ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

รอบนี้ปั่นเสร็จทันก่อนเส้นตายด้วยล่ะ (หมาจะตบมั้ยนี่ - มันก็ต้องโดนอยู่แล้วน่ะเซ่)

 


 

Title : One Hand
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing :  Mukuro x Tsunayoshi [6927]
Rating : R18 ขออนุญาตไม่เซ็นเซอร์นะฮะ m(_ _)m
Warning : ดาร์กฉลองวันเกิดหลี = =b


--------------------------------


        "...ทานซุปหน่อยนะครับ" น้ำเสียงนุ่มหูดังแผ่วในความมืดที่ปกคลุมห้องนอนอันกว้างขวาง อากาศในยามค่ำคืนหนาวเย็นจนต้องจุดเตาผิงเพื่อให้อุณหภูมิอุ่นขึ้นและได้แสงสว่างเป็นผลประโยชน์ข้างเคียง


        ช้อนเงินคันสวยจรดน้ำซุปอุ่นๆ เข้ากับริมฝีปากแดงช้ำ เมื่อมันถูกยกขึ้น น้ำซุปใสก็ไหลเอ่อล้นออกทางมุมปากจนหมด ผู้ป้อนได้แต่ถอนใจเบาๆ คล้ายระอาทว่าใบหน้านั้นกลับเปื้อนยิ้มกว้าง ก่อนเอื้อนเอ่ย


        "ถ้าไม่ทานอะไรเลย คุณจะตายนะครับ"

        ร่างที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนั้นหาได้ขยับไหวราวกับไม่ได้ยินเสียงเตือนอันห่วงใย


        ไม่ได้ยิน...หรือรู้ว่าแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงคำลวง?


        มุคุโร่มองร่างขาว ก่อนจะหันมาตักซุปเข้าปากและก้มลงประกบปากให้ซุปค่อยๆ ไหลผ่านลงคอจนหมด ทว่าจูบยังคงเนิ่นนานกว่านั้น เมื่อร่างที่เหมือนจะไม่ตอบรับสิ่งใดตวัดลิ้นรับลิ้นอุ่นที่แทรกเข้าไปหวังเพียงเปิดทางลำเลียงน้ำซุปในตอนแรก การป้อนอาหารจึงกลายเป็นจูบที่รอนแรงและเรียกหากันและกัน


        มุคุโร่ขยับตัวจากที่นั่งอยู่ริมเตียงขึ้นไปคร่อมร่างเล็กด้วยอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นง่ายๆ ด้วยจูบเพียงจูบเดียว เสียงครางงึมงำผ่านลำคอเล็กเมื่อมือเย็นของชายหนุ่มล้วงเข้าไปสัมผัสกับแผ่นอกใต้เสื้อนอนนั้นโดยตรง และเมื่อแหวกออกจึงเห็นรอยจ้ำสีแดงระเรื่อที่บ่งบอกว่าเพิ่งถูกสร้างขึ้นได้ไม่นาน หรืออันที่จริงมันถูกประทับซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่อาจเลือนหาย เป็นการตีตราให้เห็นว่าร่างนี้นั้นเป็นของผู้ใด


        "พูดสิครับ..." ชายหนุ่มกระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำ แม้จะยอมละจากกลีบปากแดงแต่ก็ยังคงคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง มือหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยไรผมสีน้ำตาลออกจากแก้มที่เริ่มซับสี อีกมือหนึ่งก็ยังคงทำงานปลุกเร้าอารมณ์ของร่างเล็กให้กระเจิง


        "...ต้องการ..." คำตอบนั้นสั้นง่าย หากชัดเจนและแผ่วเบา มุคุโร่ยิ้มที่มุมปากก่อนจะก้มลงจูบอีกครั้ง แทนรางวัลที่ตอบได้ถูกต้อง


