[SF]Reborn! : Untitled
posted on 26 Oct 2008 13:51 by foundation
Title : Untitled
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing : Futa x Bajil
Rate : PG , ใสกิ๊ง
Warning : มันคือความเพ้อออออ!!!~ / ผู้มีอาการแพ้ความใส กรุณาใส่แว่นดำขณะอ่าน มิเช่นนั้นรังสีความกิ๊งอาจกระแทกตาท่านจนบอดได้
--------------------------------------------------
สายน้ำเย็นฉ่ำพร่างพราวกระทบร่มสีดำสนิท ขณะที่สองขาก้าวย่ำไปตามพื้นหญ้าที่ถึงจะก้าวหลบแอ่งน้ำใหญ่เป็นระยะ แต่ด้วยความชุ่มชื้นจากเม็ดฝนที่ตกหนักมาตั้งแต่เช้าทำให้ขากางเกงสีดำจึงสกปรกไปหมด ถึงเป็นเช่นนั้นชายหนุ่มก็ยังคงก้าวต่อไปเรื่อยๆ
ตาสีฟ้าเหลือบขึ้นมองท้องฟ้าที่ขมุกขมัวไปด้วยเมฆฝน
ล่องลอยปกคลุมไม่ยอมห่างไปไหน
ก่อนจะก้มลงมามองช่อดอกไม้สีขาวพิสุทธิ์ในอ้อมแขน
แล้วรอยยิ้มบางก็ผุดขึ้นตรงมุมปากด้วยนึกถึงยามที่ดอกไม้ช่อนี้จะถูกส่งไปถึงมือผู้รับ
ต้องโดนโกรธแน่...ที่มีของไปฝาก
ในเมื่อคนที่เขากำลังไปเยี่ยมชอบที่จะเป็นฝ่ายให้มากกว่ารับ
สุขใจที่จะเห็นรอยยิ้มของผู้อื่นมากกว่าสินค้าหายากราคาแพงอย่างที่คนทำอาชีพเดียวกันมักขวนขวายหามาไว้ในครอบครอง
แต่อาจเพราะเป็นเช่นนั้น...คนคนนั้นถึงได้สิ่งที่หายากที่สุดในโลกมาไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย
สิ่งที่เรียกว่า ความซื่อสัตย์ภักดี
ไม่ช้า ขาสองข้างที่ย่ำเดินมาพักใหญ่ก็หยุดลง
คิ้วโค้งเหนือดวงตาสีฟ้าเลิกขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเบื้องหน้าอันเป็นจุดหมายของเขานั้น
มีใครอีกคนยืนอยู่
ตัวร่มสีใสทำให้เห็นเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสั้นระกับผ้าพันคอสีครีมสลับดำ
แผ่นหลังกว้างไม่คุ้นตาด้วยความทรงจำครั้งสุดท้ายที่เคยเห็น
เจ้าของแผ่นหลังนั้นยังตัวเล็กสูงกว่าเอวของเขาไม่เท่าไหร่
ทว่าต่อให้เปลี่ยนไปมากเท่าไหร่
บรรยากาศที่ลอยอยู่แผ่นหลังนั้นกลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง
เค้าไอของการปลีกแยก กั้นระยะห่างระหว่างตนเองออกจากทุกสิ่ง
แต่บางที่นั่งคงเป็นเพราะเจ้าตัวไม่ต้องการให้สิ่งที่เรียกว่า 'ความผูกพัน' เกิดขึ้น
"มาแต่เช้าเลยนะครับ"
ชายหนุ่มส่งเสียงทักออกไปขณะก้าวเดินไปหยุดอยู่เคียงข้าง
เมื่อก้มลงมองก็เห็นช่อดอกไม้ที่เหมือนกับในมือเขาทุกประการอีกสองช่อ
ชายหนุ่มยิ้ม...และก้มลงวางมันเคียงข้างกัน
"พี่ฮายาโตะมาเช้ากว่าผมอีกครับ พี่บาจิล"
เด็กหนุ่มที่แม้จะอายุน้อยกว่าแต่ตัวสูงกว่าเอ่ยพิงไปถึงบุรุษอีกคนที่เพิ่งกลับไป
โดยไม่ได้หันมามองหน้าคนฟังสักนิด บาจิลรับคำสั้นและเงียบไป
ปล่อยให้เสียงซ่ารอบตัวดังดุจเพลงขับกล่อม
แทนน้ำตาทุกหยดของพวกเขาที่ไม่อาจหลั่งออกมา
เพราะผู้ที่ทอดกายอยู่ในโลงศพเบื้องหน้าไม่ปรารถนาจะเห็น
หากจะมีสิ่งใดที่ทำให้คนอื่นต้องโศกเศร้า หรือเจ็บปวด
คนคนนั้นก็จะก้าวมายืนขวางด้านหน้า รับและกีดกันทุกสิ่งแทนคนสำคัญของตน
วองโกเล่รุ่นที่สิบเป็นเช่นนี้เสมอ...
