ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Vocaloid : Voice[3]

posted on 30 Mar 2009 20:17 by foundation

 

Title : Voice [3]
Fandom : Vocaloid
Pairing : Len x KAITO
Warning : NC...18 ก็พอ =w= / บางส่วนที่ปิดบังเอาไว้ หากใครรับได้ก็จง ctrl+a

 

 

Part [1] , Part [2]

 

********************************************

 

 

        สิ่งที่อยู่ในมือคือไอศกรีมรสเชอร์รี่วนิลา บทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่คือรายการมื้อเย็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ระหว่างลูกะ กับเงินในกระเป๋ามาสเตอร์ รสชาติของไอศกรีมนั้นหวานปนเปรี้ยว ส่วนหัวข้อมื้อเย็นก็กำลังทะเลาะกันระหว่างแกงกะหรี่กับหม้อไฟ

 

        ทั้งที่สามารถรับรู้เรื่องรอบตัวเหมือนปกติ แต่ไคโตะกลับไม่สามารถพุ่งสมาธิให้กับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างทุกที ยิ่งเมื่อช้อนสีขาวขุ่นสัมผัสรอยแผลตกสะเก็ด ร่างกายก็ไหวน้อยๆ ทุกครั้งเมื่อนึกถึงที่มาของมัน

 

        ลิ้นนุ่มเลียไล้บาดแผลอย่างเผลอไผล รสเหล็กบาดลิ้นชวนให้รู้สึกประหลาด ตาสีน้ำเงินที่มีร่องรอยอ่อนล้าจากการอดนอนเผลอไล่มองไปทางเสียงพูดคุยเฮฮา อีกด้านอย่างลืมตัว

 

        “ไม่เอาน่ะริน!”

 

        แม้จะร้องห้ามเช่นนั้น แต่คนห้ามกลับมีแต่รอยยิ้มกว้างและดูไม่คิดปฏิเสธคู่สนทนาจริงจังเท่าไหร่ นัก มองยังไงก็เป็นเด็กหนุ่มอารมณ์ดี หากไม่มีเหตุการณ์นั้น ไคโตะก็คงไม่เปลี่ยนความคิด

 

        ทำไม?

 

        คำถามที่เฝ้าถามตัวเองมาตั้งแต่เมื่อวานยังคงไร้คำตอบ และหากจะยังปรารถนาก็คงมีแต่ต้องเดินเข้าไปถามเจ้าตัวเท่านั้น

 

        ไคโตะไม่กล้า

 

        เขากลัว... กลัวจะต้องเผชิญกับเลนในเวลานี้ กลัวเจอสายตาของผู้ล่า กลัวเสียจนข่มตานอนไม่ได้ ขณะที่คู่กรณีกลับหลับสบายใจอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม

 

        “ไคโตะ! นายฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่าเนี่ย!” ลูกะถามเสียงเข้ม เมื่อคู่สนทนาดูไม่สนใจฟังสิ่งที่เธอพูดสักนิด ไคโตะหันมาขอโทษขอโพย ดึงสติตัวเองกลับสู่เรื่องหม้อไฟและไอศกรีมในมืออีกครั้ง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าวินาทีเดียวกับที่ตนถอนสายตา ตาสีฟ้าของผู้ถูกแอบมองได้เบือนหันมาเป็นฝ่ายแอบมอง

 

        “แต่ถ้าเป็นหม้อไฟทะเลมันแพงนี่ มาสเตอร์คงไม่ยอมหรอก” ริมฝีปากที่ขยับขึ้นลงตรึงสายตาของเลน แม้จะอยู่ห่างกันแต่เด็กหนุ่มรู้ว่ากลีบปากล่างนั่นมีรอยแผลที่ตกสะเก็ดอยู่

 

        นับตั้งแต่เมื่อวาน ไคโตะก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า คอยระวังตัวแจเหมือนลูกหมาที่ระวังระไวแต่หูกับหางหลุบต่ำ ไม่รู้เลยว่าท่าทีแบบนั้นยิ่งทำให้เขาอยากแกล้งมากแค่ไหน

 

        เลนละสายตากลับมายิ้มตอบคำถามของรินและเงียบไปอีกครั้ง ตาสีฟ้าก้มมองฝ่ามือที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะกำแน่นและคลายออกอย่างรวดเร็ว

