ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn! : Triangle [6]

posted on 02 Oct 2008 11:24 by foundation

Title : Triangle [6]
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing : It's a S-E-C-R-E-T ♥
Ratine : R15

----------------------------------------------------

 

        โป๊ก!!


        เสียงกะโหลกกระทบกับอะไรบางอย่างที่มีสสารคล้ายๆ กันเพียงแต่ผิวหนังหุ้มอยู่ดังลั่นในห้องที่เงียบกริบ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะครืนของเหล่านักเรียนที่ง่วงเหงาหาวนอนให้ได้ครึกครื้นขึ้นมาบ้าง


        "ถึงเธอจะเป็นวีรบุรุษจากการแข่งเมื่อวันอาทิตย์ก็เถอะยามาโมโตะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมานั่งหลับในคาบของครูได้" แม้จะต่อว่าเสียงดุ หากใบหน้าของอาจารย์ประจำวิชากลับเปื้อนยิ้มกว้าง กึ่งทำใจกึ่งเหนื่อยใจ "ถ้าเหนื่อยมากทำไมไม่นอนพักผ่อนอยู่กับบ้านซะล่ะ"


        "ก็อยากทำอยู่นั่นล่ะครับ" คนถูกต่อว่าฉีกยิ้มสบายใจก่อนเอ่ยต่อ "แต่ว่ามันนอนไม่หลับนี่ครับ"


        "อ้อ...เธอก็เลยมานอนที่โรงเรียนแทนสินะ"


        แล้วหนังสือที่ม้วนอยู่ในมือของอาจารย์ก็ตีโป้กลงบนศีรษะของยามาโมโตะอีกหน ท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครง เด็กหนุ่มผู้นั่งอยู่หลังสุดนั้นกลับไม่สามารถแม้กระทั่งผลิยิ้มที่มุมปาก ตาคู่โตจับจ้องแผ่นหลังและเสี้ยวหน้าของคนแม้จะถูกต่อว่าแต่ก็ร่วมหัวเราะไปกับคนอื่นด้วย


        หากเป็นเมื่อก่อน...เขาคงยิ้มแย้มไม่ต่าง


        หากเป็นเมื่อก่อน...เขาคงมีความสุขไม่ต่าง


        "งั้นวันนี้เธอคงมีโปรแกรมเลี้ยงฉลองล่ะสิ"


        "ก็...พ่อบอกว่าจะเลี้ยงชุดเล็กก่อนน่ะครับ ไว้ชนะรอบชิงจะเลี้ยงชุดใหญ่อีกที"


        สึนะมองยามาโมโตะที่ตอบกลั้วหัวเราะอย่างมีความสุข


        เพียงแค่ถ้าเป็นสองอาทิตย์ก่อน...


        ...เขาคงได้รับคำชวนพร้อมรอยยิ้มสดใส


        ใจอยากจะเข้าไปชื่นชม อวยพร เอื้อนเอ่ยถ้อยคำสร้างกำลังใจ ทว่าความผิดที่เกาะกินในใจฉุดรั้งเขาไว้ทั้งตัว แม้แต่เสียงที่จะเปล่งเรียกก็ยังฝืดเฝือนค้างติดอยู่ในลำคอ


        หรือจะเป็นผลข้างเคียงของการแลกเปลี่ยน?


        ไม่ใช่หรอก


        สึนะส่ายศีรษะหลับตาลง ปฏิเสธคำถามที่ผุดขึ้นแทบจะทันที หัวใจของเขาซื่อตรงกว่าสมองมากนัก มากเสียจนรู้สึกเสียใจ เพราะหากสมองสามารถสั่งหัวใจได้มากกว่านี้...เขาก็คงโกหกตัวเองเพื่อจะได้ไม่เจ็บปวดแบบนี้


        "ซาวาดะ สึนะโยชิ!" เสียงดุกระชากเหนือศีรษะทำเอาสึนะสะดุ้งเฮือกสุดตัว ตามด้วยเสียงโป้กจากม้วนหนังสือที่ประเคนลงบนศีรษะอย่างแรง เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง หากคราวนี้ไม่ใช่เพราะความยินดีแต่เป็นการเยาะเย้ยสมหน้าต่างหาก


        "ถ้าง่วงมากนักก็ออกไปยืนนอกห้องซะ!"


