ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Triangle [4]

posted on 06 Aug 2008 02:13 by foundation

 

Title : Triangle [4]
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing :
It's a S-E-C-R-E-T
Warning : AU และ อาจจะดอง = ="
 

***********************************

 

        "อยากได้ไม่ใช่เหรอครับ หัวใจของผู้ชายที่ชื่อ ฮิบาริ เคียวยะ คนนั้น"


        "ฉันไม่ได้อยากได้ขนาดนั้นเสียหน่อย!!!"


        "อ้อ... งั้นเธอก็คงอยากซ้ำชั้นสินะ ซาวาดะ สึนะโยชิ"


        สึนะลืมตาพรึ่บ เสียงหัวเราะรอบข้างทำให้สมองเขาตื่นเต็มที่ ตาสีน้ำตาลกวาดมองไปรอบห้องเรียน มองไปยังเพื่อนร่วมห้องที่ประสานเสียงหัวเราะคล้ายกับกำลังดูรายการตลกอยู่ยังไงยังงั้น


        เมื่อสายตาเบนกลับมายังตำแหน่งปกตอีกครั้ง สึนะก็พบกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของอาจารย์ผู้สอน และนั่นล่ะเด็กหนุ่มถึงได้รู้ตัวว่าตนได้ทำบางอย่างผิดพลาดเสียแล้ว...


        "ออกไปยืนหน้าห้องเดี๋ยวนี้เลย!!"


        "ขะ...ขอโทษครับ!"


        สึนะลุกพรวดออกไปรับโทษหน้าห้องตามคำสั่งของอาจารย์ทันที เสียงหัวเราะยังดังต่อเนื่องอีกสองถึงสามวินาทีก่อนจะเงียบหายไป เป็นสัญญาณว่าการเรียนการสอนได้เริ่มต้นอีกครั้ง


        ระเบียงทางเดินระหว่างคาบเรียนนั้นเงียบเหงา มีเพียงเสียงบรรยายไม่ได้ศัพท์จากห้องเรียนต่างๆ ดังแผ่วเบาในอากาศ ฟังๆ ไปก็เหมือนบทสวดกล่อมให้ง่วงยิ่งขึ้น


        สึนะอ้าปากหาว พยายามไล่ความง่วงงุนออกไป เพราะการอดนอนบวกกับไอ้เรื่องหมอกบ้าๆ เมื่อเช้าแท้ๆ ถึงทำให้ละเมอออกไปแบบนั้น สึนะยังจำรอยยิ้มและคำพูดทุกคำของพนักงานร่างสูงโปร่งได้ครบชนิดไม่มีตกหล่นสักคำเดียว


        ไม่ได้อยากจะจำแท้ๆ แต่ก็สลัดออกไม่ได้เสียที


        มาลองคิดๆ ดู... ไม่ใช่ร้านนั้นหรอกหรือที่พวกผู้หญิงลือกันไปทั่วเมือง ร้านที่สามารถหาซื้อทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการ


        สึนะสะบัดศีรษะไปมา ปฏิเสธความคิดเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ก็ไอ้ร้านที่ว่านั่น ฟังยังไงมันก็มีแต่ในการ์ตูนไม่ก็นิยายเท่านั้นไม่ใช่เหรอไง มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะหาซื้อทุกอย่างได้ในร้านค้าแค่ร้านเดียว ถ้ามีจริงพวกห้างสรรพสินค้าก็เจ๊งกันหมดพอดี


        แล้วพนักงานคนนั้นรู้ได้ยังไง? ไหนจะไอ้ประโยคที่ว่า "เจอกันอาทิตย์หน้า" นั่นอีก


        ให้ตายก็ไม่กลับไปหรอก!!


        คิ้วโก่งขมวดเข้าหากัน จริงอยู่ที่ชื่อของคุณฮิบาริเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว แส่วนใหญ่จะหนักไปทางหวาดกลัวโดยเฉพาะในหมู่พวกผู้ชาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคะแนนนิยมของคุณฮิบาริในหมู่พวกผู้หญิงนั้นสูงไม่แพ้ยามาโมโตะเช่นกัน สึนะมั่นใจว่าคนปกติทั่วไปคงไม่คิดว่าผู้ชายคนหนึ่งอยากจะได้หัวใจของผู้ชายอีกคนแน่ๆ


        หรือจะเป็นคนรู้จักของคุณฮิบาริ?


