ทุกรูปในบล็อกนี้ห้ามทำ hotlink โดยเด็ดขาดค่ะ

[Fic]Reborn : Attirare [2]

posted on 08 Jul 2009 12:33 by foundation

 

Title : Attirare [2]

Fandom : Katekyo HITMAN Reborn!


---------------------

 

        “ให้ออกมาตั้งแต่เช้าแบบนี้ ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ” ร่างสูงที่เดินนำอยู่ด้านหน้าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบรอบตัวด้วยเสียงเย็นๆ ของตัวเอง

 

        “ไม่หรอกครับ” คนเดินตามตอบเสียงเรียบ “คุณมุคุโร่เอ่ยปากแบบนี้ ผมถือเป็นความภูมิใจมากกว่าครับ”

 

        มุคุโร่ขยับยิ้มพอใจในความมืดสลัวที่แดดยามเช้าไม่อาจส่องมาถึง ก่อนหยุดเดินและนั่งลงบนเก้าอี้รถเข็นผู้ป่วยตรงริมทางเดิน

 

        “งั้นจากนี้ไป คงต้องรบกวนคุณแล้วล่ะครับ...เลโอคุง”

 

        ควันไอสีขาวไร้ที่มาลอยคลุ้ง หนาทึบ หากเลโอก็ยังเข็นเก้าอี้ไปข้างหน้าจนทั้งสองร่างหายเข้าไปในกลุ่มควัน

 

        “เอาล่ะ”

 

        เสียงหนึ่งดังขึ้นในหมอก ซึ่งไม่ใช่เสียงของมุคุโร่หรือเลโอ วินาทีต่อมา เก้าอี้รถเข็นก็โผล่พ้นกลุ่มหมอกให้เห็นร่างของดีโน่ คาบัคโรเน่ และมือขวาคนสนิท

 

        “เราไปเยี่ยมเคียวยะกันดีกว่า โรมาริโอ้”

 

---------------------------

 

        แม้ระเบียงจะมืดสลัว แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องพักผู้ป่วย รอบตัวก็เปลี่ยนเป็นสว่างไสว โรมาริโอ้พาบอสไปอยู่ตรงข้างเตียงคนป่วยที่ยังหลับใหล ก่อนพาตัวเองไปนั่งที่โซฟาด้านหลัง หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านด้วยรู้ดีว่าหน้าที่ของตนมีเพียงแค่นี้ ที่เหลือก็แค่รอจนกว่าจะมีเหตุอะไรที่ทำให้เขาต้อง ‘ช่วยเหลือ’ อีกครั้ง

 

        ตาสีทองมองใบหน้าที่แม้จะยังซีดแต่ก็ถือว่าดีขึ้นจากวันแรกมากที เดียว ถ้าคนป่วยยอมว่าง่ายนอนพักต่อไปอีกสักอาทิตย์ก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แล้วแพขนตายาวก็กระพริบถี่ ตามด้วยนัยน์ตาสีดำปรือขึ้นรับแสงวันใหม่ หากเมื่อความง่วงงุนหายไป คิ้วเรียวเหนือตาคู่นั้นก็ขมวดเข้าหากัน งึมงำถามออกไป

 

        “นายมาทำบ้าอะไรที่นี่?”

 

        “อรุณสวัสดิ์ เคียวยะ” ผู้มาเยี่ยมแต่เช้าเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่คนเพิ่งตื่นดูจะอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก

 

        “ฉันถามว่าทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่”

 

        “เอ๋? ก็มาเยี่ยมเคียวยะไง” ดีโน่ทำหน้าสงสัย “เขาว่าคนป่วยจะหายเร็วเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับกำลังใจน่ะ”

 

        ว่าแล้วก็ยิ้มกว้าง ให้ตาสีดำเกือบจะเหยียดมองก่อนฮิบาริจะเอ่ยถามเสียงเรียบ

 

        “ด้วยสังขารแบบนั้น?”

