ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Triangle [3]

posted on 30 Jul 2008 01:51 by foundation

Title : Triangle [3]
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing :
It's a S-E-C-R-E-T
Warning : AU และ อาจจะดอง = ="

--------------------------------------------- 

 

        สึนะอ้าปากหาวหวอดใหญ่ขณะเดินลงมาจากห้องนอน โดยพยายามให้เกิดเสียงน้อยที่สุด ทางเดินของบ้านยังมืดสนิทจากการที่ท้องฟ้าเบื้องนอกยังไร้แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่อง ดังนั้นต่อให้ง่วงแค่ไหนเขาก็ต้องพยายามเพ่งสมาธิกับขั้นบันไดตรงหน้าถ้าไม่อยากขึ้นพาดหัวข่าวเช้าวันนี้วา 'อนาถ เด็กนักเรียนหนุ่มตกบันไดขณะพยายามลงจากชั้นสองในเช้ามืดวันนี้'


        เพราะเป็นฤดูร้อน อากาศเย็นยามเช้าจึงรู้สึกไม่บาดผิวเท่าฤดูอื่นๆ กลิ่นละอองน้ำค้างกับอากาศที่บริสุทธิ์ทำให้เขารู้สึกตื่นจากความง่วงงุนขึ้นมาเล็กน้อย


        ทั้งที่เมื่อวันก่อนตื่นสายจนต้องวิ่งไปโรงเรียนแท้ๆ แต่วันนี้กลับนอนไม่หลับจนต้องลุกออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง


        จะให้ลุกขึ้นมาเล่นเกม อ่านหนังสือ สมองก็ดูจะไม่รับ แถมจะปลุกให้พ่อกับแม่ตื่นขึ้นมาถามนู่นถามนี่ ไอ้จะนอนกลิ้งอยู่บนเตียงก็ไม่ไหว แล้วนี่จะไปไหนดีล่ะ ป่านนี้ประตูโรงเรียนยังไม่เปิดด้วยซ้ำ...


        สึนะคิดเรื่อยๆ สองขาก็ยังก้าวเดินต่อไป ไม่ได้สนใจว่ามันจะพาเขาไปไหน


        ถ้าจะพูดถึงสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ ก็คงเป็นเพราะการที่เขาเข้าหน้ายามาโมโตะไม่ติดอยู่หลายวัน รวมถึงสายตาของคุณฮิบาริที่เห็นในวันนั้น สึนะไม่ปฏิเสธว่าเขาอยากให้อีกฝ่ายหันมามองเขา จะโกรธแค้น ชิงชัง แบบไหนก็ได้ขอเพียงแค่มองมา เขาก็ยินดีทำทุกอย่าง


        ทำ...ถึงขนาดเอามีดปักหัวใจตัวเองแบบนี้


        การใช้วิธีเข้าไปใกล้ชิดกับยามาโมโตะได้ผลดี...ดีเกินคาด ดีเสียจนสึนะอยากร้องไห้ เพราะยิ่งฮิบาริมองมาทางเขามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายรักยามาโมโตะมากขึ้น...มากขึ้นเท่านั้น จนอดคิดไม่ได้ว่าวิธีนี้มันบ้าสิ้นดี


        ใช่...บ้ามาก แต่ก็ทำไปแล้ว


        "โอ้ยย...ให้ตายสิ" สึนะร้องงึมงำออกมาในที่สุด ไม่ไหว... ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน ยังไงตอนนี้ไปร้านสะดวกซื้อหาอะไรรองท้องก่อนไปโรงเรียนก่อนดีกว่ามั้ง


        หากทันทีที่เงยหน้าขึ้น ตาสีน้ำตาลก็ต้องเบิกกว้างตกใจ หยุดเดิน เมื่อทิวทัศน์โดยรอบปกคลุมด้วยละอองน้ำหนาจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า


        หมอกลงในฤดูร้อนเนี่ยนะ?!