 

        เป็นอย่างนี้ต่อไปคงแย่

 

        เลนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินอีกครั้ง และหลุดยิ้มออกมา

 

        หมาป่า...มันจะอดใจไม่ขย้ำเนื้อตรงหน้าได้นานแค่ไหนกันนะ

 

-------------------------------------

 

        ไฟในห้องปิดสนิท นอกห้องคือความมืดของราตรีกาล ผู้คนส่วนใหญ่พากันเข้าสู่นิทราหลับใหล ทว่านัยน์ตาสีน้ำเงินคู่หนึ่งกลับไม่ยอมปิดลงง่ายๆ ด้วยไม่สามารถสยบความคิดในหัวได้

 

        ไคโตะเงยหน้ามองเตียงตรงหน้าที่ว่างเปล่าฝั่งตรงข้ามอย่างลังเล ระหว่างเดินเข้าไปพูดคุยเหมือนที่ผ่านมา หรือจะยอมหลบหน้าต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ ดี ชายหนุ่มถอนหายใจหนักด้วยรู้คำตอบนั้นดี ต่อให้เขาจะทำตัวเนียนไม่คุยกับเลนได้ดีแค่ไหน ยังไงสักวันก็ต้องมีคนสะกิดใจ ถึงตอนนั้น...คงหนักกว่าตอนนี้แน่

 

        ตาสีน้ำเงินมองเตียงตรงหน้าอีกครั้งอย่างตัดสินใจ

 

        ได้ยินจากมิกุว่าเพลงใหม่เป็นเพลงของเลน ถ้าอย่างนั้นการที่อีกฝ่ายเข้านอนหลังเที่ยงคืนก็พอจะเข้าใจได้

 

        เด็กคนนั้น...คงอยู่ในห้องอัด

 

-------------------------------------

 

        บานประตูหนาหนักถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับแสงสีส้มคุ้นตาลอดผ่านช่องว่างให้คนที่อยู่ในความมืดมาพักใหญ่ต้อง หรี่ตา เสียงจังหวะกลองกับเบสดังแผ่วเป็นจังหวะกลางๆ ไม่ช้า ไม่เร็ว หลังกระจกบานใหญ่คือคนที่เขากำลังตามหา คิ้วเข้มเหนือดวงตาสีฟ้ามุ่นเข้าหากันเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรกย่อมสังเกตเห็น ในมือคือกระดาษสีขาวที่คาดว่าน่าจะเป็นเนื้อร้อง

 

        เสียงทุ้มเล็กตามอายุดังคลอกับทำนองเมื่อจบท่อนพัก หลังจากฟังอยู่พักใหญ่ไคโตะก็ต้องเลิกคิ้วสูงแปลกใจ เมื่อเนื้อเพลงนี้ขัดกันอิมเมจที่ผ่านมาทั้งหมดของเด็กหนุ่ม เรียกว่า ‘ฉีก’ ก็คงได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...มันเหมาะกับเสียงของเลนมากแค่ไหน

 

        ไคโตะยืนฟังทั้งอย่างนั้น กระทั่งตาสีฟ้าของคนที่อยู่อีกฟากของกระจกที่ขวางไว้หันมาสบ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกลืมหลบตา แถมยังเผลอส่งยิ้มยกมือทักให้เสียอีก เป็นแบบนี้จะหันหลังกลับคงไม่ทันแล้วสินะ

 

        “เอ่อ...ยังไม่นอนอีกเหรอ” ชายหนุ่มชวนคุย แต่คนฟังกลับเอียงคอ ยกมือชี้ที่หูแล้วส่ายหน้า คนพูดจึงยิ่งออกอาการเอ๋อ

 

        ลืมไป...ว่าเป็นห้องเก็บเสียง ต่อให้ตะโกนจนคอขาดก็ไม่ทางได้ยิน

 

        ไคโตะเดินเข้าหาไมค์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ก้มลงกดสวิตซ์และพูดซ้ำอีกครั้งอย่างเก้ๆ กังๆ ด้วยไม่คุ้นเคย  แต่อีกฝ่ายก็ยังทำท่าเช่นเดิม ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

