[Fic]Reborn! : Triangle [6]
posted on 02 Oct 2008 11:24 by foundation
Title : Triangle [6]
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing : It's a S-E-C-R-E-T ♥
Ratine : R15
โป๊ก!!
เสียงกะโหลกกระทบกับอะไรบางอย่างที่มีสสารคล้ายๆ กันเพียงแต่ผิวหนังหุ้มอยู่ดังลั่นในห้องที่เงียบกริบ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะครืนของเหล่านักเรียนที่ง่วงเหงาหาวนอนให้ได้ครึกครื้นขึ้นมาบ้าง
"ถึงเธอจะเป็นวีรบุรุษจากการแข่งเมื่อวันอาทิตย์ก็เถอะยามาโมโตะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมานั่งหลับในคาบของครูได้" แม้จะต่อว่าเสียงดุ หากใบหน้าของอาจารย์ประจำวิชากลับเปื้อนยิ้มกว้าง กึ่งทำใจกึ่งเหนื่อยใจ "ถ้าเหนื่อยมากทำไมไม่นอนพักผ่อนอยู่กับบ้านซะล่ะ"
"ก็อยากทำอยู่นั่นล่ะครับ" คนถูกต่อว่าฉีกยิ้มสบายใจก่อนเอ่ยต่อ "แต่ว่ามันนอนไม่หลับนี่ครับ"
"อ้อ...เธอก็เลยมานอนที่โรงเรียนแทนสินะ"
แล้วหนังสือที่ม้วนอยู่ในมือของอาจารย์ก็ตีโป้กลงบนศีรษะของยามาโมโตะอีกหน ท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครง เด็กหนุ่มผู้นั่งอยู่หลังสุดนั้นกลับไม่สามารถแม้กระทั่งผลิยิ้มที่มุมปาก ตาคู่โตจับจ้องแผ่นหลังและเสี้ยวหน้าของคนแม้จะถูกต่อว่าแต่ก็ร่วมหัวเราะไปกับคนอื่นด้วย
หากเป็นเมื่อก่อน...เขาคงยิ้มแย้มไม่ต่าง
หากเป็นเมื่อก่อน...เขาคงมีความสุขไม่ต่าง
"งั้นวันนี้เธอคงมีโปรแกรมเลี้ยงฉลองล่ะสิ"
"ก็...พ่อบอกว่าจะเลี้ยงชุดเล็กก่อนน่ะครับ ไว้ชนะรอบชิงจะเลี้ยงชุดใหญ่อีกที"
สึนะมองยามาโมโตะที่ตอบกลั้วหัวเราะอย่างมีความสุข
เพียงแค่ถ้าเป็นสองอาทิตย์ก่อน...
...เขาคงได้รับคำชวนพร้อมรอยยิ้มสดใส
ใจอยากจะเข้าไปชื่นชม อวยพร เอื้อนเอ่ยถ้อยคำสร้างกำลังใจ ทว่าความผิดที่เกาะกินในใจฉุดรั้งเขาไว้ทั้งตัว แม้แต่เสียงที่จะเปล่งเรียกก็ยังฝืดเฝือนค้างติดอยู่ในลำคอ
หรือจะเป็นผลข้างเคียงของการแลกเปลี่ยน?
ไม่ใช่หรอก
สึนะส่ายศีรษะหลับตาลง ปฏิเสธคำถามที่ผุดขึ้นแทบจะทันที หัวใจของเขาซื่อตรงกว่าสมองมากนัก มากเสียจนรู้สึกเสียใจ เพราะหากสมองสามารถสั่งหัวใจได้มากกว่านี้...เขาก็คงโกหกตัวเองเพื่อจะได้ไม่เจ็บปวดแบบนี้
"ซาวาดะ สึนะโยชิ!" เสียงดุกระชากเหนือศีรษะทำเอาสึนะสะดุ้งเฮือกสุดตัว ตามด้วยเสียงโป้กจากม้วนหนังสือที่ประเคนลงบนศีรษะอย่างแรง เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง หากคราวนี้ไม่ใช่เพราะความยินดีแต่เป็นการเยาะเย้ยสมหน้าต่างหาก
"ถ้าง่วงมากนักก็ออกไปยืนนอกห้องซะ!"