        แม้จะไม่ได้เป็นอย่างที่อาจารย์คาดโทษ แต่สึนะก็ยินดีออกไปยืนหน้าห้องโดยไม่คิดปริปากค้าน


        ระเบียงทางเดินไม่ถือว่าเงียบสักเท่าไหร่นัก ร่างเล็กยืนพิงผนังทั้งที่ใจอยากทรุดลงไปนั่งแต่ไม่ทำเพราะไม่รู้ว่ากริ่งเลิกเรียนจะดังเมื่อไหร่ คงไม่ดีแน่ถ้าอาจารย์ออกมาเห็นคนถูกทำโทษนั่งสบายอยู่หน้าห้อง


        พลันหูก็แว่วเสียงเปิดประตูคุ้นหู ทว่าเมื่อหันไปมอง บานประตูยังคงปิดสนิท เสียงโทนต่ำของอาจารย์ที่อยู่ในห้องยังคงดังเรื่อยเป็นจังหวะชวนง่วงเช่นเดิม


        ไม่มีคนเดินออกมาจากห้อง


        ไม่มีรอยยิ้มแห้งๆ ที่ส่งให้เพื่อนร่วมห้อง


        ไม่มีคำทักทายตามเรื่องตามราว


        ไม่มี...ยามาโมโตะ


        หัวใจกระตุกวาบ เย็นเฉียบไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับถูกสาดน้ำแข็งใส่ ความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นดังซ้ำไปซ้ำมา บีบรัดร่างกายให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก


        "สึนะโยชิ" เสียงเรียกทุ้มนุ่มกระชากสติกลับมา นัยน์ตาที่เบิกกว้างเบือนไปจับจ้องใบหน้าคมที่กำลังขมวดคิ้วมองมา


        "เป็นอะไรไป" ถ้อยคำถามเรียบสนิทหากเจือด้วยความเป็นห่วงอันหาได้ยาก


        สึนะเผลอกำหมัดแน่นไม่รู้ตัว


        เขาควรดีใจ...ที่อีกฝ่ายแสดงความห่วงใย


        ทว่า...มันก็เหมือนค้อนอันใหญ่กระแทกย้ำหมุดความผิดให้จมลึกลงในใจ


        คิ้วที่ขมวดกันอยู่แล้วยิ่งมุ่นหนักขึ้นเมื่อไม่ได้รับคำตอบ วินาทีต่อมาฮิบาริก็กระชากแขนลากคนที่ยืนเหม่อออกเดินไปยังห้องทำงานของตน ร่างเล็กถูกผลักให้นั่งลงบนโซฟากลางห้อง เสียงเครื่องปรับอากาศดังแผ่วเบาในความเงียบจนกระทั่งคนที่ถูกลากมายอมเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน


        "ผมสบายดี ขอบคุณที่เป็นห่วงครับคุณฮิบาริ" แต่นัยน์ตาสีดำที่จ้องตรงมากำลังบอกสึนะว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดสักนิด


        บางทีการระบายออกให้ใครสักคนฟังคนดีกว่านี้


        แต่...ใครจะเชื่อล่ะ?


        แม้แต่ตัวเอง ก่อนหน้านี้ยังคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระเพ้อเจ้ออยู่เลยนี่


        ที่สำคัญ เขายังมีหน้าพูดเรื่องนี้ให้คุณฮิบาริฟังอีกอย่างนั้นหรือ?


        กล้าจะบอกอีกฝ่ายว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากการซื้อขายแลกเปลี่ยน ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกที่แท้จริงอย่างนั้นหรือ?