        สึนะกระพริบตาถี่ๆ รู้สึกถึงหยดน้ำเย็นที่มารวมตัวกันที่ปลายขนตา ลมหายใจเย็นชื้น เสื้อนักเรียนแขนสั้นที่สวมอยู่ก็ดูจะซับเอาละอองน้ำรอบตัวจนเริ่มเปียก เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวา หมอกลงหนักมาจนแค่กำแพงสองข้างทางก็ยังไม่สามารถมองเห็นได้


        สึนะก้มลงมองมือตัวเอง มือที่ซีดขาวจากอากาศที่หนาวเย็น แล้วก็นึกถึงความฝัน...ความฝันที่แปลกประหลาดนั่น


        เพียงแค่หมอกตรงหน้าเป็นสีขาว...ไม่ใช่สีดำ


        แล้วขาก็เริ่มก้าวเดินอีกครั้ง ความรู้สึกคล้ายในความฝัน นั่นคือเขาไม่รู้ว่าจะเดินไปไหน แต่รู้ว่าต้องเดิน เพราะอย่างน้อยมันก็ดีกว่ายืนอยู่เฉยๆ รอให้หมอกประหลาดนี่จางหายไป


        ผ่านไปหลายนาทีกับม่านหมอกที่ไม่ยอมจางหาย จนสึนะคิดว่าบางทีเขาคงคิดผิด จริงๆ แล้วเขาควรจะยืนเฉยๆ รอเวลาอยู่ที่เดิม ไม่ใช่เดินดุ่มๆ ฝ่าสายหมอกแบบนี้ แต่ก็่นั่นล่ะ...มันสายไปแล้ว ต่อให้หยุดเดินตอนนี้ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเองกำลังอยู่ตรงมุมในของเมือง ซวยเข้าหน่อยอาจจะเผลอไปหยุดอยู่กลางถนนให้รถวิ่งชนเล่นก็ได้


        แต่ถ้าหมอกไม่จางไปล่ะ?


        เขาไม่ต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ จนออกนอกเมืองงั้นรึ


        ไม่สิ...เป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยถ้าตรงไปเรื่อยๆ ก็อาจจะเจอกับกำแพงหรืออะไรสักอย่างที่ขวางทางไว้ก็ได้ ถึงตอนนั้นก็ค่อยสังเกตว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ที่ไหน


        แต่นี่ก็เดินมานานแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่เจอกำแพงอีก แบบนี้มันผิดปกติแล้วนะ


        เสียงค้านดังขึ้นอย่างยากจะระงับ คิ้วเรียวจึงขมวดมุ่นเข้าหากัน


        ถ้าจะผิดปกติ มันก็ผิดมาตั้งแต่เจอไอ้หมอกพวกนี้แล้วล่ะ!


        ถ้าเกิดเขาหลงขึ้นมาจริงๆ พ่อกับแม่ต้องเป็นห่วงแน่ๆ ยามาโมโตะคงวิ่งวุ่นไปมา แล้ว...


        แล้วคุณฮิบาริล่ะ?


        ไม่มีทางหรอก คนๆ นั้นน่ะไม่มีทางเป็นห่วงเขาแน่นอน มีแต่จะสบายใจโล่งอกที่เขาหายไปมากกว่า


        แล้วสึนะก็สังเกตเห็นโครงเงาสีเทาที่ตัดกับกลุ่มหมอกสีขาวเบื้องหน้า เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าขึ้นทันที จากที่เขาเห็น ถ้าให้เดาน่าจะเป็นเงาของอาคารหลังหนึ่ง ไม่ว่ามันจะเป็นอาคารอะไร บางทีที่นั่นอาจจะมีคนให้ถามทางให้อุ่นใจได้บ้าง ทว่ายิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ความเร็วของการวิ่งก็ค่อยๆ ลดลง ด้วยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเห็นเป็นภาพจริงหรือสิ่งลวงตา และถึงจะเป็นภาพจริงแต่สิ่งที่รออยู่อาจจะไม่ใช่มนุษย์อย่างที่เขาหวัง


        ถ้าเป็นฆาตกรต่อเนื่องขึ้นมาล่ะ?!


        ยิ่งคิดก็ยิ่งวิตก ในที่สุดขาสองข้างก็หยุดลงเมื่อม่านหมอกจางหายให้สึนะเห็นตัวอาคารอย่างชัดเจน


        สิ่งที่สะดุดตาเป็นอย่างแรก คือแปลงดอกไม้สีแดงน้ำเงินใต้หน้าต่างสองบานด้านหน้าดูน่าอึดอัดมากกว่าสวยงาม ด้านซ้ายคือบันไดเหล็กเชื่อมกับระเบียงชั้นบน


        บ้านของใครกันนะ...