        ไม่เสียแรง...ที่ฝึกอยู่หลายวัน


        เสียงหวานครางกระเส่ายิ่งขึ้น เมื่อมืออันเย็นเฉียบของคนที่อยู่เบื้องบนรุกหนัก สองแขนโอบรอบลำคอ กระชับให้ร่างสูงนั้นก้มลงต่ำพร้อมกับยกสะโพกเล็กของตนขึ้นคล้ายร้องขอ มุคุโร่ขยับยิ้มอีกครั้ง ละมือจากสะโพกเนียนไล้ไปตามส่วนโค้งจนถึงช่องทางคับแคบ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ปากทางก็ตอดรัดเรียกเสียงหัวเราะในลำคอของชายหนุ่มให้ดังขึ้นแผ่วเบา แล้วจู่ๆ ปลายนิ้วก็แทรกเข้าสู่ช่องทางอย่างรวดเร็วจนร่างเล็กหวีดร้องเสียงสูงด้วยความเสียวกระสันสลับกับเสียงครางหวานหู เมื่อเจ้าของนิ้วขยับนิ้วเข้าออกอย่างแรง แขนทั้งสองโอบรัดลำคอแน่นและกระตุกสั่นทุกครั้งที่ปลายนิ้วเย็นสัมผัสกับจุดกระสันในร่างกาย


        แล้วมุคุโร่ก็หยุดมือ


        ตาสองสีสบนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่สะท้อนใบหน้าของเขาไม่ต่างจากกระจกเงา เสียงหอบยังคงดังถี่กระชั้นในความเงียบ จนกระทั่งริมฝีปากที่บวมช้ำเริ่มขยับช้าๆ


        "ฉันต้องการนาย มุคุโร่"


        แล้วเสียงหวานก็กรีดร้องอีกครั้ง ทันทีที่อีกฝ่ายกระแทกตัวเข้ามาในร่างของเขาอย่างรุนแรง ก่อนจะเปลี่ยนกลับไปเป็นเสียงครางกระเส่าเช่นเดิม หากอ่อนหวานกว่า รุนแรงกว่า และต้องการมากยิ่งขึ้น จนกระทั้งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับความต้องการทั้งหมดได้ถูกเติมเต็มในช่องทางคับแคบ


        มุคุโร่เหยียดยิ้มในความมืด


        ก็แค่...ตอนนี้เท่านั้น


        เพราะวันพรุ่งนี้ ก็คงว่างเปล่าเช่นเดิม

---------------------------------------
 

        แขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงในบ่ายแก่ๆ ของวันต่อมา


        แม้จะเลยเวลาน้ำชาไปแล้ว แต่มุคุโร่ก็ไม่ได้รังเกียจที่จะดื่มมันอีกครั้ง ถ้วยชาสีขาวที่มักจะวางอยู่บนโต๊ะเพียงหนึ่ง วันนี้จึงกลายเป็นสอง ของว่างก็เพิ่มปริมาณขึ้นเล็กน้อย เผื่อว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้จะอยากหยิบขึ้นทาน


       กลิ่นหอมของน้ำชาจากใบชาชั้นเลิศลอยอบอวลในห้องที่แสนอึมครึมแทนกลิ่นคาวจากของเหลวอันไม่น่าพิศมัย บรรยากาศในวันนี้จึงสดใสขึ้นมาเล็กน้อย อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของร่างที่นอนอยู่


        ...เพียงแต่ถ้าร่างนั้นจะรับรู้


        "ไม่คิดว่าคนที่มาจะเป็นคุณ" เจ้าบ้านเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก หลังจากปล่อยให้แขกนั่งพิจารณาร่างที่นอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสงบ นัยน์ตาสีดำจึงเบือนกลับมาจ้องหน้าผู้พูดด้วยแววตาที่ไม่สามารถอ่านความรู้สึกได้ แต่มุคุโร่ก็รู้ดีว่าภายในดวงตาคู่นั้นคงซ่อนความเจ็บปวด ความเคียดแค้นเอาไว้นับร้อยนับพัน บางทีอาจจะมากพอที่จะทำให้คนตรงหน้ากระโจนเข้ามาบีบคอเขาอย่างสิ้นคิดก็เป็นได้


        แต่มุคุโร่ก็รู้ดีอีกนั่นล่ะ


        ว่าอัลโกบาเลโน่ที่ชื่อ รีบอร์น คงไม่โง่ขนาดนั้น


        "เพราะฉันขอว่าจะมาเองต่างหาก ขืนให้พวกนั้นมา ที่นี่ก็คงได้กลายเป็นสนามรบ" แม้แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็ยังคงราบเรียบ มุคุโร่หัวเราะเบาๆ ให้กับเหตุผลที่ได้ยิน แล้วความเงียบก็เข้ามาเยือนอีกครั้งพร้อมกับเสียงแตกเปรี๊ยะของประกายไฟในเตาผิง นานกว่าหลายนาทีที่แขกจะเอ่ยขึ้นมา


        "รู้ไหมว่าตอนนี้ทางโน้นวุ่นวายกันขนาดไหน" คำถามนั้นกระตุ้นคนฟังได้เพียงแค่การเหลือบมองสบตา บางทีคงเป็นเพราะรู้ว่าคำถามนั้นไม่ได้ต้องการคำตอบจริงจังสักเท่าไหร่ก็เป็นได้


        "ทั้งๆ ที่สึนะไว้ใจนาย..."