        มุมปากกระตุกขึ้นเพียงเล็กน้อยให้กับความคิดของตนจนคนนั่งมองไม่อาจสังเกตเห็น


        ถ้าไม่ตายก็คงพิการตลอดชีวิต


        "น่ารำคาญ"


        "ครับ?" ไม่ทันที่สึนะจะสงสัยได้นาน เพียงแค่เงยหน้าขึ้นริมฝีปากเย็นก็ประทับลงมาปิดปากคู่สวยที่เพิ่งได้เอื้อนเอ่ย ลิ้นร้อนชำแรกเข้ามาชิมความหวานจนร่างเล็กเผลอร้องงึมงำด้วยความตกใจ จูบร้อนทำให้ความคิดที่กระเจิดกระเจิงกลับมารวมตัว สมาธิเผลอจดจ่ออยู่กับสัมผัสที่คนตรงหน้าหยิบยื่นให้ เมื่อร่างสูงกว่าถอนริมฝีปากเขาจึงอดรู้สึกมีบางถูกดึงออกไปด้วยไม่ได้


        ขณะที่คิดว่าได้หยุดลงเหมือนเช่นทุกครั้ง ฮิบาริกลับก้มลงซุกกับซอกคอขาว โดยไม่ปล่อยให้มีคำถาม แรงดูดเม้มเจ็บแปลบทำให้ร่างทั้งร่างสะดุ้งเฮือกกลืนคำพูดทั้งหมดลงลำคอ รู้สึกทั้งวาบหวามและจั๊กจี้ในเวลาเดียวกัน


        สึนะรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร ใบหน้าขาวแดงวาบ ขัดเขินจนเผลอใช้มือยันลาดไหล่ของคนที่ยังซุกไซร้คอของตน ฮิบาริจึงละออกมาจัดการรวบมือทั้งสองพร้อมทิ้งน้ำหนักตัวกดให้ร่างเล็กล้มลงนอนบนโซฟา


        "กล้าคิดถึงคนอื่นเวลาที่อยู่กับฉันงั้นหรือ"


        สึนะเบิกตากว้าง เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนสั่นดิกปฏิเสธอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงจะไม่ได้คิดถึงคนอื่นจริงๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องที่คิดเมื่อครู่เกี่ยวกับใครคนอื่นด้วย แต่ขืนตอบรับไป...


        คงได้กลายเป็นศพ ชนิดไม่ต้องรอพิการแน่ๆ


        สึนะอ้าปากจะปฏิเสธแต่ถูกประกบจูบอีกหนทั้งเร่าร้อนและรุนแรงกว่าเดิม ความร้อนจากร่างกายส่งผ่านสาบเสื้อที่เสียดสีสร้างความรู้สึกประหลาดให้ร่างที่อยู่ข้างใต้ ทันใดนั้นมือของฮิบาริที่พันธนาการมือของสึนะด้านบนก็คลายออก เลื่อนลงลอดผ่านเสื้อนักเรียนตัวบางเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อร้อนด้านในอย่างถือสิทธิ


        "คุณฮิบาริ!" สึนะร้องออกมาด้วยความตกใจ มือที่เป็นอิสระยกลงมาผลักไหล่ของผู้รุกรานแต่ก็ไม่เป็นผล


        "อ๊ะ!" เสียงหวานสะดุดร้องเมื่อปลายนิ้วยาวไล้ผ่านยอดอกอ่อนนุ่มก่อนเริ่มเคล้นคลึงจนแข็งเป็นตุ่มไต เสียงครางน่าอายที่ไม่เคยมีใครได้ยินหลุดผ่านริมฝีปากด้วยความไม่คุ้นสัมผัสเรียกรอยยิ้มมุมปากของคนที่เฝ้ามองให้กระตุกขึ้น ก่อนจะแทนที่ด้วยลิ้นที่เปียกชื้น ส่งผลให้ร่างเล็กกระตุกเฮือกด้วยความตกใจอีกครั้ง


