติเข้า


         แปลงเกษตรที่เคยราบเรียบบัดนี้กลายเป็นหลุมเป็นบ่อ แถมยังมีหลุมใหญ่อีกสองหลุมดูคล้ายฉากที่เห็นในหนังช่องเจ็ดที่ฉายเมื่อวานตอนเช้า


         บรึ้ม!!!


         เสียงระเบิดดังขึ้นแม้จะไม่ดังมากนักแต่ก็ทำให้อุราสะดุ้งหวีดร้องคู้ตัวลงต่ำ มือก็ยกขึ้นกุมศีรษะของตัวเอง


         เกิดอะไรขึ้น?!


         ระเบิดลง สงครามเกิด พวกก่อการร้าย หรือซอมบี้บุก?


         แล้วหูก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังแผ่วผ่านสายฝน


         ทำไม...มันคุ้นหูจังเลยนะ


         ตาสีดำที่ปิดแน่นค่อยๆ ลืมขึ้นเพื่อมองหาที่มาของเสียงอย่างกลัวๆ


         จะเจอทหาร สปายใส่ชุดสีดำ คนถือปืนเอ็มสิบหก หรือซอมบี้น่าขยะแขยงไหมนะ...


         แต่เมื่อสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้าได้เข้าสู่โฟกัสแบบเต็มๆ อุราก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วร้อง...


         "ไอ้โต!!!"


         เด็กหนุ่มหัวเงินที่กำลังหัวเราะร่าอย่างสนุกสนานชะงักกึกหันมามอง


         "อ้าว! อุรา..." ไอ้โตถามงงๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่คนถูกถามให้ความสนใจ หากเป็นแท่งทรงกระบอกในมือคนพูดต่างหาก ถึงจะเป็นคนละแบบ คนละสี แต่เธอที่จำเป็นต้องขลุกกับ 'มัน' อยู่หลายปีย่อมต้องรู้แน่นอนว่ามันเป็น


         'ระเบิด' (ไอ้โตมันขายดอกไม้ไฟไม่ใช่เรอะ =[]=!)


         "นี่เอ็งมาทำอะไรแถวนี้ หรืออยากจะรำลึกความหลังว่าตอนนี้ตัวเองแก่แค่ไหนแล้ว" อุราถาม


         "ก็มาเล่นกับเพื่อน" ไอ้โตตอบพลางลดระเบิดในมือลง เพราะดูท่าทางบทสนทนานี่คงยาวเกินกว่าการทักทายสองสามคำ


         "เพื่อนที่ไหน ก็ไอ้ทากไม่ว่างไม่ใช่เหรอ"


         "ก็กระเบนไง!"


         คำตอบของคำถามโผล่หน้าออกมาจากบังเกอร์อีกหลุม หน้าตา เสื้อผ้า เนื้อตัวเปื้อนดินมอมแมม ไอ้ที่ดูสดใสก็เห็นจะเป็นรอยยิ้มกว้างที่ระบายอยู่บนใบหน้านั่น


         แต่เดี๋ยวก่อน...สิ่งที่เธอควรจะสนใจไม่ใช่ไอ้กระเบนที่ยืนฉีกยิ้มเป็นคนบ้ากลางสายฝน(รวมถึงไอ้โตด้วย) แต่เป็น...


         "นี่พวกเอ็งเล่นบ้าอะไรเนี่ย!!" อุราแทบจะร้องกรี๊ดเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้แปลงเกษตรแปรสภาพไม่ต่างจากผิวดวงจันทร์


         "พอดีครูใหญ่วานให้ขุดหลุมเตรียมลงต้นไม้ พวกฉันก็เลยขอยืมมาเล่นนิดๆ หน่อยๆ"


         "หลุมขนาดนี้ กะพร้อมฝังศพเอ็งไปด้วยสินะ!!" แม่ค้าขนมหวานสวนกลับทำเอาคนฟังหน้าหงาย ไม่ทันที่จะได้โต้กลับ อีกฝ่ายก็ถามขึ้นมาอีก "แล้วนี่เอ็งสองคนมาเล่นด้วยกันได้ยังไง ร้อยวันพันปีไม่เคยจะเห็นเล่นด้วยกัน แค่เดินเฉียดยังแทบนับครั้งได้"


         แถมยังเรียนคนละห้อง ถ้าจะบอกว่าพอดีว่าเดินสวนกันก็เลยชวนเล่นด้วยกัน แม่จับยัดหม้อเคี่ยวกะทิแน่


         "...ก็ไอ้ทากไม่ว่าง..."