        คำเปรยต่อมาที่ไม่ต่างจากการด่าทอ ติเตียนว่ากล่าว ทว่าคนฟังกลับทำเพียงเลื่อนนัยน์ตาสองสีไปมองบุคคลในหัวข้อสนทนาที่ยังคงหลับอยู่บนเตียง


        "อันที่จริง เขาไม่ได้เป็นคนเลือกนะครับ" ประโยคแรกของเจ้าบ้านเอื้อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้างที่แสนหลอกลวง "เพราะฉะนั้นจะบอกว่าผมหักหลังเขาก็คงไม่ถูกต้องเท่าไหร่ จริงไหมครับ"


        "แต่หมอนั่นก็ยังเชื่อมั่นในตัวนายให้อยู่เคียงข้างต่อไป" รีบอร์นย้อนกลับ เมื่อ ซาวาดะ สึนะโยชิ เลือกที่จะให้ โรคุโด มุคุโร่ เป็นผู้พิทักษ์แห่งหมอกต่อไปในวันรับตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่สิบ นั่นคือความเชื่อมั่นจากก้นบึ้งหัวใจว่าคนๆ นี้จะไม่มีวันหักหลัง


        "ทำไมถึงพาตัวสึนะมา" คำถามได้รับคำตอบเป็นเพียงรอยยิ้ม คล้ายจะบอกว่า 'คุณก็น่าจะรู้ดีนี่ครับ' คนที่มองจึงได้แต่ถอนหายใจหนัก


        "ต่อให้นายกักตัวสึนะไว้ มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เหมือนกับการตบมือข้างเดียวนั่นล่ะ"


        มุคุโร่หัวเราะดังขึ้น พลางวางถ้วยน้ำชาลงกับจานรองแผ่วเบา


        "ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะเป็นคนเจ้าสำนวนกับเขาด้วยนะครับ" แล้วก็เงียบไป นัยน์ตาสองสีก้มมองน้ำชาสีอ่อนที่เหลือเพียงครึ่งถ้วยคล้ายครุ่นคิด ถ้าไม่เห็นรอยยิ้มเหยียดบนใบหน้าขาวนั้นคู่สนทนาก็คงรู้สึกเครียด


        ไม่สิ...มันทำให้เขาเครียดยิ่งขึ้นกว่าเดิมมากกว่า


        "มือข้างเดียวของผมคงทำให้เกิดเสียงดังไม่ได้" มุคุโร่เริ่มพูด "แต่ถ้าใช้มือข้างเดียวกันนี้ตบหน้าเขา มันก็คงมีเสียงเกิดขึ้นบ้างสินะครับ"


        รีบอร์นอึ้งหนัก กับคำตอบแบบกำปั้นทุบดินและเข้าข้างตัวเองแบบสุดกู่ของคนพูด แต่ก็ไม่ถึงกับตกใจ


        "แม้ว่าสึนะจะเกลียดนาย?"


        "ก็ดีสิครับ เพราะความเกลียดน่ะ มันมีอายุยาวนานกว่าสิ่งที่พวกคุณเรียกว่าความรัก" มุคุโร่หัวเราะเบาๆ ย้ำว่าที่พูดไปนั้นหาใช่การประชด แต่เป็นสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่จริงๆ


        "เกลียดเสียจนจนอยากหนีไปให้พ้นๆ นายก็ยินดี?"