 

        หรือไอ้เครื่องนี่จะมีปัญหา

 

        เลนมองคนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ด้วยความสงสัย ว่าอะไรกันหนอที่ทำให้คนนี้ยอมเดินเข้ามาหาเขาก่อนแบบนี้ แต่เมื่อคิดอีกทีเขาก็ได้คำตอบ

 

        เพราะเป็นคนใจดี อารมณ์ดี และมองโลกในแง่ดีเสมอ

 

        ใช่...เหมือนลูกแกะตัวน้อยไร้เดียงสา

 

        ก่อนจะเผลอคิดอะไรไปไกลกว่านั้น คนถูกแอบนินทาก็ดูเหมือนจะรู้ตัว เงยหน้าขึ้นมาเสียก่อน เลนจึงเปลี่ยนมายิ้มกว้างกลายเป็นเด็กหนุ่มผู้สดใส ทว่าในใจนั้นกลับไม่สามารถหยุดความคิดของตัวเองได้แล้ว

 

        อยากรู้เหลือเกิน...ว่าไคโตะจะเป็นแบบนั้นไปได้นานสักแค่ไหน

 

        คิดพลางก็กวักมือเรียก เป็นเชิงให้เข้ามาพูดข้างในแทนการพูดผ่านไมค์ที่ปิดสนิท ใช่...ก็ในเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้จะเปิดทำไมให้เปลืองไฟ

 

        ไคโตะที่เห็นอย่างนั้นก็ลังเล ใช่ว่าเขาจะวางใจเข้าหาอีกฝ่ายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหันหลังกลับหรือปฏิเสธก็คงดูไม่ดี ดีไม่ดีจะกลายเป็นว่าเขารังเกียจอีกฝ่ายไปซะงั้น

 

        ถ้าแค่โผล่หน้าเข้าไป คงไม่เป็นอะไรมั้ง

 

        ใบหน้าเคร่งเครียดของไคโตะทำให้เลนขยับยิ้ม แต่ยังคงยืนรอนิ่ง ใจเย็น รู้ดีว่า...

 

        แกร๊ก...

 

        “ยังซ้อมไม่เสร็จอีกเหรอ?”

 

        “ว่าอะไรนะฮะ? เสียงมันดังจนผมไม่ได้ยินเลย” เลนส่งเสียงดัง มือป้องหูแล้วถือโอกาสเดินเข้าไปใกล้ ไคโตะถอนหายใจ ก้มลงจะถามซ้ำอีกหน ทว่าวินาทีนั้นเอง โลกทั้งหมดก็หมุนเหวี่ยงเร็วเสียจนทุกสิ่งกลายเป็นเพียงเส้นสี เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่ง ภาพเบื้องหน้าก็คือหมาป่าที่กำลังแสยะยิ้มพอใจ

 

        เพราะรู้ดีว่า...ลูกแกะที่น่ารักก็เดินเข้าปากของหมาป่าด้วยตัวเอง

 

        “จริงๆ เลยนะฮะ เล่นเดินเข้ามายั่วผมถึงในนี้เชียว” เลนเอ่ยช้าๆ ปนหัวเราะ นั่งคร่อมร่างที่ยังนอนตกใจอยู่เบื้องล่าง เสียงกริ๊กเบาๆ ดังขึ้นและเสียงเพลงก็ขาดหาย เหลือเพียงเสียงหายใจถี่กระชั้นจากความหวาดกลัวของไคโตะ

 

        ยั่ว? ยั่วอะไร? ยั่วใคร? แล้วเลนคุงคิดจะทำอะไร? ทำไมถึงทำแบบนี้?