        สึนะส่ายหน้าให้กับตัวเองทันที เขามั่นใจว่าคนอย่างพนักงานในร้านนั่นจะต้องเป็นแบบที่ไม่มีวันญาติดีกับคุณฮิบาริแน่นอน แล้วคนๆ นั้นรู้ได้อย่างไร? และไอ้ที่ว่าซื้อ 'ความรัก' ได้นั่น ตกลงแล้วเป็นเรื่องจริงงั้นสิ?


        ไม่มีทาง


        คำค้านดังขึ้นในใจของคนที่ยืนสับสนเป็นรอบที่สิบที่ร้อย


        เรื่องของความรู้สึกเป็นอะไรที่ไม่สามารถหาค่าทดแทนได้ ไม่ว่าจะความรัก ความเกลียดชัง หรืออะไรก็แล้วแต่ มันไม่มีทางตีค่าเป็นตัวเลขให้ซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้แน่ๆ สึนะเชื่อเช่นนั้น


        เสียงหัวเราะและเสียงเปิดประตูครืดสั้นๆ ดึงสายตาเด็กหนุ่มให้หันไปมองร่างสูงที่ส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ ก่อนที่ร่างนั้นจะเดินมาหยุดยืนเคียงข้างเขาโดยไม่ได้อธิบายอะไรสักคำเดียว


        สึนะขยับตัวอย่างอึดอัด ความพยายามหลบหน้ายามาโมโตะดูท่าจะพังทลายเอาก็วันนี้นี่ล่ะ จริงอยู่ที่สองสามวันหลังจากวันนั้น เขายังรู้สึกหงุดหงิดหึงหวงทุกครั้งที่มองหน้าอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะคิดเคียดแค้นอะไรมากมายเกือบเป็นอาทิตย์ เพราะความกระดากอายต่างหากที่ทำให้การหลบหน้ายังดำเนินต่อไป


       เพียงแค่คิดว่าตอนนั้นตนแสดงท่าทางเช่นใดออกไป ไร้เหตุผลแค่ไหนก็แทบจะแทรกแผ่นดินหนีไปอีกฝั่งของโลก


        "วันนี้อากาศน่านอนเนอะ"


        จู่ๆ ยามาโมโตะก็เอ่ยชวนคุยขึ้นมาในความเงียบ สึนะหันไปมองหน้าเปื้อนยิ้มของคนพูดอย่างแปลกใจ


        ไม่ได้โกรธเขาหรอกเหรอ?


        "ยิ่งเจอวิชาประวัติศาสตร์เข้าไปยิ่งง่วงเข้าไปใหญ่" ยามาโมโตะพูดต่อ คล้ายไม่สังเกตเห็นคำถามที่เขียนอยู่บนใบหน้าของสึนะ ทว่าคนฟังรู้ดี... ว่าเพื่อนรักของเขาคนนี้รู้ แต่ไม่คิดถือสาหรือโกรธเคืองจึงไม่พูดออกมา


        ยามาโมโตะเป็นแบบนี้เสมอ


        "อะ...อื้อ ยามาโมโตะเองก็เผลอหลับเหมือนกันเหรอ" สึนะถามตอบ เป็นบทสนทนาที่ห่างหายไปเหมือนจะนานเป็นเดือนทั้งๆ ที่ความจริงแล้วผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์


        "แค่เกือบๆ น่ะ อาจารย์เลยให้มายืนแก้ง่วง ฮะๆๆ" เสียงหัวเราะสั้นๆ แบบไม่ใส่ใจดังเบาๆ เพื่อไม่ให้คนที่แอบถูกนินทาได้ยิน และไม่ให้ตัวเองออกไปยืนกลางสนามแทนการยืนหน้าชั้นเรียน


        "เหรอ... เอ้อ แล้วเรื่องซ้อม...เป็นยังไงบ้าง" สึนะพยายามชวนคุย น่าแปลกที่ช่องว่างระหว่างพวกเขานั้นดูชัดเจนจนน่าตกใจ ก่อนหน้านี้เขากับยามาโมโตะเคยทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่นานก็กลับมาดีกันเหมือนเดิม ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่สึนะรู้สึกว่าการพูดคุยกับคนข้างกายมันไม่เหมือนเดิม


        เพราะเกี่ยวพันกับคุณฮิบาริ?