        เพียงไม่กี่วินาที เสื้อเชิ้ตสีขาวก็ถูกปลดออก เผยให้เห็นแผ่นอกสีแดงระเรื่อและแต้มจุดสีแดงเข้มอันเกิดจากริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ลากผ่าน


        ตีตราจับจอง ไม่ยกให้ผู้ใด


        กระทั่งมือร้อนได้ไต่ลงไปใต้กางเกง สัมผัสส่วนอ่อนไหวที่ไม่เคยมีใครได้แตะต้อง สึนะก็สะดุ้งสุดตัว มือร้อนเริ่มขยับขึ้นลงหวังปลุกอารมณ์ร่างด้านใต้ ซึ่งก็ได้ผลเมื่อเสียงครางเรียกชื่อหวานหูได้ดังก้องในความเงียบ


        "คุณ...ฮิบา..ริ"


        "...ยามา...โมโตะ......"


        ลมหายใจหยุดกึก ความทรงจำที่กรีดหัวใจย้อนกลับมา เรี่ยวแรงที่หดหายกลับมาพร้อมกับสติ ร่างเล็กผลักร่างคนที่ทาบทับอยู่ด้นบนออกอย่างแรงผุดลุกขึ้นยืน ก้มหน้าก้มตาสวมเสื้อผ้าของตัวเองและผลุนผลันวิ่งออกไปจากห้องท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของฮิบาริ


        เวลาพักเที่ยงเริ่มขึ้นได้สักพักแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นทางเดิน ห้องเรียนหรือดาดฟ้า ไม่ว่าที่ใดก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮาของเหล่านักเรียนที่กำลังพักผ่อน


        ดีเหลือเกิน


        ร่างที่ก้มหน้าก้มตาวิ่งชนคนนั้นทีคนนี้ที กระชับคอเสื้อแนบเข้ากับลำคอยิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกที่สึนะรู้สึกดีใจที่ตนเป็นได้แค่ 'เจ้าห่วย' เพราะไม่มีใครสนใจว่าเขาทำอะไร ไม่สนใจว่าเขารู้สึกอย่างไร


        ไม่สนใจ...ว่ารอยหยดน้ำบรพื้นที่เขาวิ่งผ่าน


        เกิดขึ้นได้อย่างไร


---------------------------------------------


        ทันทีที่เสียงกริ่งเลิกเรียนดังไปทั่วโรงเรียน เสียงพูดคุยก็ดังเฮขึ้นตั้งแต่อาจารย์ยังไม่ออกจากห้อง นักเรียนส่วนใหญ่ลุกขึ้นเก็บข้าวของ บ้างก็รีบไปเข้าชมรม บ้างก็ยังนั่งคุยเรื่อยเปื่อย สึนะซึ่งมักจะหนึ่งในเป็นกลุ่มหลังทว่าวันนี้กลับตัดสินใจเก็บของอย่างรวดเร็ว เจตนาก็เพื่อหลบหน้าใครบางคนที่คาดว่าคงกำลังเดินตรงมายังห้องของเขา เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เผลอสบกับนัยน์ตาสีดำขลับให้ต้องยิ้มส่งไปอย่างช่วยไม่ได้ และคำทักทายต่อมาก็ดึงรอยยิ้มให้ตึงแข็งอยู่บนปากไม่ต่างจากด้ายล่องหน


        "อ้าว ซาวาดะจะกลับแล้วเหรอ?"


        หัวใจ...หยุดเต้น


        ตาสีน้ำตาลจ้องค้าง สมองกลายเป็นสีขาวหยุดคิดเรื่องทุกอย่างมีเพียงเสียงเรียกเมื่อครู่ที่ดังซ้ำไปซ้ำมา


        "เป็นอะไรรึเปล่า? สีหน้าดูไม่ดีเลย"


        คำถามคล้ายห่วงใยหากแท้จริงกลับห่างเหิน รอยยิ้มกว้างทว่าไม่สดใสเช่นเดิม


        มัน...เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?