แม้จะไม่ได้เป็นอย่างที่อาจารย์คาดโทษ แต่สึนะก็ยินดีออกไปยืนหน้าห้องโดยไม่คิดปริปากค้าน
ระเบียงทางเดินไม่ถือว่าเงียบสักเท่าไหร่นัก ร่างเล็กยืนพิงผนังทั้งที่ใจอยากทรุดลงไปนั่งแต่ไม่ทำเพราะไม่รู้ว่ากริ่งเลิกเรียนจะดังเมื่อไหร่ คงไม่ดีแน่ถ้าอาจารย์ออกมาเห็นคนถูกทำโทษนั่งสบายอยู่หน้าห้อง
พลันหูก็แว่วเสียงเปิดประตูคุ้นหู ทว่าเมื่อหันไปมอง บานประตูยังคงปิดสนิท เสียงโทนต่ำของอาจารย์ที่อยู่ในห้องยังคงดังเรื่อยเป็นจังหวะชวนง่วงเช่นเดิม
ไม่มีคนเดินออกมาจากห้อง
ไม่มีรอยยิ้มแห้งๆ ที่ส่งให้เพื่อนร่วมห้อง
ไม่มีคำทักทายตามเรื่องตามราว
ไม่มี...ยามาโมโตะ
หัวใจกระตุกวาบ เย็นเฉียบไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับถูกสาดน้ำแข็งใส่ ความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นดังซ้ำไปซ้ำมา บีบรัดร่างกายให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก
"สึนะโยชิ" เสียงเรียกทุ้มนุ่มกระชากสติกลับมา นัยน์ตาที่เบิกกว้างเบือนไปจับจ้องใบหน้าคมที่กำลังขมวดคิ้วมองมา
"เป็นอะไรไป" ถ้อยคำถามเรียบสนิทหากเจือด้วยความเป็นห่วงอันหาได้ยาก
สึนะเผลอกำหมัดแน่นไม่รู้ตัว
เขาควรดีใจ...ที่อีกฝ่ายแสดงความห่วงใย
ทว่า...มันก็เหมือนค้อนอันใหญ่กระแทกย้ำหมุดความผิดให้จมลึกลงในใจ
คิ้วที่ขมวดกันอยู่แล้วยิ่งมุ่นหนักขึ้นเมื่อไม่ได้รับคำตอบ วินาทีต่อมาฮิบาริก็กระชากแขนลากคนที่ยืนเหม่อออกเดินไปยังห้องทำงานของตน ร่างเล็กถูกผลักให้นั่งลงบนโซฟากลางห้อง เสียงเครื่องปรับอากาศดังแผ่วเบาในความเงียบจนกระทั่งคนที่ถูกลากมายอมเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
"ผมสบายดี ขอบคุณที่เป็นห่วงครับคุณฮิบาริ" แต่นัยน์ตาสีดำที่จ้องตรงมากำลังบอกสึนะว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดสักนิด
บางทีการระบายออกให้ใครสักคนฟังคนดีกว่านี้
แต่...ใครจะเชื่อล่ะ?
แม้แต่ตัวเอง ก่อนหน้านี้ยังคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระเพ้อเจ้ออยู่เลยนี่
ที่สำคัญ เขายังมีหน้าพูดเรื่องนี้ให้คุณฮิบาริฟังอีกอย่างนั้นหรือ?
กล้าจะบอกอีกฝ่ายว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากการซื้อขายแลกเปลี่ยน ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ?