"ทุกคน...คงเหนื่อยกันสินะครับ" บาจิลเอ่ยขึ้น
รู้ว่าเหล่าผู้คนที่อยู่รอบกายคนผู้นั้นกำลังคาดหวังสิ่งใด
และจะกระทำการใด ขณะที่คนพูดมีศักดิ์เป็นคนนอก
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับวองโกเล่ยังพยายามช่วยอย่างเต็มที่
ทว่าสำหรับบาจิลที่ครึ่งหนึ่งของร่างกายและจิตใจเป็นของวองโกเล่กลับไม่อาจยื่นมือทำการใดๆ
ได้ ในฐานะผู้ดูแลนอกแกงค์เช่นเขา สิ่งที่ทำได้...มีเพียงการเฝ้ามอง
ดุจคนนอกสมฐานะ
"เพื่อให้พี่สึนะกลับมา
ไม่ว่าเหนื่อยแค่ไหนทุกคนก็ไม่ปริปากบ่นหรอกครับ" ฟูตะตอบ
มือที่ถือด้ามร่ม กระชับแน่นคล้ายย้ำเตือนยืนยันกับตนเอง
บาจิลมองกิริยานั้นแล้วก็หลับตาลง ยิ้มบางๆ
"แต่ถ้ารุ่นที่สิบรู้เข้า คงต้องโดนดุกันถ้วนหน้าแน่ๆ เลยล่ะครับ"
เด็กหนุ่มขยับตัวหันหน้ามาทางคนพูดเป็นครั้งแรก
ตาสีน้ำตาลคู่คมมองด้วยแววตาสงสัย เพราะนอกจากบุรุษผู้เป็นมือขวาคนสนิท
ลูกน้องระดับล่าง และคนผู้อื่นที่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแล้ว
ก็ไม่มีใครเรียกซาวาดะ สึนะโยชิว่า รุ่นที่สิบ สักคน
เพราะหากเรียกเช่นนั้นแล้วก็จะถูกเจ้าตัวโกรธไปหลายอาทิตย์
เหมือนคนถูกมองจะรู้ตัวว่าคนข้างกายกำลังนึกถึงเรื่องอะไร
ร่างเล็กกว่าจึงเงยขึ้นหันมามองด้วยรอยยิ้มและนัยน์ตาสีฟ้าที่แฝงความเศร้าไม่ต่าง
"แย่จังเลย เผลอพูดไปแบบนั้น คุณสึนะกลับมาเมื่อไหร่ผมคงต้องตามแก้ตัวจนเหนื่อยแน่ๆ"
เพียงแค่นั้น...ฟูตะก็เผลอหลุดยิ้มออกมา
มือที่กำด้ามร่มแน่นค่อยคลายออกเหลือเพียงประคองไว้บนบ่ากว้าง
ลมหายใจแผ่วเบาที่เผลอเก็บกักไว้ระบายออกยาวจนเห็นเป็นควันสีขาวชัดเจน
"งานนี้ผมคงช่วยอะไรพี่บาจิลไม่ได้ล่ะครับ"
ฟูตะว่าเสียงสดใสดั่งเช่นปกติ ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย
"เอ๋! ทำไมล่ะ" บาจิลร้องถามเสียงหลง
ขณะมองตามแผ่นหลังกว้างที่หมุนตัวออกเดิน "ช่วยพูดให้หน่อยไม่ได้เหรอครับ
ถ้าช่วยๆ กันพูด คุณสึนะจะได้หายโกรธผมเร็วๆ"
ทว่าร่างสูงที่ค่อยๆ เดินห่างไปกลับโบกมือว่า
"ไม่รู้ล่ะครับ งานนี้พี่บาจิลทำตัวเองนี่นา"
"นี่จะไม่ช่วยกันจริงๆ เหรอครับฟูตะ"
ร่างเล็กกว่าส่งเสียงดังขึ้น