         "เอ็งว่าอะไรนะไอ้โต" อุราถาม เป็นลูกผู้ชายเสียเปล่า จะพูดจะจาก็หัดพูดให้มันชัดๆ หน่อยเซ่!!


         "ก็มันไปพายเรือช่วยสาวขายของแล้วนี่" ไอ้โตหันขวับกลับมาตอบเสียงดังอย่างหงุดหงิด ทำไมเขาต้องมาตอบคำถามยัยนี่ด้วยนะ!


         "ไม่เกี่ยวซักหน่อย แล้วเอ็งก็เหมือนกัน..." อุราว่าพลางชี้นิ้วไปหาไอ้กระเบนที่ยืนเงียบตามประสาผู้ฟังที่ดีอยู่พักใหญ่ด้วยหาทางแทรกไม่ได้ "ทำไมไม่ไปช่วยพี่ข้าวหลาม พี่สาวเอ็งไม่ใช่เหรอไง"


         เด็กหนุ่มผมหน้าม้าได้ยินแล้วก็ยิ้มกว้างก่อนตอบ


         "ก็เวลากระเบนไปช่วยพายเรือทีไร พี่ข้าวหลามชอบว่ากระเบนพายไม่เป็นทุกที กระเบนไม่ได้พายไม่เป็นเสียหน่อย แค่ชอบพายเป็นวงกลมเท่านั้นเอง"


         มันก็เหมือนกันนั่นล่ะโว้ย!!!


         ทั้งไอ้โต ทั้งอุราต่างอึ้งกับเหตุผลของกระเบน ใจหนึ่งอยากตะโกนด่ามันดังๆ แต่เอาเถอะ...หาเหตุผลจากกระเบนก็เหมือนไปถามก้อนหินว่าทำไมถึงมาเป็นก้อนหินนั่นล่ะ


         "จะมาเล่นด้วยกันไหมล่ะอุรา" เด็กหนุ่มหัวเงินเอ่ยชวนหลังหลุดจากห้วงวินาทีแห่งความอึ้ง


         "เอ๋ จะดีเหรอ อุราเขาเป็นผู้หญิงนะ" กระเบนเอ่ยถามแทบจะทันที ไม่รู้ว่าห่วงจริงหรือแค่จะกันท่า เอ้ย! ไม่อยากให้อีกฝ่ายเล่นด้วยกันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ตัวอุราดูเหมือนจะมีข้อสรุปอยู่ในใจโดยไม่ต้องหวังพึ่งคำขัดอยู่แล้ว


         "ไม่เอาหรอก ฉันกลับบ้านดีกว่า" เด็กสาวว่าพลางเงยหน้ามองฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่หนักนัก พลางคิดว่าต่อให้วิ่งไปก็คงไม่เปียกทั้งตัวหรอกมั้ง กลับไปก็รีบอาบน้ำสระผมซะ คงไม่มีปัญหา


         "งั้นเอาร่มฉันไปใช้ก็ได้ วางพิงกำแพงอยู่นั่นน่ะ" ไอ้โตว่าพลางเสยผมที่เปียกชื้นของตนขึ้น ชี้นิ้วไปยังร่มสีแดง ลายนางฟ้าสีเหลืองๆ ชมพูๆ เขียวๆ ซีดบ้างสดบ้าง ให้อุราที่มองตามมือแล้วขนลุกซู่


         "ใครเขาอยากจะใช้ร่มของเอ็งกัน!" อุราว่า เชิดหน้างอน ไม่ใช่! ใครจะไปงอนไอ้บ้าดินประสิวนี่กัน เด็กสาวสะบัดเร็วๆ แล้ววิ่งจากมาทันที


         หากภาพไอ้โตกำลังหยอกล้อ(?)เล่นกับไอ้กระเบนกลับไม่ยอมจากไปด้วย


         หรือว่า...