มุมปากกระตุกขึ้นเพียงเล็กน้อยให้กับความคิดของตนจนคนนั่งมองไม่อาจสังเกตเห็น
ถ้าไม่ตายก็คงพิการตลอดชีวิต
"น่ารำคาญ"
"ครับ?" ไม่ทันที่สึนะจะสงสัยได้นาน เพียงแค่เงยหน้าขึ้นริมฝีปากเย็นก็ประทับลงมาปิดปากคู่สวยที่เพิ่งได้เอื้อนเอ่ย ลิ้นร้อนชำแรกเข้ามาชิมความหวานจนร่างเล็กเผลอร้องงึมงำด้วยความตกใจ จูบร้อนทำให้ความคิดที่กระเจิดกระเจิงกลับมารวมตัว สมาธิเผลอจดจ่ออยู่กับสัมผัสที่คนตรงหน้าหยิบยื่นให้ เมื่อร่างสูงกว่าถอนริมฝีปากเขาจึงอดรู้สึกมีบางถูกดึงออกไปด้วยไม่ได้
ขณะที่คิดว่าได้หยุดลงเหมือนเช่นทุกครั้ง ฮิบาริกลับก้มลงซุกกับซอกคอขาว โดยไม่ปล่อยให้มีคำถาม แรงดูดเม้มเจ็บแปลบทำให้ร่างทั้งร่างสะดุ้งเฮือกกลืนคำพูดทั้งหมดลงลำคอ รู้สึกทั้งวาบหวามและจั๊กจี้ในเวลาเดียวกัน
สึนะรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร ใบหน้าขาวแดงวาบ ขัดเขินจนเผลอใช้มือยันลาดไหล่ของคนที่ยังซุกไซร้คอของตน ฮิบาริจึงละออกมาจัดการรวบมือทั้งสองพร้อมทิ้งน้ำหนักตัวกดให้ร่างเล็กล้มลงนอนบนโซฟา
"กล้าคิดถึงคนอื่นเวลาที่อยู่กับฉันงั้นหรือ"
สึนะเบิกตากว้าง เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนสั่นดิกปฏิเสธอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงจะไม่ได้คิดถึงคนอื่นจริงๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องที่คิดเมื่อครู่เกี่ยวกับใครคนอื่นด้วย แต่ขืนตอบรับไป...
คงได้กลายเป็นศพ ชนิดไม่ต้องรอพิการแน่ๆ
สึนะอ้าปากจะปฏิเสธแต่ถูกประกบจูบอีกหนทั้งเร่าร้อนและรุนแรงกว่าเดิม ความร้อนจากร่างกายส่งผ่านสาบเสื้อที่เสียดสีสร้างความรู้สึกประหลาดให้ร่างที่อยู่ข้างใต้ ทันใดนั้นมือของฮิบาริที่พันธนาการมือของสึนะด้านบนก็คลายออก เลื่อนลงลอดผ่านเสื้อนักเรียนตัวบางเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อร้อนด้านในอย่างถือสิทธิ
"คุณฮิบาริ!" สึนะร้องออกมาด้วยความตกใจ มือที่เป็นอิสระยกลงมาผลักไหล่ของผู้รุกรานแต่ก็ไม่เป็นผล
"อ๊ะ!" เสียงหวานสะดุดร้องเมื่อปลายนิ้วยาวไล้ผ่านยอดอกอ่อนนุ่มก่อนเริ่มเคล้นคลึงจนแข็งเป็นตุ่มไต เสียงครางน่าอายที่ไม่เคยมีใครได้ยินหลุดผ่านริมฝีปากด้วยความไม่คุ้นสัมผัสเรียกรอยยิ้มมุมปากของคนที่เฝ้ามองให้กระตุกขึ้น ก่อนจะแทนที่ด้วยลิ้นที่เปียกชื้น ส่งผลให้ร่างเล็กกระตุกเฮือกด้วยความตกใจอีกครั้ง
เพียงไม่กี่วินาที เสื้อเชิ้ตสีขาวก็ถูกปลดออก เผยให้เห็นแผ่นอกสีแดงระเรื่อและแต้มจุดสีแดงเข้มอันเกิดจากริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ลากผ่าน
ตีตราจับจอง ไม่ยกให้ผู้ใด
กระทั่งมือร้อนได้ไต่ลงไปใต้กางเกง สัมผัสส่วนอ่อนไหวที่ไม่เคยมีใครได้แตะต้อง สึนะก็สะดุ้งสุดตัว มือร้อนเริ่มขยับขึ้นลงหวังปลุกอารมณ์ร่างด้านใต้ ซึ่งก็ได้ผลเมื่อเสียงครางเรียกชื่อหวานหูได้ดังก้องในความเงียบ
"คุณ...ฮิบา..ริ"
"...ยามา...โมโตะ......"