 

        ความตกใจและความกลัวหยุดความคิดทั้งหมดให้เหลือแค่คำถามลอยวนเวียน ไม่ช้าสติก็กลับเข้ามาด้วยสัญชาตญาณระวังภัย ไคโตะขยับตัวยกมือจะผลักร่างที่คร่อมค้ำ แต่กลับถูกรวบข้อมือ เนคไทสีเหลืองสดถูกดึงออกมาใช้พันธนาการมือทั้งสองเข้ากับขาตั้งไมค์ที่ล้ม อยู่เหนือศีรษะอย่างรวดเร็ว แล้วริมฝีปากเย็นเฉียบจากความเย็นของเครื่องปรับอากาศก็ก้มลงประกบ

 

        ลิ้นอุ่นตัดกับอุณหภูมิริมฝีปากฉวยจังหวะผู้ถูกกระทำกำลังเผลอ สอดแทรกเข้าไปควานหาความหวาน

 

        “อื้อ!!” แม้จะตกใจแต่ไคโตะก็ยังพอมีสติขัดขืนการรุกราน สองแขนกระตุกตามปฏิกิริยาตอบโต้แต่กลับถูกกดลงด้วยมือเพียงข้างเดียวของเลน อีกมือที่ว่างอยู่เลื่อนขึ้นมาบีบกรามบังคับให้ร่างข้างใต้เปิดปากรับการ รุกรานจากตนแต่โดยดี

 

        จูบเอาแต่ใจทำให้หัวของไคโตะขาวโพลน ลิ้นที่หยอกเย้า พลิกแพลง ล่อลวงให้เขาเผลอขยับลิ้นตอบรับ กลายเป็นจูบร้อนแรงที่แทบทำให้ทั้งร่างละลายด้วยความร้อนที่ปะทุขึ้น กระทั่งท้องสัมผัสกับมือเย็นเฉียบที่รุกผ่านชุดนอนตัวบาง สติจึงเหมือนจะกลับมา

 

        เลนยอมถอยออกเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเบี่ยงหน้าหนี ลิ้นเล็กไล้เลียความหวานที่ติดค้างอยู่บนริมฝีปาก กลิ่นคาวอ่อนๆ ทำให้เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอกัดปากอีกฝ่ายซ้ำแผลเก่า เลือดสีสดที่ไหลออกมาจึงเปรอะเลอะเคลือบกลีบปากทั้งสองไม่ต่างจากลิปสติกสี สวย

 

        มือของเลนยังคงไต่เลิกให้เสื้อนอนแหวกออกเผยให้เห็นผิวขาว มันไม่ได้เนียนสวยเหมือนผิวของพวกผู้หญิง สัมผัสบอกว่ามันคือผิวสากๆ ของผู้ชาย ทว่าเลนกลับคิดว่าผิวแบบนี้ให้ความรู้สึกดีกว่า

 

        “หยุด...หยุดเถอะเลน ทำแบบนี้ไปทำไม” น้ำเสียงนั้นสั่นเครือจากความกลัว

 

        ทำไม?

 

        เลนยิ้ม เพิกเฉยต่อคำถาม มือที่กดค้ำพันธนาการเบื้องบนละออกมาไล้ไปตามใบหน้าคมของอีกฝ่ายแทน โน้มตัวต่ำก้มลงกระซิบที่ใบหู

 

        ทำไม?...คำตอบนั้นช่างง่ายดาย

 

        “ถ้าอยากให้ผมหยุด พี่ไคโตะคงต้องใช้ขาไมค์นี่ฟาดผมอย่างเดียวล่ะฮะ”

 

        แค่...อยากทำ...ก็เท่านั้น

 

        ไคโตะสะดุ้งเฮือกเมื่อลิ้นเปียกชื้นแตะตรงใบหู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการกัดเบาๆ ให้เผลอหลุดเสียงประหลาดออกมา

 

        เด็กหนุ่มแสยะยิ้มอีกครั้ง บอกไม่ได้ว่าต้นเหตุของรอยยิ้มนี่มาจากความดีใจ สุขใจ หรือสะใจกันแน่ หรือบางที...คงเป็นทั้งสามอย่างรวมกันก็เป็นได้

 

        เลนไต่มือลงต่ำ รุกล้ำสู่เบื้องล่าง รวดเร็วจนไคโตะไม่ทันตั้งตัว นิ้วเย็นเฉียบสัมผัสกับส่วนอ่อนไหว ร่างทั้งร่างก็กระตุกเฮือก ขืนตัวพยายามหนี แต่การถูกอีกฝ่ายทับ มือที่ถูกมัด ไหนจะเรี่ยวแรงเกินเด็ก ไม่ว่าอย่างไหนก็ไม่เอื้อให้เขาขัดขืนได้สะดวกขึ้นสักนิด