        นั่นคือความคิดแรกของสึนะ หากวินาทีต่อมาก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เมื่อสังเกตเห็นป้ายเหล็กสีหม่นเหนือประตูสีเข้ม อักษรที่เขียนอยู่บนนั้นเลือนลางเสียจนอ่านไม่ออก แสงไฟสีส้มที่ส่องผ่านหน้าต่างดูอบอุ่นเชื้อเชิญ ดูๆ ไปคล้ายคาเฟ่ทั่วไปที่พวกผู้หญิงชอบมานั่งเล่น


        ร้านค้า?


        ถ้าอย่างนั้นอย่างน้อยก็น่าจะมีพนักงานประจำร้าน หรือถ้าโชคดีก็น่าจะเจอลูกค้าคนอื่นๆ ด้วย แต่... ทำไมถึงมีร้านค้ามาตั้งอยู่ในที่แบบนี้ล่ะ?


        สึนะหันซ้ายขวามองหาสิ่งก่อสร้างอื่นๆ แต่ก็พบแต่หมอกสีขาวรอบตัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นต่อให้ตะโกนร้องก็คงไม่มีใครโผล่มาช่วยสินะ


        เอาน่า...จะให้ยืนกลางหมอกแบบนี้ต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา


        คิดเช่นนั้น สองขาที่หยุดยืนก็ขยับอีกครั้ง เมื่อเอื้อมมือไปแตะตรงที่จับประตูสีเงิน สัมผัสเย็นเฉียบของมันทำให้สึนะสะดุ้งเฮือก กำลังใจที่รวบรวมไว้เหมือนจะกระเจิงหายไปด้วย เมื่อบานประตูนั้นเปิดออก เสียงกระดิ่งใสก็ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายของไม้เก่าๆ ที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายโชยมาแตะจมูก


        สิ่งที่สะดุดตาสึนะเป็นอย่างแรกคือเคาน์เตอร์ไม้สีอ่อนตรงมุมขวามือด้านใน ซึ่งเข้ากับผนังสีครีมและตัดกับพื้นไม้สีน้ำตาล ซ้ายมือของสึนะคือชั้นวาง โต๊ะ และสิ่งของต่างๆ ตั้งแต่กองหนังสือทั้งเก่าทั้งใหม่ ตุ๊กตา เครื่องประดับ แก้วเซรามิค รวมไปถึงจานชาม จนนึกสงสัยไม่ได้ว่านี่มันร้านขายอะไรกันแน่


        เมื่อประตูปิดลง ชั้นวางด้านขวาจึงปรากฏแก่สายตา บนชั้นนั้นเรียงรายไปด้วยโถแก้วสีแดงน้ำเงิน ดูคล้ายโถใส่ลูกกวาดสำหรับเด็กๆ แสงสว่างสีส้มที่สว่างไปทั่วทั้งร้านสะท้อนกับโถแก้วเหล่านั้น เป็นประกายวิบวับชวนมอง ทั้งคล้ายจะเชื้อเชิญให้แขกเดินเข้าไปชมสินค้าใกล้ๆ อีกด้วย


        ตาคู่โตกวาดมองทั่วร้านอย่างระแวดระวัง ไม่ว่าจะเป็นแสงหรือการตกแต่งภายในร้านดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่เขากลับรู้สึกถึงบางอย่างในบรรยากาศที่หนักอึ้งและไม่น่าไว้วางใจ


        "เอ่อ...มีใครอยู่บ้างไหมครับ"


        สึนะเปรยขึ้นในความเงียบ ตาจับจ้องอยู่ที่บานประตูหลังเคาน์เตอร์ที่ปิดสนิท ถ้าพนักงานจะโผล่มาก็น่าจะเข้ามาทางประตูนั่น ทว่าคำตอบก็ยังคงเป็นความเงียบ


        บางทีพนักงานร้านอาจจะทำธุระอยู่หลังร้านก็เป็นได้


        สึนะบอกตัวเองเช่นนั้นก่อนจะเบนความสนใจไปยังสินค้ารอบตัว กระทั่งไปเจอโถดินเผาที่ไม่เข้ากันวางอยู่บนเคาน์เตอร์