         สองขาที่กำลังวิ่งหยุดกึก เนื้อตัวเริ่มสั่นอย่างพยายามระงับอารมณ์ที่เอ่อท้นขึ้นมา


         หรือว่าไอ้โตมันน้อยใจไอ้ทาก เลยหันไปซบอกไอ้กระเบน!!!


         เยส!!


         เด็กสาวชูมือกำแล้วบิดแทงศอกลงข้างตัวอย่างถูกใจ


         ข่าวล่ามาแรงอย่างนี้...ต้องอัพเดท!


         แล้วอุราก็วิ่งกลับบ้านไปอย่างมีความสุขท่ามกลางสายฝนเย็นฉ่ำ

 
-----------------------------------

 

         "ต๊ายยยยยยย จริงเหรอจ๊ะ!!!" เสียงหวีดสะบัดสะดีดสะดิ้งร้องขึ้นตามมาด้วยการสะบัดไม้สะบัดมือประกอบ ร่างที่ขยับไหวทำให้แว่นดำที่สวมใส่สะท้อนแสงแดดยามสายสะท้อนเป็นประกาย


         "จะว่าไปวันนั้นพ่อทศขับรถตั้งใจจะชวนแม่ข้าวหลามไปกินข้าวในอำเภอนี่นา แต่พอกลับมาก็เดินปึงปังขึ้นห้อง ไม่พูดไม่จาแถมยังด่าแม่ระวีที่ยกน้ำไปให้เสียอีก" ยายละมุดว่าต่อชนิดที่ไม่จำเป็นต้องอมพะนำอะไรให้มาก ก็คนกันเองทั้งนั้นนี่


         "จริงเหรอจ๊ะยาย" อุราที่เพิ่งยกน้ำขึ้นดื่มแก้กระหายเอ่ยถามหลังจากชี้แจง สาธยาย อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอสืบมาได้ให้อีกฝ่ายฟังอย่างละเอียด


         "ก็จริงน่ะสิ ยังมีอีกนะ..." เจ้าหล่อนว่าพลางกวักมือให้เด็กสาวทั้งสองขยับเข้ามาใกล้ แล้วค่อยๆ กระซิบบอกราวกับเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่นั้นเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ และลับสุดยอด!


         "ยายเห็นรอยฝ่ามือที่หน้าพ่อทศด้วยล่ะ"


         "ฮ้าาา! เป็นไปไม่ได้น่ะยาย พี่ข้าวหลามน่ะเหรอจะตบพี่ทศ!!" อุราร้องเสียงดัง


         "ชี่!! เบาๆ สิจ๊ะอุรา ตะโกนเสียลั่นกลัวไม่มีใครได้ยินหรือ" หนูนาว่าพลางตีเผียะเข้าที่แขนของเพื่อนสาว พลางเหลือบไปมองคนรับใช้ประจำบ้านยายละมุดที่ยืนกวาดลานอยู่ไกลๆ ฝ่ายระวีที่ได้ยินอะไรที่คุ้นๆ เหมือนชื่อนายตนจึงเงยหน้าขึ้นมามองครู่หนึ่ง แต่เมื่อเสียงเงียบไปบวกกับสายตาปรามของยายละมุดที่ส่งมาเธอจึงหันกลับไปกวานลานบ้านต่อ


         เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแน่ ลูกสาวกำนันเอี้ยงก็กลับเข้าสู่บทสนทนาอีกครั้ง