 

        คนมาเยี่ยมจึงก้มมองสภาพตัว แล้วระบายยิ้มกว้างเหมือนไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาตรงไหน

 

        “ก็เป็นห่วงเคียวยะมากกว่านี่นา”

 

        คำตอบนั้นแสนจะเอาแต่ใจ ปกติคนพูดคงได้ชิมทอนฟาให้ได้รสเลือดตัวเองสักสองสามลิตรด้วยข้อหาบังอาจยอก ย้อน แต่ก็คงเป็นสภาพไม่เจียมสังขารนั่น ฮิบาริจึงเหมือนเลือกที่จะนิ่งเสียแทน

 

        “ไหนๆ เคียวยะก็ตื่นแล้ว เดี๋ยวให้พยาบาลยกข้าวเช้ามาให้เลยนะ” ดีโน่เอ่ยพลางพยักหน้าให้โรมาริโอ้ที่นั่งเงียบอยู่ให้ลุกขึ้นไปติดต่อ พยาบาล

 

        “แล้วรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?” หันมาถามไถ่อาการต่อ

 

        “ง่วง”

 

        ดีโน่ยิ้มน้อยๆ ให้กับคำตอบที่แสนจะสมกับที่เป็นอีกฝ่าย กระทั่งฮิบาริขยับตัวคล้ายจะลุกขึ้นนั่ง คนบนรถเข็นก็กุลีกุจอพยายามเข้าไปจัดหมอนจัดท่าให้โดยไม่เจียมสังขารตัวเอง สักนิด ยังดีที่โรมาริโอ้เดินกลับเข้ามาเห็น จึงยอมกลับไปนั่งนิ่งๆ ให้มือขวาคนสนิททำหน้าที่แทน

 

        เมื่อนั่งได้ที่ดีแล้ว ทอนฟาสีเงินก็ปรากฏตัวทักทายแขกประจำวันทันที แต่คงเพราะดีโน่พกลูกน้องมาด้วยทำให้เขาสามารถโยกตัวหลบได้อย่าง...ไม่สวย เท่าไหร่นัก ร่างบนรถเข็นคู้ตัวลง มือกุมท้องก่อนถามเสียงดัง

 

        “ทำอะไรของนายน่ะ เคียวยะ!”

 

        ทว่าคนซัดหาได้มีสีหน้ารู้สึกผิดไม่ นัยน์ตาสีดำขลับยังคงจับจ้องอยู่บนใบหน้าคมที่เริ่มมีเหงื่อซึมออกมา

 

        “ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลของคาบัคโรเน่ เพราะฉะนั้นฉันจะถามอีกครั้ง” ฮิบาริว่า มือก็กระชับทอนฟาให้เห็นว่าถ้ายังไม่ตอบ คนถูกถามอาจจะได้กลับไปนอนโคม่าอีกหน

 

        “นายมาทำบ้าอะไรที่นี่ ดีโน่ คาบัคโรเน่”

 

        ตาสีทองจ้องสบตาคมคู่นั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา

 

        “ก็บอกแล้วไงว่าเพราะเป็นห่วงนาย ก็เลยย้ายมาอยู่ที่นี่แทน อย่างน้อยก็จนกว่าเคียวยะจะกลับไปพักฟื้นที่วองโกเล่ล่ะนะ”

 

        แม้เป็นเรื่องที่เพิ่งพูดกันเมื่อวาน แต่คนพูดกลับดูมั่นใจเหลือเกินว่าอย่างไรผู้พิทักษ์แห่งเมฆาคนนี้จะยังคงพัก รักษาตัวอยู่ที่นี่ไปอีกระยะหนึ่ง และเมื่อออกจากโรงพยาบาลก็คงดิ่งกลับฐานลับของตัวเองเป็นแน่ หรือบางทีคงเป็นเพราะความคุ้นเคยกับนิสัยไม่พึ่งพาใครของอีกฝ่ายก็เป็นได้

 

        ก่อนจะได้พูดคุยกันต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นให้ฮิบาริออกคำสั่งสั้น พยาบาลชุดขาวพร้อมรถเข็นอาหารเช้าก็เปิดประตูเข้ามา หล่อนเดินเข้ามาจัดทุกอย่างลงบนโต๊ะของคนป่วย ขยับเลื่อนมันไปหยุดตรงตำแหน่ง ถอยหลัง โค้งตัวและออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ เหมือนกับตอนที่หล่อนเข้ามา