 

        ถ้าใช้ขาไมค์ฟาดลงมา เรื่องก็คงจบไปแล้วแท้ๆ

 

        ผู้รุกรานคิดอย่างสนุกสนาน มือยังคงทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ริมฝีปากไล้เลียไปตามแผ่นอก กลิ่นสบู่กรุ่นติดจมูก บ่งบอกว่าอีกฝ่ายคงเพิ่งอาบน้ำไปไม่ถึงชั่วโมง ผิวจึงมีอุณหภูมิอุ่นไม่เย็นเฉียบเหมือนผิวตน
ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่ตัวเองก็รู้ดี...ว่าไคโตะคงไม่มีวันทำแบบนั้น

 

        สีแดงระเรื่อที่ป้ายทับสีผิวดูยั่วยวนจนเลนอดใจไม่ไหว ก้มลงฝังคมเขี้ยวลงบนไหล่เปลือยเปล่าอย่างแรง

 

        “โอ๊ย!”

 

        ไคโตะกรีดร้อง ใช่...กรีดร้อง เมื่อคมเขี้ยวนั้นบดขยี้ลงบนเนื้อของตน ราวกับต้องการให้มันหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ

 

        นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววประหลาดใจ เมื่อพบว่าแม้จะทำถึงขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ใช้อาวุธที่มอบให้ฟาดลงมาเพื่อหยุดการกระทำของตน

 

        เป็นคนดีถึงที่สุดจริงๆ สินะ

 

        ไคโตะสะดุ้งเฮือก อารมณ์ที่พลุ่งพล่านดับสนิท กระทั่งลมหายใจยังสะดุดเมื่อเห็นรอยยิ้มชั่วแวบที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเลน

 

        ยิ่งกว่าสิ่งใด มากกว่าครั้งไหน...

 

        ...ความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจ

 

        ราวกับสัญญาณเตือน บอกว่าหมดเวลาเล่น และได้เวลาล่ากันจริงๆ เสียที ถ้าไม่คิดหนีตอนนี้...ก็ไม่มีทางรอดอีกต่อไป

 

        หรือบางที...หนทางหนีของเขาอาจถูกปิดตายไปพร้อมกับเสียงประตูเมื่อครู่แล้ว

 

        โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ความหวาดกลัวที่ฉายผ่านนัยน์ตาสีน้ำเงินของตัวเอง กระตุ้นความต้องการของเด็กหนุ่มได้มากแค่ไหน

 

        เลนเหยียดยิ้มมากยิ่งขึ้น

 

        อา... ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

        แล้วเสียงที่เคยทุ้มนุ่มทั้งยามร้องเพลง หรือพูดคุยธรรมดาก็กรีดร้อง ดังก้องไปทั่วห้องอัดราวกับเสียสติ แต่มันคงเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดเจียนตายจากการรุกรานของเลน เมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็สอดแทรกเข้ามาในร่างโดยไม่ทันตั้งตัว เลือดข้นไหลทะลักเปรอะต้นขาของทั้งสองฝ่าย ย้อมชุดนอนที่ใช้รองเบื้องล่างให้กลายเป็นสีแดงสด

 

        “ไม่! ไม่!! ออก... ออกไป!!!”

 

        ไคโตะกรีดร้อง ริมฝีปากแดงช้ำถูกเม้มกัดเพื่อระงับความเจ็บปวด ทว่ามันกลับกลายเป็นการสร้างบาดแผลเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทั้งจุกทั้งเจ็บ สติที่ครองมาได้ปลิวกระเด็นหายไปด้วยความกลัว มือที่ถูกพันธนาการหมุนขาไมค์ให้มาอยู่ในตำแหน่งที่สามารถฉวยได้ ก่อนเงื้อขึ้นหมายจะฟาดลงเพื่อหลีกหนีเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่
เนื้อที่เข้าปากหมาป่าแล้ว มีหรือ...ที่จะหลุดรอดไปได้เป็นครั้งที่สอง

 