แม้คำพูดจะฟังดูเสียใจแต่ใบหน้ากลับเปื้อนรอยยิ้มกว้าง
เมื่อใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ยืนห่างออกไปหันกลับมามองด้วยสีหน้าประหนึ่งครุ่นคิด
บาจิลจึงออกเดินตามไปหยุดอยู่เคียงข้าง
"จะให้ช่วยก็ได้อยู่นะครับ" ฟูตะว่าแต่ยังทำหน้าขรึมไม่เลิก ทว่าดูยังไงก็น่าขำมากกว่าน่ากลัวในความคิดของคนตัวเล็กกว่า
"แต่พี่บาจิลต้องเลี้ยงข้าวแกงกะหรี่ผมหนึ่งอาทิตย์นะครับ"
คนฟังเบิกตากว้างกับข้อเสนอของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยคำบ่นที่แสนจะไม่จริงจัง
"กินแกงกะหรี่ตั้งหนึ่งอาทิตย์ไม่เบื่อเหรอครับ" เด็กหนุ่มหัวเราะแล้วเปลี่ยนข้อเสนอ
"งั้นเป็นเลี้ยงข้าวแกงกะหรี่สลับกับแฮมเบอเกอร์หนึ่งอาทิตย์แทน ดีไหมครับ"
"ฟูตะกินจุไม่ใช่เหรอครับ ให้เลี้ยงหนึ่งอาทิตย์แบบนี้ไม่เห็นใจกระเป๋าเงินผมเลย" บาจิลยังบ่นต่อไป
"ถ้างั้นผมก็ไม่ช่วยพูดให้ล่ะ" ฟูตะตัดบทสั้นๆ
แล้วก้าวเดินต่อทันที
ให้คนตัวเล็กกว่าต้องรีบวิ่งตามไปรับข้อเสนอที่แสนเอาเปรียบด้วยรอยยิ้มกว้างผิดกับขามา
End
******************************
นี่สิที่เรียกว่า shortfic = =" (น่าจะเรียก ficlet มากกว่ามั้ง เหอๆๆ)
เป็นฟิคที่สั้นที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา
ช่วงนี้กำลังบ้าคู่นี้ กรีดร้องตั้งแต่เห็นบาจิล 10 ปีโผล่
กรีดร้องกับความโมเอะ ยิ่งจิ้นยิ่งโฮก ใครก็ได้หาโด หาฟิค
คู่นี้มาให้อิเบนซ์สูบหน่อยยยยยยยยยยยยย
(เจอแต่สึนะบาจิล แต่ดันเป็นโดเขียนมือ ปกติอ่านไม่ออกอยู่แล้ว เจอแบบนี้เข้าแทบไม่ต้องอ่านเลย T[]T )
ความจริงแล้วตอนแรกจิ้น 84F ด้วยซ้ำ แต่พอลงมือเขียนจริงๆ...
ยังไงบาจิลก็กดฟูตะไม่ลง
หายหน้าไปราวๆ หนึ่งอาทิตย์นิดๆ กลับมามีพล็อตใหม่เต็มหัว
อ้ะ...แต่สามเหลี่ยมกำลังพยายามปั่นอยู่นะ
เพียงแต่...มันติดอยู่นิดดดดเดียววว เหมือนดอนฯ นั่นล่ะ
ติดอยู่นิ๊ดดดดดดเดียวววววว T[]T!!
ไว้พ้นวิกฤตเมื่อไหร่ จะหันไปปั่นจริงๆ จังๆ ละ (อย่าทำหน้าไม่เชื่อกันสิ =w=" )

ผมบอกแล้วครับว่ามันต้อง F84 84กดF ไม่ลงหรอกครับ
หึหึหึหึหึหึหึ
/me เพ้อ~
#1 By Liveevil CN Silent-moon :: Rikatsuki on 2008-10-26 14:12