 

        “เอาล่ะ” ดีโน่ตัดความคิดอย่างรวดเร็ว หันมาหาถาดอาหารเช้าของคนป่วยแทน แขนซ้ายที่ยังพอมีสภาพดีอยู่ขยับหมายจะยกชามข้าวแต่ฮิบาริกลับเลื่อนโต๊ะหนี มือนั้นเสีย

 

        “จะทำอะไร”

 

        คนถูกถามนิ่งไปเล็กน้อยแล้วก็ยิ้ม

 

        “ก็จะป้อนข้าวนายไง”

 

        “ฉันกินเองได้” ฮิบาริพูดสั้นๆ แล้วเริ่มลงมือทานอาหารเช้า ดีโน่มองอาการนั้นด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ทว่าเมื่อข้าวต้มล่วงลำคอคนป่วยไปได้แค่สองคำ ช้อนสีเงินก็ถูกวางทิ้งไว้ในชาม

 

        “อ้าว เป็นอะไรไปเคียวยะ? ไม่กินให้หมดล่ะ” ดีโน่ถามพลางมองหน้าฮิบาริสลับกับชามข้าว

 

        “จืดชืด”

 

        เอาแต่ใจสมเป็นเมฆา

 

        “ก็เคียวยะยังไม่หายดีนี่ กินรสจัดไปจะเป็นภาระให้กับร่างกายนะ ถ้าอยากกินของอร่อยก็ต้องกินให้หมด” จากครูสอนพิเศษกำลังจะกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เสียแต่เด็กคนนี้ไม่ใช่พวกที่จะยอมว่าง่ายทำตามที่พี่เลี้ยงว่าแต่โดยดี ตาสีดำจึงตวัดมองรอยยิ้มที่เหมือนกำลังหยอกตัวเอง ก่อนคว้าช้อนตักข้าวต้มเข้าปากให้พี่เลี้ยงพยักหน้าพอใจ

 

        วินาทีต่อมาฮิบาริก็คว้าเสื้ออีกฝ่ายกระชากให้ร่างนั้นลอยขึ้นเล็ก น้อย ขณะที่ตัวเองก็ก้มต่ำลงประทับริมฝีปาก ลิ้นเล็กถือโอกาสที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวแทรกผ่าน ส่งข้าวเข้าปาก เมื่อทั้งหมดถูกป้อนให้คนที่ยังคงอึ้งเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือคือรสจูบอันแสนจืดชืด

 

        ไม่ใช่แค่คนถูกจูบที่อึ้ง แต่คนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ก็อึ้งไม่แพ้กัน

 

        ก่อนจะได้ทันตั้งตัว ริมฝีปากบางนั้นก็ผละออก โดยไม่ลืมเลียทำความสะอาดคราบข้าวต้มบนริมฝีปากอีกฝ่ายและใช้ลิ้นเล็กนั้น เลียริมฝีปากตัวเองเป็นการตบท้าย

 

        “รสชาติแบบนี้ ใครจะไปกระเดือกลง”

 

        ว่าอย่างนั้นแล้วฮิบาริก็คว้าน้ำดื่มแล้วเลื่อนอาหารเช้าออกไป ก่อนคว้าเอารีโมทที่วางอยู่ไม่ไกลกดเปิดโทรทัศน์ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

        ตาสีทองกระพริบปริบๆ รสสัมผัสนั้นยังคงประทับแน่นเช่นเดียวกับกลิ่นยาจากร่างบนเตียงนั่น ทว่าในวินาทีต่อมารอยยิ้มกว้างก็ระบายขึ้นบนใบหน้าคม

 

---------------------------

 

        “พวกนายจะสุมหัวอยู่ที่นี่กันอีกนานไหม”

 

        ประโยคคุ้นหูดังขึ้น เป็นการเปลี่ยนหัวข้อสนทนาที่ปุบปับจนดีโน่นิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบคำถามนั้น