        ครั้งนี้สึนะไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะความรู้สึกที่อยู่ในใจมันหนาแน่นเกินกว่าที่จะหลอกตัวเอง ยากแม้กระทั่งจะตบตาว่าเรื่องทั้งหมดนี่ไม่เกี่ยวอะไรกับคนที่ชื่อ ฮิบาริ เคียวยะ


        ก็ความรัก...ไม่ได้มีแค่สีชมพูอย่างเดียวนี่นา


        ถ้าเป็นเมื่อก่อน สึนะคงเลิกคิ้วทำหน้าแปลกใจ เคยได้ยินแต่ความรักทำให้โลกนี้เป็นสีชมพู แต่ไอ้ที่บอกว่าความรักไม่ได้มีแค่สีชมพูดนี่ไม่เห็นจะเคยได้ยิน ทว่าตอนนี้เขาจำต้องยอมรับ ว่านอกจากสีชมพูแล้ว บางครั้งความรักก็กลายเป็นสีดำได้อย่างน่ากลัว


        "ก็เรื่อยๆ นะ แต่ยิ่งใกล้เข้าไปเท่าไหร่โค้ชก็ยิ่งเคี่ยวมากขึ้น" ยามาโมโตะตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ จนสึนะนึกอิจฉา คนที่ได้ทำตามความฝันของตัวเองนั้นน่าอิจฉากันทุกคน ทันทีที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เบื้องหน้าของเราก็จะมีแต่ภาพของสิ่งๆ นั้น และจะขวนขวายทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาอยู่ในกำมือ มีไม่น้อยที่ความฝันแปรเปลี่ยนเป็นความหมกมุ่นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และเมื่อใดที่มันพัฒนาไปถึงขั้นนั้น ยามสูญเสียก็จะเจ็บปวดแทบขาดใจ


        ความรักที่เกิดขึ้นในใจของเขาก็ไม่ต่างกัน


        ความต้องการที่ไม่สนว่าใครจะรู้สึกเช่นใดย้อนทิ่มตำเขาตลอดเวลา ทุกครั้งที่ใกล้ชิดกับยามาโมโตะก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าคุณฮิบาริมีโอกาสเช่นนี้บ้าง เพียงแค่นั้นสึนะก็แทบจะเป็นบ้า เขาไม่ต้องการให้ยามาโมโตะอยู่ใกล้คนที่เขารัก ไม่ใช่ไม่ต้องการให้คนที่เขารักอยู่ใกล้ยามาโมโตะ


        เวลาที่ยามาโมโตะยิ้มแย้มพูดคุยกับเขา เพียงแค่คิดว่าถ้าอีกฝ่ายทำเช่นนี้กับคุณฮิบาริ หัวใจของสึนะก็เต้นถี่ด้วยความริษยา เพราะรู้ดีว่าความใจดี และรอยยิ้มที่สดใสนั่นจะสามารถมัดใจคนที่เขารักได้อยู่หมัด


        สรุปแล้วไม่ว่าอย่างไร ความรักของเขาก็คือการผลัก และเหยียบย่ำเพื่อนที่ตนรักมากที่สุดให้จมลงไปกับบ่อโคลนโสโครกที่เรียกว่าความหึงหวง


        แล้วแบบนี้...จะบอกว่าความรักคือสีชมพูได้ยังไง

 

-----------------------------------------------



       "ขอโทษนะยามาโมโตะ ที่ต้องมาช่วยแบบนี้" สึนะขอโทษขอโพยด้วยสีหน้าลำบากใจ ในมือคือเอกสารส่วนหนึ่งที่อาจารย์ใช้ให้เขาเอาไปเก็บ ผู้ช่วยร่างสูงกว่าที่เดินเคียงข้างหันมายิ้มกว้าง มือสองข้างมีกองเอกสารอีกกว่าครึ่ง


        "ไม่เป็นไรหรอก สึนะขนคนเดียวก็ไม่ไหวด้วยใช่ไหมล่ะ"