ลมหายใจหยุดกึก ความทรงจำที่กรีดหัวใจย้อนกลับมา เรี่ยวแรงที่หดหายกลับมาพร้อมกับสติ ร่างเล็กผลักร่างคนที่ทาบทับอยู่ด้นบนออกอย่างแรงผุดลุกขึ้นยืน ก้มหน้าก้มตาสวมเสื้อผ้าของตัวเองและผลุนผลันวิ่งออกไปจากห้องท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของฮิบาริ
เวลาพักเที่ยงเริ่มขึ้นได้สักพักแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นทางเดิน ห้องเรียนหรือดาดฟ้า ไม่ว่าที่ใดก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮาของเหล่านักเรียนที่กำลังพักผ่อน
ดีเหลือเกิน
ร่างที่ก้มหน้าก้มตาวิ่งชนคนนั้นทีคนนี้ที กระชับคอเสื้อแนบเข้ากับลำคอยิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกที่สึนะรู้สึกดีใจที่ตนเป็นได้แค่ 'เจ้าห่วย' เพราะไม่มีใครสนใจว่าเขาทำอะไร ไม่สนใจว่าเขารู้สึกอย่างไร
ไม่สนใจ...ว่ารอยหยดน้ำบรพื้นที่เขาวิ่งผ่าน
เกิดขึ้นได้อย่างไร
---------------------------------------------
ทันทีที่เสียงกริ่งเลิกเรียนดังไปทั่วโรงเรียน เสียงพูดคุยก็ดังเฮขึ้นตั้งแต่อาจารย์ยังไม่ออกจากห้อง นักเรียนส่วนใหญ่ลุกขึ้นเก็บข้าวของ บ้างก็รีบไปเข้าชมรม บ้างก็ยังนั่งคุยเรื่อยเปื่อย สึนะซึ่งมักจะหนึ่งในเป็นกลุ่มหลังทว่าวันนี้กลับตัดสินใจเก็บของอย่างรวดเร็ว เจตนาก็เพื่อหลบหน้าใครบางคนที่คาดว่าคงกำลังเดินตรงมายังห้องของเขา เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เผลอสบกับนัยน์ตาสีดำขลับให้ต้องยิ้มส่งไปอย่างช่วยไม่ได้ และคำทักทายต่อมาก็ดึงรอยยิ้มให้ตึงแข็งอยู่บนปากไม่ต่างจากด้ายล่องหน
"อ้าว ซาวาดะจะกลับแล้วเหรอ?"
หัวใจ...หยุดเต้น
ตาสีน้ำตาลจ้องค้าง สมองกลายเป็นสีขาวหยุดคิดเรื่องทุกอย่างมีเพียงเสียงเรียกเมื่อครู่ที่ดังซ้ำไปซ้ำมา
"เป็นอะไรรึเปล่า? สีหน้าดูไม่ดีเลย"
คำถามคล้ายห่วงใยหากแท้จริงกลับห่างเหิน รอยยิ้มกว้างทว่าไม่สดใสเช่นเดิม
มัน...เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
สึนะเม้มริมฝีปากเข้าหากัน หลบสายตาลงมาชั่วครู่เพื่อรวบรวมสติและกลั้นความเจ็บปวดที่ดันขึ้นจากหัวใจจุกแน่นอยู่ตรงลำคอ
"เปล่า ฉันสบายดี" เขาเงยหน้าขึ้นตอบ ส่งยิ้มที่คิดว่าน่าจะกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองได้ ทั้งทียังหวั่นใจ...เพราะยามาโมโตะไม่เคยมองความผิดปกติของเขาที่แม้จะเล็กน้อยเท่าไหร่พลาดสักครั้ง
"อื้อ งั้นก็ดีแล้วล่ะ"
พูดแค่นั้น...แล้วหันหลังกลับ
นาย...ไม่มีวันกลับมาแล้วสินะ?