        เลนยกมือรับขาไมค์ ไม่รอให้แรงฟาดทั้งหมดกระแทกลงมา เด็กหนุ่มก็ปัดมันออกไป พร้อมกับพลิกตัวอีกฝ่ายให้อยู่ในท่านอนคว่ำ โดยใช้ร่างทับขาไมค์เอาไว้ แรงเสียดสีจากการพลิกตัว เจ็บเสียจนไคโตะแทบบ้า

 

        “เอ้า...ยกสะโพกขึ้นหน่อยสิฮะ ไม่อย่างนั้นมันจะเจ็บกว่าเดิมนะ” ถ้อยน้ำเสียงนั้นไม่ต่างจากเด็กหนุ่มที่ไคโตะรู้จัก สดใส ไร้ซึ่งความห่วงใย หรือแม้แต่ความรู้สึกผิด และบัดนี้เขารู้แล้วว่าเลนที่ตัวเองรู้จักนั้น...

 

        เป็นแค่การแสดงตบตาหลอกลวงเท่านั้น

 

        จากท่าที่เป็นอยู่ แค่การขยับยันตัวก็ยังทำไม่ได้ เมื่อแขนถูกดึงตามขาไมค์ที่วางเป็นแนวขวางดึงแขนทั้งสองราบไปตามพื้น และสิ่งที่รองรับน้ำหนักร่างกายคือใบหน้าที่เสียดสีกับพรมสีแดงคล้ำจนร้อน ฉ่าเหมือนถูกตบ
หมดทางหนี...โดยสิ้นเชิง

 

        ผิวขาวๆ เต็มไปด้วยรอยช้ำจากจูบก่อนหน้านี้ ตรงไหล่ซ้ายมีรอยเขี้ยวเรียงตัวเป็นรูปวงรี สติของไคโตะถูกกระชากไปมาอย่างรุนแรงตามแรงกระแทกกระทั้น ประสาทสัมผัสรับรู้เพียงความเจ็บปวดของร่างกายที่กำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ หยดน้ำใสเอ่อท้นรอบดวงตาก่อนไหลอาบไปตามผิวแก้ม ร่วงหล่นสู่ผืนพรมอย่างเงียบงัน ไร้ผู้ใดรับรู้...แม้แต่เจ้าของหยดน้ำตา

 

        เสียงกรีดร้องดังอยู่ไม่นานก็เงียบ ขณะที่เลนนั้นยังคงขยับกายเคลื่อนเข้าออกต่อไปราวกับไร้สติ

 

        ในเมื่อ...ร่างตรงหน้ามันหอมหวานเกินทานทน

 

        เด็กหนุ่มกระแทกกายเป็นครั้งสุดท้าย ปลดปล่อยความต้องการทั้งหมดนั้นเข้าสู่ร่างที่ทรุดลงไร้เรี่ยวแรง ตาสีฟ้ามองแผ่นหลังขาวก่อนก้มลงพรมจูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน คล้ายต้องการอ้อนวอนขอโทษสิ่งที่ตนเพิ่งทำลงไป ทว่าการตอบรับกลับเป็นการนิ่งสนิท แม้ยามที่เลนถอนกายออกมา ร่างนั้นก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ของเหลวสีขาวขุ่นไหลปนเปรอะล้นออกนอกเสื้อนอนที่รองอยู่ข้างใต้เปื้อนพรมสี แดงเข้ม

 

        เด็กหนุ่มพลิกตัวไคโตะขึ้น ก่อนขยับยิ้มน้อยๆ พลางส่ายหน้าระอาใจ เมื่อคนตรงหน้าชิงหนีความสุขที่เขาตั้งใจมอบให้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียก่อน ตาสีฟ้าเบือนไปมองคราบขาวปนแดงที่กระจายอยู่ใกล้ๆ แล้วก็ถอนหายใจออกมา

 

        ต้องทำความสะอาดคนเดียวสิเนี่ย ไม่รู้ว่าจะเสร็จกี่โมงซะด้วย ดีไม่ดี...คืนนี้คงไม่ได้นอน

 

        ย้ำความคิดตัวเองแล้วถอนใจอีกหน

 

        เอาเถอะ... ไว้ครั้งหน้า อะไรๆ คงง่ายกว่านี้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

TBC...