        ถ้าเป็นคนอื่น คำพูดนี้คงไม่พ้นการเยาะเย้ยเหยียดหยาม แต่เมื่อออกมาจากปากของยามาโมโตะ มันกลับเป็นคำแสดงความห่วงใย ึสึนะจึงยิ้มน้อยๆ ให้กับความใจดีนั้น


        นับตั้งแต่วันศุกร์ ยามาโมโตะก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่พวกเขาทะเลาะกันอีก ไม่แม้แต่จะถามเหตุผลที่เขาหลบหน้า หรือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกลับมาพูดคุยอย่างเดิม  ไม่ใช่ยามาโมโตะไม่ใส่ใจ แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายไม่คิดติดใจ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาให้หงุดหงิดรำคาญใจอีกหน อาจเพราะเป็นเช่นนั้น สึนะจึงไม่เคยเห็นยามาโมโตะโกรธจริงๆ จังๆ สักครั้ง


        "จะให้วางไว้ตรงไหนล่ะสึนะ" เสียงยามาโมโตะถามขึ้น เดินนำเข้าไปด้านใน


        "อาจารย์บอกว่าให้วางไว้บนโต๊ะได้เลยน่ะ" สึนะตอบ ด้วยความที่ห้องเก็บเอกสารนั้นค่อนข้างเล็ก เขาจึงจำเป็นต้องรอให้ยามาโมโตะวางเอกสารให้เรียบร้อยและผละออกมาเสียก่อน จึงจะสามารถเดินเข้าไปวางเอกสารส่วนของตนได้


        เสียงผัวะผะคล้ายคนตีกันดึงสายตาของสึนะให้เลื่อนออกไปนอกหน้าต่างที่มีอยู่เพียงบานเดียวในห้อง ภาพที่เด่นชัดกว่าร่างที่กระจัดกระจายปลิวไปกองกับพื้นคือเงาสีดำวูบวาบจากการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว ประกายสีเงินของทอนฟา และสีแดงของเลือดที่เปรอะไปทั่วบริเวณ


        นั่น...คุณฮิบาริกำลังออกกำลังกายหลังอาหาร


        แม้ว่าควรจะเรียกว่ากิจวัตรประจำวันมากกว่า แต่ถ้าเรียกแบบนั้นมันก็ซ้ำซากจำเจเกินไปหน่อย เพราะคุณฮิบาริต้อง 'ออกกำลังกาย' เกือบทุกเวลาที่เห็นอะไรขัดหูขัดตา และไม่ใช่ทุกวันที่คุณฮิบาริจะได้ฟูลคอร์สแบบนี้ พลันหัวใจก็หล่นลงไปอยู่แทบเท้า


        แล้วยามาโมโตะที่เดินเข้ามาก่อน เห็นคุณฮิบาริแล้วหรือยัง?


        นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองร่างสูงที่ยืนมองรอบห้องด้วยสายตาหวาดกลัว แล้วก็ปลอบใจตัวเอง


        ไม่หรอก ยามาโมโตะคงไม่ทันเห็นแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงหยุดมองตั้งแต่แรกแล้วสิ ที่สำคัญเขาก็ไม่เห็นท่าทีผิดปกติอะไรด้วย


        ใช่...ยามาโมโตะที่กำลังวุ่นอยู่กับการแข่งขันที่ใกล้เข้ามา ไม่มีทางที่จะเข้าไป 'ยุ่ง' กับคุณฮิบาริหรอก


        อย่างน้อยสึนะก็มั่นใจได้อย่างหนึ่ง


        ตราบใดที่เขายังอยู่ตรงกลาง สองคนนี้ก็จะไม่มีทางได้อยู่ด้วยกันเด็ดขาด!


       เย็นวันนี้สึนะไม่ได้อยู่ในห้องเรียน ไม่ได้นั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม มองผ่านหน้าต่างบานเดิมลงมาเบื้องล่าง แต่เลือกที่จะย้ายตัวเองลงมายืนพิงประตูโรงเรียน


        "อ้าวสึนะ รอยามาโมโตะอยู่เหรอ" หนึ่งในสมาชิกของชมรมเบสบอลที่สึนะเคยคุยด้วยสองสามครั้งเอ่ยทัก สึนะพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม


        "เมื่อกี้เห็นหมอนั่นกำลังเก็บของอยู่ เดี๋ยวก็คงออกมาแล้วล่ะ" ได้ยินเช่นนั้นสึนะก็พยักหน้าอีกครั้งและเอ่ยขอบคุณสั้นๆ มีไม่บ่อยนักที่เขาจะยืนรอยามาโมโตะแบบนี้ เพราะวันนี้สึนะตั้งใจจะเลี้ยงมื้อเย็นแทนคำขอบคุณยามาโมโตะที่ช่วยขนเอกสารในตอนบ่าย แน่นอนว่าไม่ใช่โต๊ะจีนหรูหราหรือภัตรคารราคาแพง ก็แค่ราเมงแค่ชามสองชามเท่านั้น


        กระทั่งเวลาผ่านจากไม่กี่นาทีเป็นสิบนาทีจนสึนะเริ่มแปลกใจ ยามาโมโตะไม่เคยผิดนัดและถึงจะมาสายบ้างแต่ไม่เคยปล่อยให้รอนานขนาดนี้


        หรือยามาโมโตะจะติดคุยธุระกับโค้ช?


        ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็น่าจะส่งเมลล์มาบอกก่อน ความร้อนใจกับลางสังหรณ์บางอย่างกำลังกระตุ้นให้สึนะผละจากจุดนัด เดินไปทางห้องชมรมเบสบอล


        นักเรียนส่วนใหญ่กลับบ้านกันหมดแล้ว รอบบริเวณจึงเงียบกริบและว่างเปล่า เงียบเสียจนเขาสามารถได้ยินเสียงหวีดหวิวหากสายลมพัดผ่าน ทว่าเสียงที่สึนะได้ยินไม่ใช่เสียงของสายลมอย่างที่คิด แต่เป็นเสียงหอบหายใจของใครบางคน...


        หัวใจกระตุกสั้นๆ และหยุดนิ่ง ทว่าสองขาที่ก้าวกลับไม่หยุดตามทั้งยังพาเขาไปคนละทางกับห้องชมรม ไปยังต้นกำเนิดของเสียงนั่น ตาสีน้ำตาลจ้องหยุดอยู่ตรงมุมอาคาร เสียงหอบหายใจดังถี่และชัดเจนพอๆ กับเสียงหัวใจของตัวเองที่ไม่รู้ว่าเริ่มเต้นอีกครั้งเมื่อไหร่ และทุกครั้งที่มันขยับก็คล้ายจะดึงร่างให้จมลงไปกับพื้น


        หันหลังกลับไปซะ!


        คำสั่งจากสมองส่งตรงไปทั่วร่าง หากร่างกายกลับทรยศด้วยการเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ


        หันหลังแล้ววิ่งกลับบ้านซะ!!


        "ฮึ่ก! อา..."


        ราวกับฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม ความรู้สึกเย็นวาบไหลตั้งแต่ศีรษะไล่จรดถึงปลายเท้า ตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง แม้ว่าเสียงนั้นจะแหบพร่าด้วยอารมณ์ที่ต่างจากปกติไปมากเท่าไหร่ แต่สึนะก็ไม่มีทางจำผิด หรือแม้แต่จะลืม เสียงที่เรียกชื่อเขาด้วยความห่วงใย เสียงที่มักเอ่ยคำพูดปนเสียงหัวเราะสดใส คอยปลอบประโลมเขาตลอดเวลา บัดนี้กลับกรีดหัวใจเขายับเยินไม่มีชิ้นดี


        "...ยามา...โมโตะ......"


        เสียงกระซิบหวานหูถัดมากลายเป็นเสียงที่หยุดลมหายใจของสึนะอย่างแท้จริง ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างพร้อมๆ กับที่น้ำตาไหล่เอ่อออกมาโดยไม่รู้ตัว


        หากเสียงแรกเป็นเหมือนมีดที่แหลมคม เสียงครางนี้ก็ไม่ต่างจากน้ำกรดเข้มข้นที่ราดซ้ำลงมา

 


*********************************TBC... 

 

อะโฮะ...อะโฮะ...อะโฮะ... (ดูมันหัวเราะ)

 

ในที่สุด ตอนที่ 4 ก็คลอดออกมาเสียที T[]T!!!