         "อาจจะไม่ใช่พี่ข้าวหลามก็ได้นะอุรา" เธอว่า แต่อุราที่ตอนนี้สวมบทนักสืบเต็มสูบโบกมือปัดเร็วๆ เหมือนไล่อะไรซักอย่าง


         "พี่ข้าวหลามนั่นล่ะค่ะคุณหนูนา คิดดูสิคะ ในตำบลนี้จะมีใครบ้างกล้าตบพี่ทศ"


         เออ...จะว่าไปก็จริง


         ต่อให้พิการใกล้ตายแค่ไหนก็คงไม่มีใครกล้าลองแน่ๆ


         เพราะกลัวจะไม่ได้ตายแบบสงบน่ะสิ


         "ยายก็คิดแบบนั้น แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือพ่อทศไปทำอะไรเขา แม่ข้าวหลามถึงได้ลงไม้ลงมือแบบนั้น ปกติถึงจะมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ก็ตามประสาคนปากเสียปะทะคนปากมอม(?)นั่นล่ะ" ยายละมุดพูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจ ก็แหม...ว่าที่ลูกสะใภ้ทะเลาะกับลูกชายตัวเองรุนแรงถึงขนาดลงไม้ลงมือใส่กัน จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง


         "อ๊ะ! จะว่าไปวันนั้นถ้าจำไม่ผิด..." หนูนาร้องขึ้นเหมือนจะนึกอะไรได้ เรียกสายตาสองคู่ให้หันมามองอย่างสนอกสนใจ เผื่อว่าข้อมูลที่จะออกจากปากเธอจะเป็นประโยชน์ให้ได้เมาท์ เอ้ย! ปะติดปะต่อเรื่องอะไรได้บ้าง


         "วันนั้นตอนที่คุณปลัดกลับมา หนูนาเห็นแก้มเขาเป็นรอยแดงๆ แถมมีเลือดออกที่มุมปากนิดๆ ด้วย ตอนแรกเข้าใจว่าน่าจะโดนฤทธิ์ไม่กวาดของพี่เขี้ยว แต่วันนี้เพิ่งมารู้ว่าแผลนั่นน่ะโดนใครก็ไม่รู้ต่อยมา จากแผลแดงๆ ตอนนี้ม่วงเชียว แถมจะซักยังไงก็ไม่ยอมบอกเสียด้วย"


         จากคำให้การของพยานปากเอกทั้งสองราย นัยน์ตาสีเข้มของนักสืบสาวสวยนามอุราฉายาเจ้าแม่ขนมหวานก็เป็นประกายวาบวับ เซลล์สมองนับล้านหมุนติ้วๆ ขณะรวบรวมข้อมูลและประมวลผล ก่อนที่รอยยิ้มจะฉีกกว้างเป็นสัญญาณว่า complete!


         "อุรารู้แล้วล่ะค่ะ!!"


         เด็กสาวประกาศเสียงดังอีกครั้ง หากคราวนี้ไม่มีเสียงร้องห้ามหรือปรามใดๆ เพราะสองคนที่เหลือตอนนี้หันขวับกลับมาตั้งใจฟังเหมือนเด็กนักเรียนเตรียมสอบกำลังฟังแนวข้อสอบยังไงยังงั้น


         "ต้องเป็นการเข้าใจผิดแน่ๆ เลยค่ะ พี่ทศอาจจะไปเห็นคุณปลัดคุยกับพี่ข้าวหลามก็เลยเกิดหึงหน้ามืดเข้าไปต่อยคุณปลัด ส่วนพี่ข้าวหลามคงเสียใจที่พี่ทศทำตัวเป็นนักเลงก็เลยตบเรียกสติ แต่ผลกลับกลายเป็นตรงกันข้าม ทั้งสองคนก็เลยทะเลาะกัน ทีนี้...น่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรซักอย่าง บางทีพี่ข้าวหลามอาจบาดเจ็บเลยให้ไอ้ทากไปช่วยพายเรือ เพราะไอ้กระเบนมันพายเรือไม่เป็น แล้วคนอย่างไอ้ทาก ลองให้ใครมาขอความช่วยเหลือก็คงรับปากช่วยโดยไม่ถามอะไรแน่ๆ ส่วนไอ้โตเห็นอย่างนั้นก็เข้าใจผิด เข้าใจว่าไอ้ทากตีจาก(?)เลยงอนไปอยู่กับไอ้กระเบน ใช่แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ ค่ะ!!!"