        "เขาไม่มีทางหนีผมไปได้หรอกครับ" มุคุโร่ตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงมั่นใจจนคล้ายหลงตัวเอง ตามด้วยเสียงกระทบเบาๆ ที่ขอบถ้วยสีขาวของพวยกาที่ถูกยกขึ้นเริมน้ำชาสีอ่อน


        "งั้นสิ่งที่นายต้องการจริงๆ ก็แค่ภาชนะของคนที่ชื่อว่า ซาวาดะ สึนะโยชิ เท่านั้นสินะ" เสียงต่ำกดดันของนักฆ่าอันดับหนึ่งทำให้มุคุโร่รู้สึกได้ว่าเลือดในกายเริ่มหมุนเวียนติดขัด "เมื่อถึงจุดหนึ่งที่สึนะทนต่อไปไม่ไหว หมอนั่นก็จะรู้สึกตัวว่าไม่ว่าจะทำอย่างไร นายก็ไม่มีทางเปลี่ยนความคิด ความเจ็บปวดที่นายสร้างขึ้นจะทำให้สึนะค่อยๆ สะกดจิตตัวเองให้ลืมทุกอย่าง ไม่ใช่แค่นั้น แต่หมอนั่นจะลืมเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกที่จะเชื่อนาย จนกระทั่งตัวตนของนายในที่สุด"


        แต่ละคำเน้นย้ำ ช้าชัด เสียดแทงหัวใจไม่ต่างจากศรที่คมกริบ ปักลึกคล้ายจะหักคาให้บาดแผลเน่าเฟะ


        แต่มุคุโร่ก็ยังยิ้ม


        เขาไม่คิดว่าตัวเองมีหัวใจ แม้แต่ความรู้สึกที่มีต่อร่างที่นอนอยู่บนเตียง มุคุโร่ก็คิดว่ามันคือความอยาก ความต้องการที่คล้ายกับมนุษย์ที่ต้องการอาหารยามหิวโหย ต้องการที่พักเพื่อพักพิง แต่มันจะไม่เหมือนกับอากาศที่ใช้หายใจตลอดเวลา


        หรือถ้านั่นจะเรียกว่าความรัก


        มันก็คงเน่าเหม็นมาตั้งแต่ต้น


        "ถ้าเขาคิดจะลืม..." ในที่สุดมุคุโร่ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ "ผมก็จะคอยตบหน้าเขา ตบไปเรื่อยๆ จนกว่าสัมผัสจากฝ่ามือของผมจะติดแน่นอยู่บนใบหน้านั้น ให้เขารู้สึกถึงมันตลอดเวลาทุกวินาทีของลมหายใจเข้าออก ยามที่เขาหลับตา หรือแม้แต่ตอนที่ลมหายใจสุดท้ายขาดหายไป"


        นัยน์ตาสองคู่จ้องสบกันอย่างไม่ลดละ คู่หนึ่งพยายามมองหาความจริงใต้แววตายิ้มแย้มอันจอมปลอมนั่น อีกคู่หนึ่งทำไปเพียงเพราะนิสัยติดตัวจนกลายเป็นความเคยชิน สุดท้ายฝ่ายที่ยอมถอยไปก่อนก็คือเจ้าของนัยน์ตาสีดำขลับ


        "แม้ว่าสุดท้ายสึนะจะลืมลมหายใจของตัวเอง...นายก็ไม่สน?"


        มุคุโร่ยกถ้วยชาขึ้นจิบเงียบๆ ดูเหมือนกำลังคิดหาคำตอบ แต่รีบอร์นรู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นมีคำตอบที่แน่ชัดอยู่แล้ว


        "คุณก็รู้นี่ครับว่าผมมันเห็นแก่ตัว" ถ้อยคำติเตียนตัวเองเปรยขึ้นราวกับบทสนทนากำลังจะถูกเปลี่ยนหัวข้อ ก่อนที่รอยยิ้มหลอกลวงของคนพูดจะผลิแย้ม


        "ของที่ผมอยากได้ ผมก็ต้องได้ และถ้าผมไม่ได้...คนอื่นก็ไม่มีวันได้ไปครอบครอง"

---------------------------------------

 
        แขกที่ไม่ได้รับเชิญกลับไปนานแล้ว


        ท้องฟ้าสีฟ้าเองก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง เช่นเดียวกับพระอาทิตย์ดวงโตที่กำลังจะลับขอบฟ้า เวลานี้ผู้คนส่วนใหญ่จะพากันกลับเข้าบ้านพักผ่อน บ้างก็ถือโอกาสนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ตามสวนสาธารณะ บ้างก็เดินพูดคุยหัวเราะเฮฮากับเพื่อน เพื่อผ่อนคลายความเครียดที่เผชิญหน้ามาตลอดทั้งวัน