ถึงฉากดาร์กๆ จะเป็นฉากที่ถนัดก็เถอะนะ แต่ไอ้การที่ต้องเขียนหลายๆ รอบนี้ก็พาลหมดมุขเอาง่ายๆ ได้เหมือนกัน = ="

กำลังพยายามบอกตัวเองไม่ให้ยืดเรื่องออก เพราะไม่อย่างนั้นคงยาวเกินไป (4 ภาคเชียวนะเอ็ง ท่องไว้ 4 ภาค!!!) ดังนั้นเรื่องอาจจะค่อนข้างเร็วเสียหน่อย ถ้าทำให้หงุดหงิด รู้สึกไม่สมเหตุสมผลยังไงก็ต้องขออภัยด้วยนะฮะ m(_ _)m

 

ขอตัวไปสลบล่ะฮะ = =/ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ.....อะ....อุ...กรี๊ดดดดดดดดดดดด

บังอาจทำร้ายจิตใจหนูซือได้อย่างไรเจ้าเบสบอลลลลลลลลลล =[]=!!!

โมโหค่าโมโหหหหหหหหหหหหหหห

ไปตามนัดแล้วค่อยมาจ๊ะกันก็ได้นะยะ ดูสิ...เห็นอะไรดี ๆ เอ้ย...ปวดใจเข้าเลยเห็นไหม!!

//ตบตียามะ ๆ (โดนแม่ยกยามะตื้บ)

#1 By derick on 2008-08-06 10:08

สะใจอย่างบอกไม่ถูก ทำไมถึงไม่รู้สึกสงสารสึนะ ไม่รู้สิ คงเพราะอารมณ์ของเรื่องส่งเสริมให้สึนะเป็นมือที่สามล่ะกระมัง

#2 By ruk21us on 2008-08-06 10:29

สึนะของเบนซ์นี่กระชากอารมณ์ได้ทุกเรื่อง ขอคนมาปลอบด่วนเบนซ์!!! แล้วขอเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น square แทนได้มั้ย กร๊ากกก

#3 By uzausa on 2008-08-06 13:38

อ่านเจอออกกำลังหลังอาหารแล้วขำก๊ากค่ะ ฟีลดาร์คหายหมด
ยามาเป็นสุดยอดบนสามเหลี่ยมเซเม่ะสินะ open-mounthed smile

#4 By แอน on 2008-08-06 15:20

อะหุหุ ยามามต~
(วูบนึงนึกเป็นอุเกะอ่ะแก~~ กร๊ากกก)

#5 By dearchan on 2008-08-06 17:01

ถ้าบอกว่าแอบสะใจ... จะมีใครรุมสกรัมไหมค่ะ?

ภาพตอนซือคุงเดินไปเจอนี้ขึ้นมารแบบ... เป็นช็อตๆ... คิดตามแล้วปวดใจ.. ถ้าเราได้ไปเห็นภาพอย่างนั้น... คงไม่ต่างจากคำว่า 'ใจสลาย' สักนิด

#6 By Lina on 2008-08-06 17:59

=[]=!! อะไรกัน แม้สึนะมันจะแอบเลว กีดกันความรักชาวบ้าน
แต่เจอแบบนี้ ก็น่าสงสารนะคะ!!

ปล.แอบคิดว่าเป็น 1880 แวบนึงอีกคน = =""

#7 By MiSa on 2008-08-06 21:06

ทำไมรุ้สึกสะใจ =[]=!!!

#8 By 「 Hi-bird 」 on 2008-08-06 22:14

โฮกกกกกก
กลับไปซบอกท่านเจ้าของร้านเลยหนูซือ...
เขาไม่รักเราก็อย่าสนใจ!

ตัวสึนะเอง..ที่จริงก็เป็นเพื่อนกับยามาโมโตะเพื่อจะได้พบกับท่านฮินี่นะ
อิฉันว่าสึนะก็รู้อยู่แล้วว่าสักวันเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น
...แต่ปฏิเสธไม่รับรู้เสียมากกว่า

รอ "อาทิตย์หน้า" ของท่านเจ้าของร้านอยู่นะคะ

#9 By วาร : waras on 2008-08-07 15:36

...อุ่ก...

นั่งอ่านตั้งแต่เริ่ม ฟิคนี้โดนใจ!!!

ทำไมมันถึงได้สุดยอดแบบนี้...

#10 By othila on 2008-08-17 03:50