        สึนะเม้มริมฝีปากเข้าหากัน หลบสายตาลงมาชั่วครู่เพื่อรวบรวมสติและกลั้นความเจ็บปวดที่ดันขึ้นจากหัวใจจุกแน่นอยู่ตรงลำคอ


        "เปล่า ฉันสบายดี" เขาเงยหน้าขึ้นตอบ ส่งยิ้มที่คิดว่าน่าจะกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองได้ ทั้งทียังหวั่นใจ...เพราะยามาโมโตะไม่เคยมองความผิดปกติของเขาที่แม้จะเล็กน้อยเท่าไหร่พลาดสักครั้ง


        "อื้อ งั้นก็ดีแล้วล่ะ"


        พูดแค่นั้น...แล้วหันหลังกลับ


        นาย...ไม่มีวันกลับมาแล้วสินะ?


        "ซาวาดะ?" ร่างสูงโปร่งหันกลับมาด้วยแปลกใจที่ชายเสื้อของตนถูกคู่สนทนาคว้าเอาไว้ นัยน์ตาสีดำก้มมองคนที่กำลังก้มหน้าพลางเงยขึ้นมองเพื่อนร่วมห้องที่มองมาอย่างขอความเห็น


        "นี่..."


        ไม่เคยคิด...


        "นี่ ยามาโมโตะ"


        ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด...


        "วันนี้มีเลี้ยงฉลองที่นายแข่งเบสบอลรอบรองฯ ชนะเมื่อวันอาทิตย์ใช่ไหม ให้ฉันไปด้วยได้รึเปล่า?"


        ทันทีที่คำถามจบลง ชายเสื้อที่สึนะยื้อเอาไว้ก็ถูกกระชากอย่างแรง ตาสีดำฉายแววกร้าวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน


        ดำมืดและยิ่งกว่าสีของรัตติกาลที่เต็มไปด้วยเมฆหนาทึบ


        "ถ้าคิดจะเยาะเย้ยกันล่ะก็ หุบปากไปซะเถอะ!!"


        เสียงทุ้มที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลายเป็นเสียงตะโกนใส่หน้าพร้อมด้วยการเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องของร่างสูง ทั่วทั้งห้องเงียบกริบด้วยความตกใจ ก่อนที่สายตาทั้งหมดจะมาจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กต้นเหตุ


        "ซาวาดะนี่แย่จังเลยนะ" เสียงพึมพำลอยอบอวลปะปนกับอากาศ เพื่อนชายที่ยืนมองอยู่ไม่ห่างเดินเข้ามาตบหัวอย่างแรงจนคมำล้มไปด้านหน้า ชนเข้ากับโต๊ะเก้าอี้จนเกิดเสียงดังโครมคราม แต่ก็ไม่มีใครสนใจจะมอง


        "ทุเรศว่ะซาวาดะ รู้ก็รู้ว่าหมอนั่นมันเล่นเบสบอลไม่ได้อีกแล้ว แล้วแกจะพูดขึ้นมาทำไม อิจฉาหรือไงที่ถึงหมอนั่นไม่มีเบสบอลแต่ก็มีคนรัก ผิดกับแกที่เป็นได้แค่เจ้าห่วยน่ะ"


        จากนั้นก็เป็นทั้งคำสบถ ทั้งคำว่ากล่าวจากเพื่อนร่วมห้อง ทว่ามันไม่สามารถทะลุเข้าไปสู่สมองที่ด้านชาของสึนะได้อีกต่อไป


        น้ำตา...ที่หยุดไปเมื่อตอนบ่ายไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง


        ฉัน...ไม่ได้อยากทำร้ายนายเลย ยามาโมโตะ

 


*********************************TBC...

 

กว่าจะเข็นออกมาได้แต่ละตอนแถมสั้นอีกต่างหาก รู้สึกเหมือนหมดมุขยังไงไม่รู้ เหอๆๆๆ 

 

ถือโอกาสตอบข้อสงสัยเลยละกันฮะ ว่ามัน 1880 หรือ 8018

คำตอบคือ... 8018 ค่ะ = ="

ถึงแม้ว่าอิเบนซ์จะรับ 1880 ได้ก็เถอะ แต่เรื่องนี้ต้องเป็นแบบนี้เท่านั้นฮะ ส่วนเหตุผล...หึๆๆๆ รออ่านกันต่อไป = =b

 

ปล...อีกสองตอนจะจบแล้ว ฮูเร่!!!!