        มันเป็นโถดินเผาสีส้ม แกะเป็นลายสลักดอกไม้ขดวนโดยรอบ ทั้งๆ ที่มีของอีกมากมายที่สะดุดตาและแปลกกว่า แต่สายตาของเขากลับหยุดอยู่ที่โถนี่ ตาสีน้ำตาลฉายแววสงสัย ดูก็รู้ว่ามันไม่ใช่ของที่วางไว้ให้ลูกค้าเลือกซื้อ แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็ผลักดันให้ขาก้าวขยับไปใกล้


        มือบางยกขึ้นจะแตะกับฝาปิด ทันใดนั้นเสียงทุ้มนุ่มก็ดังขึ้นข้างใบหูโดยที่สึนะไม่ทันตั้งตัว


        "ถ้าเป็นผม ผมจะไม่เปิดโถนั่นนะครับ...คุณลูกค้า"


        มือที่เอื้อมจะแตะกระตุกยกสูงขึ้น พร้อมกับร่างบางๆ หมุนขวับกลับมาเผชิญหน้าเจ้าของคำเตือน


        สิ่งแรกที่สึนะเห็นก็คือนัยน์ตาสีแดงน้ำเงินประหลาด รอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้าขาวจัด และเรือนผมสีน้ำเงินเข้มยาวถูกมันรวบปัดมาไว้ด้านหน้า


        คนๆ นี้...


        "ขออภัยที่ทำให้ตกใจครับ"


        ริมฝีปากที่ประดับรอยยิ้มขยับเอื้อนเอ่ย พลางฉากตัวไปด้านข้างหยิบโถดินเผาใบนั้นมาถือไว้ในมือ สึนะเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกอับอายขึ้นมา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ควรจะแตะแต่เขาก็ยังดื้อ


        "ขะ...ขอโทษครับ!" สึนะละล่ำละลักออกมาพลางก้มตัวต่ำ จนกระเป๋าที่สะพายอยู่บนไหล่ไหลไปตามแขนลงไปอยู่บนพื้น


        "ผมต่างหากครับที่ต้องขอโทษ ที่เอาของแบบนี้มาวางทิ้งระเกะระกะในร้าน" ฝ่ายนั้นเอ่ยปัดคำขอโทษอย่างสุภาพขณะเดินผ่านเข้าไปโถดินเผาไว้หลังเคาน์เตอร์และหันกลับมา


        "แต่..แต่ว่า..." สึนะค้านโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้น แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ


        "คุณไม่ทราบไม่ใช่เหรอครับว่าของชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้ขาย ดังนั้นตัวผมที่รู้ดีแต่ยังเอามาวางไว้ในที่สะดุดตาแบบนั้นต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด"


        นั่นจึงทำให้สึนะเงยหน้าขึ้นมา เพราะหากยิ่งดื้อดึงดันทุรังขอโทษต่อไป ก็มีแต่จะทำให้เขากลายเป็นเด็กน้อยแสนดื้อในสายตาของอีกฝ่ายไป แล้วสึนะก็ได้เห็นคู่สนทนาได้เต็มตา


        เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อยๆ สึนะแอบจ้องนัยน์ตาคู่นั้นอย่างสงสัยและก็ได้คำตอบว่ามันมีสีน้ำเงินและแดงจริงๆ เป็นตาที่เรียกว่า odd eyes สินะ เครื่องแบบที่อีกฝ่ายสวมใส่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำไม่มีลาย และทับด้วยเสื้อสูทสีดำสนิทอีกชั้นหนึ่ง แค่เห็นก็รู้สึกร้อนและอึดอัดแทน


        "แล้ว...เจอของที่ถูกใจหรือยังครับ?"


        ประโยคคำถามดึงสึนะให้กลับมาสบตาคนพูดและนึกถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของตนขึ้นมา


        "เปล่าครับ คือ..." เด็กหนุ่มเงียบไปเล็กน้อย "มันน่าอายไปหน่อย แต่...ผมหลงทางน่ะครับ คุณพอจะรู้ไหมครับว่าป้ายรถเมล์ไปทางไหน"


        "ยังหาไม่เจอสินะครับ ไม่ทราบว่าจะให้ผมช่วยหาให้ไหมครับ?"