         อื้อหือ....มาเป็นฉากๆ เหมือนเห็นมากับตา


         สองสาว(ที่คนนึงเหลือวัยสาวอยู่น้อยแล้ว)ที่นั่งฟังได้แต่อ้าปากค้างกับการวิเคราะห์ของแม่ค้าขนมหวาน ฤๅ Movie on 3 จะสร้างแม่ค้าให้กลายเป็นนักสืบได้จริง!!!


         "แต่..." หนูนาที่นั่งเงียบได้พักหนึ่งเปรยขึ้นช้า ไม่ใช่ว่าเธอคิดต่างจากเพื่อนสาว แต่ว่านะ...


         "มันจะไม่น้ำเน่าเกินไปหน่อยหรือจ๊ะ?"


         คำตอบคือความเงียบของนักสืบสาว แน่ล่ะ...ก็ไอ้ที่เธอพูดมาทั้งหมดน่ะ ก็เอามาจากละครน้ำเน่าของทุกช่องมายำเข้าด้วยกันนี่นา เรียกว่าเดาก็คงได้ล่ะมั้ง แถมสิ่งที่เธอพูดไปใช่ว่าจะเป็นจริง บางทีเรื่องทั้งหมดอาจจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยก็ได้


         อุราถอนหายใจหนักอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไฟจะมอด


         คนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือพยานในที่เกิดเหตุ


         เพราะฉะนั้น...


         "ไปถามคุณปลัดกันเถอะค่ะ!!"


------------------------------------

 

         ตะวันเริ่มคล้อยบ่าย บ่งบอกเวลาพักที่กำลังจะหมดลง หากปลัดหนุ่มก็ยังคงเดินยิ้มน้อยๆ อย่างอารมณ์ดีจากมื้อเที่ยงที่เพิ่งผ่านมา เมื่อพลังงานเต็มเปี่ยม ร่างกายก็พร้อมที่จะลุยงานอีกครึ่งวันที่เหลือต่อ


         "อารมณ์ดีจังนะคะคุณปลัด" หญิงสาวในชุดสีกากีทักทายพลางส่งยิ้มหวานให้ปลัดหนุ่มรูปหล่อยิ้มตอบ


         "เพราะรู้ว่าได้เห็นหน้าคุณไงครับ" หยอดคำหวานให้หนึ่งยก ทำเอาคนฟังเขินม้วนบิดตัวไปมา นี่ถ้าบิดเป็นเกลียวได้เธอคงทำไปแล้ว


         "แหม...ปากหวานอย่างนี้ จะคว้าหัวใจสาวๆ ทั้งอำเภอเลยหรือคะ" อีกหนึ่งหญิงเดินเข้ามาทักบ้าง


         "ถ้าหนึ่งในนั้นจะมีหัวใจของคุณ ผมจะดีใจมากเลยล่ะครับ" แล้วนายเด่นก็แจกขนมจีบให้อีกลูก หาก... "แต่คงจะเป็นไปไม่ได้สินะครับ อย่างน้อย...ผมก็ยังไม่อยากถูกสามีคุณฆ่าหมกป่า"


         หญิงสาวผู้มีเจ้าของยิ้มน้อยๆ ด้วยขำกับท่าทางและคำพูดของปลัดหนุ่มจากบางกอก ใครว่าคนกรุงเทพหยิ่ง ไม่เห็นหัวคนต่างจังหวัดกันนะ


         หลังจากเดินแจกขนมจีบยามบ่ายเสียทั่วที่ว่าการอำเภอแล้ว นายเด่นของเราจึงค่อยเดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานของตน


         แอ๊ดดด...