 

        “เอ๋? แต่เคียวยะอยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอ?” ว่าแล้วก็เอนตัวลงหลบทอนฟาที่ตวัดวูบไปอย่างเฉียดฉิว

 

        “กลับไปได้แล้ว” ฮิบาริออกคำสั่ง แต่แน่นอนว่ามีหรือที่คนฟังจะยอมว่าง่าย

 

        ดีโน่ส่ายหัวดิก

 

        “ไม่เอาล่ะ ฉันอยากอยู่กับเคียวยะมากกว่านี่” แล้วคนพูดก็ต้องดันเก้าอี้รถเข็นให้ถอยห่างจากเตียงแทบจะทันทีที่พูดจบ ท่อนเหล็กสีเงินที่ฟาดลงมาทำเอาขอบเตียงบุบ นี่ถ้าไม่หลบไอ้ที่บุบเห็นจะเป็นกะโหลกศีรษะของเขา

 

        ตาสีดำคมกริบมองหน้าคนที่กล้าขัดคำสั่งเขาด้วยรอยยิ้มเหี้ยม เห็นได้ชัดว่าถึงจะยังไม่หายดีแต่อีกฝ่ายก็มีแรงมากพอจะออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการขย้ำใครสักคนที่กล้าขัดใจ

 

        “งั้นเดี๋ยวฉันจะสงเคราะห์นายให้กลายเป็นอัฐิวางอยู่ในห้องนี้ก็แล้ว กัน” ได้ยินเช่นนั้น คนดื้อจึงต้องรีบยกมือห้าม ขอเวลานอกเป็นการด่วน

 

        “เดี๋ยวก่อน! ใจเย็นๆ เคียวยะ กลับก็ได้ๆ ฉันยอมกลับก็ได้” ดีโน่รีบออกตัวเป็นพัลวัน โรมาริโอ้ที่ไม่มีอะไรทำมาตั้งแต่เช้าจึงขยับตัวลุกขึ้น

 

        “ให้ตายสิ รู้ตัวรึเปล่าว่าตัวเองโคม่าอยู่กี่วัน ขยับตัวแบบนั้นเดี๋ยวแผลก็เปิดกันพอดี” ชายหนุ่มบ่นอุบอิบก่อนเงยหน้าขึ้นมองฮิบาริที่ยอมนั่งนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยผิดกับเมื่อครู่ที่แผ่รังสีฆ่าฟันออกมาทำให้เขาขยับยิ้มน้อยๆ

 

        “ไว้พรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่นะเคียวยะ”

 

        “รีบกลับไปเลยไป” พูดแค่นั้น ฮิบาริก็พลิกตัวลงนอนพักผ่อนเป็นการตัดบท และบอกให้โรมาริโอ้เข็นเก้าอี้รถเข็นออกจากห้องที่สว่างไสวมาอยู่ตรงระเบียง ทางเดินที่แม้จะสว่างแต่ก็เงียบเหงาวังเวง

 

        เสียงเก้าอี้รถเข็นดังเบาๆ ไปตามทางเดินว่างเปล่า ก่อนจะหยุดลงเมื่อได้ยินคำสั่งจากคนที่นั่งอยู่

 

        “แค่นี้คงไกลพอแล้วล่ะครับ” เสียงทุ้มต่ำว่า ตาสีทองปิดลง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ และเมื่อลืมตาอีกครั้ง ดวงตาทั้งก็เปลี่ยนเป็นสีแดงและน้ำเงิน เช่นเดียวกับผมสีทองที่ยาวขึ้นและกลายเป็นสีเข้ม

 

        “เหนื่อยหน่อยนะครับ” มุคุโร่เอ่ยด้วยรอยยิ้มโดยไม่หันกลับมา

 

        “ไม่หรอกครับ” เลโอตอบด้วยความสัตย์จริง เพราะนอกจากการเดินไปหยิบของเล็กๆ น้อยๆ แล้ว นอกนั้นสิ่งที่เขาทำก็มีเพียงแค่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ก็นิตยสารไปเรื่อยๆ เท่านั้น

 