"ซาวาดะ?" ร่างสูงโปร่งหันกลับมาด้วยแปลกใจที่ชายเสื้อของตนถูกคู่สนทนาคว้าเอาไว้ นัยน์ตาสีดำก้มมองคนที่กำลังก้มหน้าพลางเงยขึ้นมองเพื่อนร่วมห้องที่มองมาอย่างขอความเห็น
"นี่..."
ไม่เคยคิด...
"นี่ ยามาโมโตะ"
ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด...
"วันนี้มีเลี้ยงฉลองที่นายแข่งเบสบอลรอบรองฯ ชนะเมื่อวันอาทิตย์ใช่ไหม ให้ฉันไปด้วยได้รึเปล่า?"
ทันทีที่คำถามจบลง ชายเสื้อที่สึนะยื้อเอาไว้ก็ถูกกระชากอย่างแรง ตาสีดำฉายแววกร้าวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ดำมืดและยิ่งกว่าสีของรัตติกาลที่เต็มไปด้วยเมฆหนาทึบ
"ถ้าคิดจะเยาะเย้ยกันล่ะก็ หุบปากไปซะเถอะ!!"
เสียงทุ้มที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลายเป็นเสียงตะโกนใส่หน้าพร้อมด้วยการเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องของร่างสูง ทั่วทั้งห้องเงียบกริบด้วยความตกใจ ก่อนที่สายตาทั้งหมดจะมาจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กต้นเหตุ
"ซาวาดะนี่แย่จังเลยนะ" เสียงพึมพำลอยอบอวลปะปนกับอากาศ เพื่อนชายที่ยืนมองอยู่ไม่ห่างเดินเข้ามาตบหัวอย่างแรงจนคมำล้มไปด้านหน้า ชนเข้ากับโต๊ะเก้าอี้จนเกิดเสียงดังโครมคราม แต่ก็ไม่มีใครสนใจจะมอง
"ทุเรศว่ะซาวาดะ รู้ก็รู้ว่าหมอนั่นมันเล่นเบสบอลไม่ได้อีกแล้ว แล้วแกจะพูดขึ้นมาทำไม อิจฉาหรือไงที่ถึงหมอนั่นไม่มีเบสบอลแต่ก็มีคนรัก ผิดกับแกที่เป็นได้แค่เจ้าห่วยน่ะ"
จากนั้นก็เป็นทั้งคำสบถ ทั้งคำว่ากล่าวจากเพื่อนร่วมห้อง ทว่ามันไม่สามารถทะลุเข้าไปสู่สมองที่ด้านชาของสึนะได้อีกต่อไป
น้ำตา...ที่หยุดไปเมื่อตอนบ่ายไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง
ฉัน...ไม่ได้อยากทำร้ายนายเลย ยามาโมโตะ
*********************************TBC...
กว่าจะเข็นออกมาได้แต่ละตอนแถมสั้นอีกต่างหาก รู้สึกเหมือนหมดมุขยังไงไม่รู้ เหอๆๆๆ
ถือโอกาสตอบข้อสงสัยเลยละกันฮะ ว่ามัน 1880 หรือ 8018
คำตอบคือ... 8018 ค่ะ = ="
ถึงแม้ว่าอิเบนซ์จะรับ 1880 ได้ก็เถอะ แต่เรื่องนี้ต้องเป็นแบบนี้เท่านั้นฮะ ส่วนเหตุผล...หึๆๆๆ รออ่านกันต่อไป = =b
ปล...อีกสองตอนจะจบแล้ว ฮูเร่!!!!
ปปล...ได้โปรเจคใหม่แล้ว ฮูเร่!!!!
ปปปล...ของเก่าได้ดองอีกแล้ว ฮูเร่!!!! (โดนคนอ่านยันติดฝาบล็อก)

)

โฮกกกก....
สงสารซือน่า TT TT
รออ่านฟิคต่อไปฮะพี่เบนซ์
#1 By เดะนักป่วน[ฟิว] on 2008-10-02 12:31