         บานประตูเปิดออกพร้อมด้วยฉากเดิมๆ ที่เคยเห็นอยู่ทุกวัน โต๊ะที่อยู่กลางห้องใต้หน้าต่าง โซฟากับโต๊ะตัวเล็กที่มีแจกันประดับด้วยดอกไม้สดวางอยู่ ชั้นวางเอกสารทั้งสองข้าง เพียงแต่วันนี้...ห้องไม่ได้มีเพียงแค่นั้น


         หลังโต๊ะทำงานนั้นคือร่างสูงใบหน้าคุ้นตาด้วยนัยน์ตาสีแดงคมปลาบ รอยแผลเป็นที่คาดเดาเบื้องต้นได้ว่าน่าจะเกิดจากเหตุเพลิงไหม้ เส้นผมสีดำยุ่งเหยิงพร้อมเครื่องประดับที่ติดผมที่วางอยู่บนไหล่กว้าง ขายาวพาดลงบนโต๊ะอย่างไม่กลัวว่าเอกสารจะเลอะดินที่ติดมากับรองเท้าบูทสีดำสนิท มือขวาวางสงบนิ่งอยู่บนที่พักแขน ส่วนมือซ้ายคีบม้วนสีขาวที่กำลังปล่อยควันสีขาวลอยขึ้นเบื้องบนแสดงความเป็นปฏิปักษ์ชัดเจนกับป้ายรณรงค์งดสูบบุหรี่ที่ปิดประกาศอยู่ด้านหลัง


         ทันทีที่ประตูเปิดออก ตาสีแดงดุนั้นก็ตวัดมามองผู้ที่เป็นเจ้าของห้องทันที


         โอ๊ะโอ...

 

 

******************************TBC... 

 

เดี๋ยวอีกซัก 2-3 ตอนจะมาลง Cast ใหม่ทั้งหมดให้ค่ะ เพื่อใครยังจำไม่ได้ ^^ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอบติดตาม

#1 By HineyHelsinki on 2008-02-19 20:10

เจอแซนซัสเข้าแล้วไง.....sad smile
แต่....รักปลัดเด่นเช่นเดิม(น่ารักกกกก)

ปล.จะเป็นไงต่อไป?????????????cry

#2 By : zheanarzhean : on 2008-02-19 20:16

เจอกันแล้ว~ จะเป็นยังไงต่อไปน้อ
ปลัดเสี่ยวได้น่ารักมากค่ะ
ว่าแต่แม่อุรานี่เดาแม่นดีนะ 55+

ติดตามต่อไป คนเขียนสู้ๆ >w<

#3 By [[asakamiki]] ~ [[Shin Seijurou]] on 2008-02-19 20:44

กร๊ากกกกกก~~~!!!!!! ฮาแตกแตนเช่นเดิมเลยนะขอรับท่าน!!! >[]< กรั้กๆๆๆๆๆ/นอนกุมท้อง
ไม่รุจัก Movie on 3 ........ไม่รุจะเก็ทมุกไงดีหนอ........... - -*
จะรอต่อไปนะเจ้าคะ

#4 By D_Eriz (125.25.188.94) on 2008-02-19 22:34


"ข่าวลือเหรอจ๊ะ เรื่องอะไรล่ะ? เรื่องที่คุณปลัดจีบพี่เขี้ยว เรื่องที่ไอ้โตเก็บดอกไม้ไฟออกจากแผงของอุรา เรื่องอาจารย์ของขนมผิง MSN มาบอกว่าหลงทางไปอยู่มองโกเลีย หรือจะเป็นเรื่องที่ยายมิ้นเพิ่งไปถอยลูกซองกระบอกใหม่ ตาโค่เลยไม่กล้าอู้มาโขกหมากรุกกับพ่อ เรื่อง..."