        “งานที่จะให้ทำก็ประมาณนี้ล่ะครับ ขอโทษนะครับที่มันน่าเบื่อนิดหน่อย” มุคุโร่ว่าต่อทั้งที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันปฏิเสธเขา ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเด็กหนุ่มด้านหลังยังคงเอ่ยประโยคเดียวกับเมื่อครู่

 

        มุคุโร่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นเพราะในหัวนั้นเต็มไปด้วยข้อมูลใหม่ๆ และความพอใจกับผลลัพธ์ในวันนี้

 

        ในตอนแรกเขาก็กังวลไม่น้อยว่าฮิบาริ เคียวยะจะจับได้ว่าเขาไม่ใช่ดีโน่ คาบัคโรเน่ เขารู้ดีว่าแม้พบหน้ากันบ่อยครั้งแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะรู้จักดีโน่ คาบัคโรเน่ได้ดีไปกว่าฮิบาริ เคียวยะ ดังนั้นการแสดงออกจึงอยู่ในความระวัง แสดงออกเพียงแค่ที่ตนเคยเห็นอีกฝ่ายแสดงกับฮิบาริ...ไม่มากไปกว่านั้น กระทั่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ทำให้เขาแน่ใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้

 

        สำหรับซาวาดะ สึนะโยชิแล้ว การแสดงนี้คงเป็นเหมือนการรักษาตัวตนของผู้พิทักษ์เมฆา แต่สำหรับเขาแล้ว การที่ฮิบาริ เคียวยะจะต้องพังทลายลงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เขาไม่ได้นึกห่วงคนคนนั้นอย่างที่ ‘เพื่อนร่วมอาชีพ’ ควรจะเป็น การแสดงนี้เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เขาได้คำตอบของคำถามที่ว่า อะไรในตัวดีโน่ คาบัคโรเน่ถึงทำให้คนที่ไม่เคยเห็นหัวใครอย่าง ฮิบาริ เคียวยะ ปฏิเสธทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเองรับรู้ว่าคนคนนั้นได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว

 

        เมื่อนึกถึงตรงนี้มุคุโร่ก็ขยับยิ้มกว้างขึ้น เมื่อความจริงมันช่างเป็นเหตุผลที่ง่ายดาย จนเผลอยิ้มเยาะใส่ตัวเองที่เผลอคิดมากเกินไป ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเหตุผลเดียวที่มนุษย์จะปฏิเสธสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดย เด็ดขาดนั้นมีเพียงแค่ความรู้สึกน่าขยะแขยงที่เรียกว่า...

 

        ความรัก

 

 

 

 

TBC.....

**************************

 

 

เฮ้อ... ขอบคุณเฟียร์ที่ช่วยแก้

 

ไปปั่นต่อละ่ = =/

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

= =v
รออ่านตอนต่อนะแก~

#1 By เฟียร์ . Fiar on 2009-07-08 18:01

รออ่านต่อนะคะ
ชอบบรรยากาศของเรื่องนี้เหมือนเดิมค่ะ

คำพูดเอาแต่ใจของคุณฮิก็โมเอ้บอกไม่ถูกจริงๆ

#2 By วาร : waras on 2009-07-08 20:40

มุคุโร่= =
นายวางแผนอะไรเนี่ย...

ฮิบาริ..จูบมุคุในร่างดีโน่!!
อะไรกัน
พระเจ้า!!
อึ้งเลยมั่ยนั่น= =
...................


พี่เบนซ์แต่งหนุกมากเลยค่า
รออ่านต่อไป
kufufufu

#3 By Hitsugaya~kun on 2009-07-08 21:14

หรือมันจะกลายเป็น 6918 =[ ]=""""

ความรักทำให้คนตาบอด อยากได้ยินได้เห็นแต่สิ่งที่ตัวเองอยากรับรู้เ่ท่านั้น TT^TT มันเศร้าาาาา

รีบๆมาต่อนะคะท่านเบนซ์~~

#4 By freyachan on 2009-07-11 15:25

เริศ

#5 By Mosquito (61.19.52.58) on 2009-08-01 13:10