ปปล...ได้โปรเจคใหม่แล้ว ฮูเร่!!!!

ปปปล...ของเก่าได้ดองอีกแล้ว ฮูเร่!!!! (โดนคนอ่านยันติดฝาบล็อก) 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

=[]=!!!


โฮกกกก....


สงสารซือน่า TT TT

รออ่านฟิคต่อไปฮะพี่เบนซ์
...ซือร้ายมากตอนนี้

#2 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-10-02 12:52

เฮ้ย....เฮ้ย!!!!!!!

เบ้นอ้าๆๆๆๆๆ *ดิ้นๆ*

จะเอาอีกอ้า!!! ค้างคามาก ๆ ค้างคาสุด ๆ ค้างคาโคตร ๆ!!! เรื่องนี้....แอบเดาว่าสึนะนี่น่าจะโดนมากที่สุดในเรื่อง...(ทุกคนถามโดนอะไรฟ่ะ???)

อ๊ากกกกกกก อยากอ่านต่อๆๆๆ

#3 By derick on 2008-10-02 13:42

เฮ้ยยยยยยยย!!!
เกิดขึ้นได้ไง?? หรือว่าเป็นเพราะ....?!

ไม่รู้จะสงสารใึครดีแล้วงานนี้.... ซือคุง.. หรือยามาโมโตะดี

แต่พูดได้อย่างเดียวว่า..

ทำตัวเองทั้งนั้นน่ะซือคุง!!

ประโยคสุดท้ายน่ากลัวมร๊ากกกกกกsad smile

ปล.คุณมุไม่มีบทแล้วหรือค่ะ?

#4 By Lina on 2008-10-02 15:04

จะบอกว่าซือคุงแย่ดีไหมนี่...
เสียใจกับสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจทำลงไปแล้วเนี่ย

แต่ก็สงสาร...

ซือคุงหนอ... ซือคุง

#5 By วาร : waras on 2008-10-02 15:50

น่าสงสารสึนะจังเลย~ ซิกๆ T.T

เกลียด “ ยามะ ” บังอาจทำไมท่านสึนะ..

ต้องร้องไห้..น่าสงสารจิงๆ

PS.ชั้นเกลียดแกยามะ - -+

#6 By -:-‘$e€~Fa!T’-:- on 2008-10-02 17:31

ฮา รอดไปค่ะ ที่ไม่ใช่ 1880 ...เหยอออ
แต่ก็แอบแปลกๆ ที่ 8018 อยู่ๆ ฮิบาก็ขึ้นมา เอ่อ ออนท็อปซะงั้น ตกใจ และโล่งอกที่รอดค่ะ ฮา

#7 By แอน on 2008-10-02 23:36

จะสงสารสึนะหรืออย่างไรดีล่ะ?

ในปรัชญา existenciel กล่าวว่า มนุษย์มีสิทธิ์เลือก แต่สิ่งที่ตามมาคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่เลือกนั้น

ในตอนนี้ สึนะ คงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองเลือกแล้วล่ะ...

ขอบคุณสำหรับฟิคครับ...

(และนั่งรออีกสองตอนที่เหลือ หึหึ open-mounthed smile )

#8 By aki on 2008-10-03 20:55

นึกว่า 1880 ซะอีก ที่แท้ 8018 เหรอ ว่าแต่เรื่องนี้โกคุเทระหายไปไหนล่ะconfused smile

#9 By MemBer (124.121.40.2) on 2009-11-24 16:43