=v=..... แหมข่าวลือตำบลนี้ ไม่ข่อยจะธรรมดาสักเรื่องเลยนะเนี่ย โดยเฉพาะเรื่องสุดท่ายนี้น่ากลัวนะเนี่ย (ฮา) ติดตามค่า

ปลัดเด่น~~ ไม่รอดแน่แก.... double winkd
โอเยตอนที่เจ็ด~~~

ปลัดเด่นมั่นใจ เพราะนิยายหลายเรื่องในคอเลคชั่นก็ใช้ไม้นี้รอดตัวไปได้ทุกครั้ง
<< ปลัดชั้นอ่านอะไร? กิ่งฉัตรเหรอแก =[]=

ขำไอโตมีการงอนไอทากจนหนีไปซบอกกระเบนด้วย กระเบนมันก็ร้าย (สมเป็นเจ้าชายของหมา กรี๊ดดดดดดดดด)

"ก็เวลากระเบนไปช่วยพายเรือทีไร พี่ข้าวหลามชอบว่ากระเบนพายไม่เป็นทุกที กระเบนไม่ได้พายไม่เป็นเสียหน่อย แค่ชอบพายเป็นวงกลมเท่านั้นเอง"
<< แกจะพายให้พญานาคสมเพชจนมาช่วยลากรึไงวะกระเบน

แต่เอาเถอะ...หาเหตุผลจากกระเบนก็เหมือนไปถามก้อนหินว่าทำไมถึงมาเป็นก้อนหินนั่นล่ะ
<< เบนซ์ แกเปรียบเทียบไปได้ เสียมารยาทกับก้อนหินรู้ไหมแก

ว่าแต่อุราเลิกขายข้าวแกงไปเป็นหมอดูอาจจะรุ่งกว่าก็ได้นะ

หมารักปลัดเสมอนะเคอะ จุ๊บ >0<

#6 By A.A the wolf on 2008-02-20 00:13

"แหม...ปากหวานอย่างนี้ จะคว้าหัวใจสาวๆ ทั้งอำเภอเลยหรือคะ" อีกหนึ่งหญิงเดินเข้ามาทักบ้าง


"ถ้าหนึ่งในนั้นจะมีหัวใจของคุณ ผมจะดีใจมากเลยล่ะครับ" แล้วนายเด่นก็แจกขนมจีบให้อีกลูก หาก... "แต่คงจะเป็นไปไม่ได้สินะครับ อย่างน้อย...ผมก็ยังไม่อยากถูกสามีคุณฆ่าหมกป่า"


^
^
^
^
^

อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงง ชอบบบบ

#7 By 「 Hi-bird 」 on 2008-02-20 09:00

อ๋า..........อยากอ่านต่อแล้วอ่ะค่ะ >< ลุ้นๆๆๆๆ โฮกกกกกกกกกกกก ปลัดแถ+แจกหนมจีบเก่งมากๆๆๆเลยค่ะ ^^ 555+ สุดยยอดดดดด ><

โอยยย มาเจอกันอีกแล้ว พี่ทศกะปลัด จะเกิดอะไรขึ้น รอตอนต่อไปค่ะ ><

#8 By Nokorichan on 2008-02-20 13:48

อร๊ายยยยยยยยยยยย รักตอนนี้ชะมัด!!!!

/me ดิ้นไปดิ้นมา

ก้าวใจมากครับพี่เบนซ์ ปลัดจีบไอ้เขี้ยวให้ติดนะครับ ผมเชียร์อยู่

พี่ทศน้องข้าวหลมไปอยู่กับคนอื่นแล้วสนใจหน่อยพี่~

กระเบนนนนน นี้เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวสินะครับ
(ได้ซูชิบ้านไอ้ทาก แถมได้ไอ้โตมาเคียงกาย)

ป๋ากรุล่ะ = =

#10 By เฟียร์ . Fiar on 2008-02-20 22:18

หลามกรุด้วย....

หายเกลี้ยงตอนนี้ = =...
ปล. ความสามารถในการจิ้นของสาวพวกนี้ สูงส่งมากเมิง

#11 By เฟียร์ . Fiar on 2008-02-20 22:20