        คำถามตอบคำถาม คนถามคนแรกจึงต้องย้ำความต้องการของตัวเองอีกครั้ง


        "เปล่าครับ ผมไม่ได้อยากซื้ออะไร ข้างนอกหมอกลงจนผมไม่เห็นทาง สุดท้ายก็หลงมาที่นี่น่ะครับ"


        สิ้นคำชี้แจง พนักงานร่างสูงก็เงียบไป สึนะรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เงียบเพื่อคิดทบทวนหรือหาวิธีช่วยเหลือเขา แต่เหมือนจะเงียบเพราะอยากให้เขาได้คิดถึงสิ่งที่พูดออกไปเมื่อครู่ว่าเป็นสิ่งที่เขาอยากพูดจริงๆ


        "หลงทางอย่างนั้นเหรอครับ" ในที่สุดคู่สนทนาก็เอ่ยขึ้นเสียงสูงคล้ายแปลกใจ แต่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มไม่จางหาย ดูขัดตาชอบกล "น่าแปลกนะครับ เท่าที่ผมจำได้ ไม่มีใคร 'หลง' เข้ามาที่นี่สิบกว่าปีแล้วล่ะครับ"


        ......................................


        คิ้วบางของสึนะขมวดเข้าหากัน แน่นอน เขาไม่เข้าใจ และบางอย่างในตัวเขาก็ร่ำร้องว่าไม่ควรจะทำความเข้าใจด้วย หรือนี่จะเป็นวิธีส่งเสริมการขายอย่างหนึ่ง? แต่ทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการยัดเยียดนี่นา


        "แต่ผมไม่ได้..."


        "อยากได้ไม่ใช่เหรอครับ"


        คำขัดของพนักงานประจำร้านหยุดคำพูดของสึนะ ทว่าคนถูกถามก็ยังไม่เข้าใจ แม้จะเห็นรอยยิ้มเย็นๆ เหมือนรู้ทันของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มมุ่นคิ้วเข้าหากันยิ่งกว่าเดิม โอเค...เขายอมรับว่ามันแปลกมาตั้งแต่แรกที่เขาออกจากบ้านแต่เช้า ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แต่การที่นอนไม่หลับมันไม่ใช่ความผิดนี่! อย่างน้อยมันก็ไม่ควรลงเอยด้วยการที่เขาจะต้องมาติดอยู่ในร้านแปลกๆ กับพนักงานขายของประหลาดๆ แบบนี้


        "เอ่อ...เอาเป็นว่าถ้าคุณไม่รู้ก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมลองเดินต่อไปเรื่อยๆ ดู" สึนะตัดบท ไม่ว่าจะด้วยเพราะความหวาดกลัวหรือรำคาญ แต่เขารู้สึกไม่อยากจะอยู่ทีนี่ให้นานกว่านี้สักนาทีเดียว เด็กหนุ่มกระชับกระเป๋าที่ไหล่ หมุนตัวเดินไปประตูสีเข้ม


        "หัวใจของผู้ชายที่ชื่อ ฮิบาริ เคียวยะ คนนั้น"


        มือที่กำที่จับสีเงินเย็นกระตุกวูบ พร้อมกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างที่ฉาบด้วยความตกใจตวัดหันกลับมามองอย่างลืมตัว ทว่ารอยยิ้มของร่างสูงโปร่งหลังเคาน์เตอร์ก็หยุดทุกคำถามในลำคอ


        คนๆ นี้รู้


        ข้อสรุปที่ผุดขึ้น ตัดความคิดทุกอย่างในหัวของสึนะ ร่างเล็กหันกลับไปกระชากประตูให้เปิดออกอย่างแรงจนกระดิ่งเกือบหลุดออกมา และก้าวยาวๆ ออกมาจากร้านทันที ทว่าประโยคสุดท้ายของพนักงานประหลาดก็ยังทันที่จะเอ่ยขึ้นให้ได้ยิน


        "แล้วพบกันใหม่อาทิตย์หน้าครับ"

 

****************************TBC...

 