 

*************************************

 

 

ตอนนี้สั้นกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ = =
 

แรกๆ เกือบไม่จบ เพราะดันไปเจอโด KL ที่สุดแสนจะกรีดร้องงด้วยความน่าัรัก แต่พอดีวันนี้ได้ดู Phantom of the Opera ฟิลเขียนเรทจึงโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว(?)


แต่เขียนฉากเรททีไร ให้ความรู้สึกว่าตัวเองไม่พัฒนายังไงก็ไม่รู้ = =" เหมือนจะเขียนอะไรซ้ำๆๆ (นั่นเพราะแกมัน SM น่ะเซ่!!) ที่แปลกสำหรับเรื่องนี้คือ...พอจะเอาลงบล็อก ดันเลือกไม่ถูกว่าจะทำสีขาวตรงไหนดี

 

เอาเถอะ...เพราะในที่สุด....

 

มันก็เสร็จซะที

 

 

และอย่างที่คิดเอาไว้ ตอนหน้าคงเป็นตอนจบ... จริงๆ แล้วตัดจบตรงนี้ก็ได้เหมือนกันน้าาา แต่เพราะเป็นตอนที่อยากเขียนเสริม ก็เลย...ยืดไปอีกตอน TvTb

 

 

 

Status

- ขึ้นจากหลุมมาปั่นงาน

- แต่งานยังไม่เสร็จ

- จะกลับไปเขียนอซิเลียต่อแล้ววว

- ส่วนอย่างอื่นยังคงดองเสมอต้นเสมอปลาย

- ผ้ายังไม่ซัก (บอกเพื่อ?)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

**ปลื้มน้องเลน

อ๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง เลนเมะสุดยอดดดด
ไคโตะน่ารักน่าสงสารมาก เลนทำร้ายได้ลงอะ ใจร้ายสุดๆ

ยังจะครั้งต่อไปอีกเหรอ รู้สึกผิดบ้างไหมเลน!!! อ๊างงง

รอ TBC ครับ
เมะเลววววววววววววววว

เลนนนนนนนนนนนนนนนนเลวได้ใจแม่จริงๆ!!!ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 5555 อยากดูครั้งต่อไปที่ว่าอ่ะๆๆๆ

#2 By derick on 2009-03-30 21:35

แบบนี้สิสุดยอด

เลนนนนน SMจังนะลูกกกกกกกกกกก ชอบบบบบบบ
ไคโตะน่าสงสารอ่ะ โดนเลนทำร้ายซะบอบช่ำเลยอะ

ว่าแต่นะ จะมีครั้งต่อไปอีกเหรอsad smile (บ่นไปงั้นแหละ รออ่านอยู่ )

#3 By [ watercool ] on 2009-03-31 11:32

“ถ้าอยากให้ผมหยุด พี่ไคโตะคงต้องใช้ขาไมค์นี่ฟาดผมอย่างเดียวล่ะฮะ”

<<< ตอนนั้นฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าไคโตะจะฟาดออกไปจริงๆ 555+

เลนใจร้ายยยย><!!

#4 By syaolee on 2009-03-31 14:24

ขอกรี๊ดเถอะครับ
เลนเมะบันซายยยยยยยยย
ไคโตะน่ารักเกินไปรึเปบ่าฮะ อ๊่าง >///<

#5 By 【Kui】 on 2009-03-31 22:13

กรี๊ดดดดดดดดดดดด

ไคโตะน่ากดเกินไปแล้ว เล็นก็...โดนค่ะ โดนนน!!

รออ่านต่อค่ะ

*นึกภาพ แล้วสครีมอีกรอบ*

#6 By Noel on 2009-04-01 16:43

กรี๊ด... น้องกล้วย

แฮ่ก.. ฉีกแนวอย่างนั้น จะเป็นSpice!หรือเปล่าฮะ=v=..
น้องเลนเร้าใจ....
ทำไมทำดิฉันเร้าใจกับความSM ได้ขนาดนี้ค่ะน้องงงงงงงงง พี่เป็นแฟนคลับเคลียร์นะคร้าาาาาาาาาาาาา

ไคโตะช่างน่าสงสาร.... แต่แม่ยกเห็นน้ำตาแล้วอยากให้น้องเลนแกล้งต่อ.... เอาอีกสิค่ะน้อง!!!

#8 By Lina on 2009-06-13 22:17