        ซาวาดะ สึนะโยชิก็กำลังนั่งตากลมเย็นๆ อยู่ในสวนเช่นกัน


        เป็นสวนสีเขียวที่ได้รับการดูแลอย่างดี ดอกไม้หลากสีถูกปลูกกระจายเป็นหย่อมๆ ยามที่ลมโชยพัดก็จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของดอกไม้เหล่านั้น


        "ลมเย็นดีนะครับ" ร่างสูงโปร่งเปรยเบาๆ ขณะก้าวเข้ามายืนเคียงข้าง หลังจากที่ปล่อยให้อีกฝ่ายดื่มด่ำกับบรรยากาศเพียงคนเดียวอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง ทว่าคนฟังไม่ได้หันมา ไม่แม้แต่จะแสดงทีท่ารับรู้ว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ


        "แต่ปล่อยให้หัวเย็นอาจจะเป็นหวัดได้นะครับ" ว่าแล้วก็หยิบหมวกไหมพรมสีรุ้งสวมลงบนศีรษะคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นคล้ายจะเป็นห่วง แล้วผละออกมามองอย่างพอใจ


        หมวกใบนี้มุคุโร่ขอให้จิกุสะถักให้ ตอนแรกโคลมเลือกสีน้ำตาลเข้มที่เข้ากับสีผมของอีกฝ่าย และภาพใบหน้าขาวซีดที่ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อยตรงหน้านั้น ก็ทำให้เขารู้สึกว่าคิดไม่ผิดที่เปลี่ยนใจมาใช้สีสดๆ แทน


        "ใจจริงผมอยากพาคุณออกมาอาบแดดยามเช้ามากกว่า แต่คุณไม่ยอมตื่นเสียที ผมก็เลยพามาตอนเย็นแทน" มุคุโร่ว่าต่อ นัยน์ตาสองสีมองท้องฟ้าสีแดงเข้มด้วยรอยยิ้ม "ถึงจะไม่ดีเท่าแดดยามเช้า แต่ก็ดีกว่าแดดแรงๆ ตอนบ่าย แถมยังได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินอีก มันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ คุณคิดแบบนั้นไหมครับวองโกเล่"


        สึนะไม่ตอบ


        ริมฝีปากแดงช้ำยังคงปิดสนิท เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีน้ำตาลที่ยังมองตรงไปเบื้องหน้าโดยไม่ได้จับจ้องอะไรเป็นพิเศษ


        มุคุโร่จึงยิ้ม


        มองร่างขาวที่ไร้อาภรณ์ห่อหุ้มใต้ผ้าห่มผืนหนาที่ถูกลากมา 'ห่อ' ด้วยรอยยิ้มปกติ เพราะนอกจากเขาที่อาศัยอยู่ที่นี่แล้วก็คงไม่มีใครโผล่มาสอดรู้สอดเห็น มุคุโร่จึงไม่เห็นความจำเป็นของสิ่งที่เรียกว่าเสื้อผ้า เพราะอย่างไรเสีย สุดท้ายมันก็ต้องถูกถอดออกอยู่ดี


        บางทีคนๆ นี้อาจจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเบื้องหน้าของพวกเขาคือกำแพงอิฐสูงใหญ่ที่ไม่ต่างอะไรกับกรงขัง


        มุคุโร่ไม่คิดจะปล่อยให้อีกฝ่ายออกไปข้างนอก แต่ก็ไม่คิดจะกักขังให้อยู่แต่ในห้องตลอดไปเช่นกัน


        เพราะมนุษย์น่ะเหมือนต้นไม้


        ต้องการน้ำ ต้องการอาหาร ต้องการแสงแดด


        ดังนั้นเขาจึงจับทั้งหมดเอามารวมกันแล้วหารครึ่ง


        เพราะไม่อยากกักขังจึงพาออกมาเดินเล่นในสวน แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้คลาดสายตาจึงสร้างกำแพงแทนรั้วเหล็กแหลม ป้องกันทั้งคนในที่คิดจะหนี และคนนอกที่คิดจะเข้ามาช่วงชิงออกไป