โฮกกกกกก ตอนนี้แอบยาว ปั่นกันนานเล็กน้อยเพราะประจวบเหมาะกับที่ไม่ได้อยู่ติดหอ ไม่มีลูกชายให้พิมพ์ แต่ก็ยังดีที่ฟิลยังไม่หาย (ตอนนี้ฟิลดอนฯ ก็เริ่มตีคู่มาละ ดีไม่ดีกลัวจะได้ดองน่ะสิ = = )

แอบกังวลเล็กน้อย เพราะตั้งแต่ Intro เป็นต้นมาเป็นการลงแบบ เขียนปุ๊บลงปั๊บ ไม่ได้ตรวจทานหรือพิจารณาสำนวนอะไรให้มากความ แต่ตอนนี้มีเวลามานั่งดูมากขึ้น ภาษาก็เลยอาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยนะฮะ m(_ _)m

 

entry หน้าคงจะได้คั่นด้วยสควอลโล่สิบปีที่ดองเอาไว้ ส่วนสัปป้าสิบปีนั้น...ต้องรออาทิตย์หน้าค่ะ T_T

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ประโยคสุดท้ายนี่บอกกับทูน่า
...รึว่าบอกคนอ่านอ่ะแก sad smile

#1 By dearchan on 2008-07-30 06:24

โอ๊ะ, เดาผิดเลยแฮะ

หักมุมสมเป็นท่านเบนซ์ ==b

รอต่อไป...อาทิตย์หน้าก็ได้ครับ...

#2 By aki on 2008-07-30 11:01

69 เอิ๊กกกกก...มาอย่างแนวหล่อ โฮส โคตร~

#3 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-07-30 11:46

มุมุมุ มุคู้ววว T[]T เอาหัวใจหนุ่มตาสองสีสไตล์เกาหลีไปแทนได้มั้ยจีะสึน้าาา TAT

#4 By uzausa on 2008-07-30 15:25

ว้าย อายจริงๆ ค่ะ ตอนที่แล้วเข้าใจผิดไปมหันต์
แต่ชอบมุคุแบบนี้มากๆ แบบว่าเหมือนได้ยินเสียงลอยมา กร๊าก เพ้อเพราะดูคอนฯมากไป

#5 By แอน on 2008-07-30 17:45

อะ....อะ....อ๊ะ!!!!!

มันหมายฟามว่าอย่างไร!!!!!!!!

ไม่ได้อยากได้หัวใจของฮิบาริค่ะ แต่อยากได้หัวใจของปู้ชายทุกคนในเรื่องเลย อร๋ายยยยยยยยยย

#6 By derick on 2008-07-30 19:18

สรุปนี่ซือ คบกับยามะเพียงทางผ่าน หวังฮิบะรึ!!
อ่านไปแล้วแอบคิดถึงโฮลิคขึ้นมา ตอนเจอร้าน

โอ้ว มุเอ๊ย โผล่มาเท่ไปแล้ว
แล้วพบกับตอนใหม่อาทิตย์หน้าเหมือนที่มุคุบอกหรือเปล่าเนี่ย
รอตอนต่อไปเช่นเคยค่ะ

#7 By MiSa on 2008-07-30 21:20

/หงายหลังตกเก้าอี้

เดาผิด = =;; /วิ่งไปกู้เศษหน้าตัวเอง

บรรยากาศลึกลับดีชะมัด บรรยากาศตอนนี้ลึกลับดีชะมัด ชอบบบบบcry

เจกันใหม่ตั้งอาทิตย์หน้า...มันจะนานเกินไปรึเปล่ามุคู้วว

รอ~ อาทิตย์หน้ามาถึงเร้วๆเต๊อะ
และรอทั่นเบ๊นซ๊มาต่อด้วย...double wink

#8 By -((666 Error))- on 2008-07-30 21:44

....

เดาผิด =[]=;~

รออ่านฟิคดอนฯ และฟิคนี้~
คุณมุน่าร๊ากกกกกกกกกกกกก

*me คนอื่นปาขวด!! เอ็งใช้มาตรฐานอะไรมอง!!

จิ้นท์แล้วแบบ..

อร๊างงงงงงงงงงงงง อยากเป็นซือคุง!!

แต่..ตั้งแต่ตอนที่แล้ว... พี่เบนซ์หักหลังซะดังกร๊อบเลยค่ะsad smile

#10 By Lina on 2008-08-06 17:50