        จู่ๆ มุคุโร่ก็นั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าร่างขาว แขนข้างหนึ่งสัมผัสโดนเก้าอี้ เกิดเสียงกริ๊กเบาๆ ดังขึ้นเบื้องล่างจากโซ่ที่ล่ามข้อขาเล็กไว้กับรถเข็น พร้อมเอ่ยเรียก


        "วองโกเล่ครับ"


        "อะไรเหรอ มุคุโร่"


        เสียงทุ้มหวานตอบรับขึ้นมาเป็นครั้งแรก เสียงนั้นฟังดูเลื่อนลอยและแผ่วเบา ทั้งนัยน์ตาคู่หวานก็ไม่ได้ก้มลงมองคนทัก จึงดูคล้ายตุ๊กตาที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ร้องตอบยามที่ได้ยินคำถามที่ถูกต้องมากกว่า


        "สัญญากับผมนะครับ ว่าคุณจะไม่หนี"


        "อื้อ"


        ชายหนุ่มเอื้อมมือขึ้นกอบกุมมือเล็กที่เย็นเฉียบไม่ต่างจากมือของตัวเอง ตาสองสีมองนิ้วยาวของตนไล้ไปตามหลังมือที่ขาวซีดช้าๆ


        "สัญญากับผมนะครับ ว่าจะไม่ยอมให้ใครพาคุณไปจากผม"


        "อื้อ"


        มุคุโร่ขยับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับที่สามารถสบตาสีน้ำตาลใส และก้มลงประกบริมฝีปากที่บวมช้ำนั้นอย่างอ่อนโยน เนิ่นนาน ก่อนจะผละออกมาสวมกอดร่างเล็ก


        "สัญญากับผมนะครับ...ว่าคุณจะอยู่กับผมตลอดไป"


        "......................."


        คำตอบรับกลับขาดหายไปในลำคอ ความเงียบเข้ามาแทนที่ แต่มุคุโร่ไม่ใส่ใจ เขาทำเพียงกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้น


        ถ้อยคำถามเมื่อครู่ดังแผ่วกระซิบข้างหู คล้ายคำสัญญาที่ไม่อาจบอกใคร ไม่ต้องการให้ใครได้ยินแม้แต่สายลมรอบตัว


        แล้วเปลือกตาบางก็ปิดลงพร้อมน้ำตาหยดหนึ่งที่ไหลผ่านแก้มขาวซีด


        "อื้อ...ฉันสัญญา"

 

 

~Fin~

 


 

HAPPY BIRTHDAY!!!

 

จริงๆ มีเพลงเตรียมไว้ให้ด้วย แต่มันโคตรจะขัดกับฟิคเหลือเกินจึงขอไม่ลงนะหลี กร๊ากกกก

เป็นเรื่องที่แอบมีปัญหา เพราะต้องแก้ครึ่งหลังถึง 4 รอบ อันที่จริงครึ่งหลังมันเรท NC20 ซะด้วยซ้ำ แต่เขียนไม่ได้+ไม่ทัน จึงต้องลบแก้ ลบแก้ แถมภาษาก็ยังแปลกๆ เพราะกำลังอยู่ในช่วงสำนวนของดอนหอยหลอด สรุปยำไปยำมา ก็ได้ออกมาเป็นแบบนี้น่ะ = ="

 

เอาเถอะ...ถึงฟิคมันจะดาร์ก เหมาะกับกาลเทศะแบบแปลกๆ ยังไงก็ขอให้หลีมีความวาย เอ้ย! ความสุข (ความวายอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว ไม่ต้องอวยพรเพิ่มสินะ)

คิดสิ่งใดให้สมปรารถนา - โดยเฉพาะโปรเจคโดน่ะ ปั่นให้มันเสร็จซักเรื่องทีเถอะ แค่ความอยากช่วยอะไรแกไม่ได้หรอกนะ

คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง - เก็บไว้ไปสอยโดที่ญี่ปุ่นกัน

 

สุดท้าย อยู่เป็นชู้ให้กับเหล่าเดนตายไปตลอดชีวิตเลยนะเมิง กร๊ากกกกก

 

...ขออีกรอบ...

 

HAPPY BIRTHDAY

TO

KAO

\(>[]<)/

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากอ่านต่อง่า~

จบแล้วหรอ???

HBD ด้วยคนเน้อ~

#1 By Risuki-666 on 2008-06-03 00:11

ดาร์ก....
มุคุโร่ นายมันเห็นแก่ตัวที่สุด=[]=!!!!(แบ่งมาให้เราหน่อยนึงจื่...)

สึนะแบบนี้ก็น่ารักดีนะ...ชิ้ง....

#2 By zanael on 2008-06-03 00:23

ลืม.....แฮปปี้เบิร์ธเดย์คาโอด้วยคน เหอ เหอ
(ไม่มีไรให้ ก็เค้าไม่รู้อ่ะ)

#3 By zanael on 2008-06-03 00:23

อยากอวยพรให้หลีเกิดบ่อยๆ(เอ๊ะยังไง) เราจะได้อ่าน 6927 เบนซ์บ่อยๆ ฮา

อ่านแล้วนึกถึงเพลงปาน "ตบมือข้างเดียวกี่ครั้ง มันก็ดังไม่ด้ายยย" เพลงนี้รึเปล่าที่ว่าจะเอามาลง กร๊ากกก

อารมณ์ 6927 มันต้องแบบนี้สิเบนซ์!>w< SM! กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขรืนนนนน ฮา ชอบดาร์คๆ เอามุคุเลวกว่านี้อีกได้มั้ยตัว เรื่องที่เราเทรดกัน เค้เค้เค้open-mounthed smile

#4 By uzausa on 2008-06-03 03:14

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ป๋ามุๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมฟิคป๋ามุมีแต่ฟิคป๋าเลวววววววว 5555555 แต่เลวแบบนี้ล่ะนุ๊กชอบบบบบบบบบบบบ อะคิ ๆ

แอบSM แอบซึ้ง อร๋าง~

Happy Birth Day ท่านหลีด้วยคนนะค้า~ มีความสุขมาก ๆ ค่า ^^

#5 By derick on 2008-06-03 10:48

HBD พี่หลีค่ะ!!

แต่ถึงมันจะดาร์ก.. คุณมุจะโฉด.. ซือคุงจะเป็นเพียงตุก๊ตาไร้ชีวิตชีวา..

แต่ลินก็โฮร๊กกกกกกกกกกกเจ้าค่า~!!!!!!!!!!

ไร้เวลาแต่งเพราะงานรัดคอหอย.. ได้อ่าน 6927 ก็ชุ่มชื่นหัวใจ(เหี่ยวๆ)นี้แล้วค่า~!!!

#6 By Lina on 2008-06-03 18:12

HBD พี่หลีซังด้วยคน(อีกครั้ง)นะครับ~

ฟิคแบบว่า...อยากอ่านต่ออะครับ

#7 By 「 Hi-bird 」 on 2008-06-03 18:55

=v= ขอบใจนะเมิงงงงงง

ที่บอกว่าอยู่เป็นชู้ต่อไปเ่ีรื่อยๆน่ะย่ะ..

อะไรไม่รู้... แต่กุกรี๊ด >[]<!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ตอนแรกได้ิยินมาว่าเป็นพล๊อตที่ิอยู่ๆก็คิดได้นินา ฮา
ชอบเรื่องแนวนี้ ดาร์กๆ (เรทด้วยก็ดีมากๆ)
อ่านแล้วให้ความรู้สึกครอบครองสุึดๆ 6927 จงเจริญว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ปล. รีบอร์นแค่มาพูดเฉยๆไม่พาตัวกลับ เคะๆๆๆ
ปล2. อยากได้เป็นไฟล์ Word แต้งยู้วว
ปล3. อยากได้6927อีกอะ
ปล.สุดท้าย


ขอบคุณที่อวยพร ฮา

#8 By *kao* ตายสนิท on 2008-06-03 21:29

แอร๊ยยยยยยยยยยยดาร์ก

HBDพี่หลีสุดที่รัก //โดนเตะ

#9 By ZpElL♥手越祐也 on 2008-06-03 21:46

HBD พี่หลีด้วยนะคะbig smile
ฟิคดาร์ค แต่ก็สนุกค่ะ
มันหวานแบบมืดมน..อ่านแล้วรู้สึกหม่นๆแต่ก็ซึ้ง
(/ใช้คำถูกมั๊ยเนี่ย จะว่าไงดีล่ะ..)
สรุปว่า..
จำเลยรักจงเจริญ!!!!!
(/*โดนตบ*)