The Fallen Myth [Intro]
posted on 12 Jul 2009 02:47 by foundation
Credit
ขอบคุณท่านรักสำหรับชื่อเรื่องฮะ
The Fallen Myth
[Intro]
"แม้ว่าความจริงนั้นจะนำท่านไปสู่ความหวาดกลัวและความเจ็บปวดที่ไม่มีที่สิ้นสุด ท่านก็จะยังยืนยันคำพูดเช่นนั้นหรือ?"
เสียงสะท้อนที่ก้องไปทั่ว สร้างวงคลื่นภายในบึงน้ำขนาดใหญ่ให้กระจายเป็นวงกว้าง ทันทีที่กระทบกับฝั่งมันก็สะท้อนย้อนกลับ แล้วจางหายไป
"ข้ายินดี" เสียงทุ้มตอบแผ่วเบาหากหนักแน่น นัยน์ตาจ้องผืนน้ำเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น
"นี่ล่ะมนุษย์..." คำเปรยดังขึ้นพร้อมเสียงถอนหายใจ มันไม่ได้มีความหมายต่อว่าต่อขานหรือเหน็บแนมคนฟังที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลแต่อย่างใด แต่หากเป็นคำรำพึงรำพันกับตัวเองเสียมากกว่า
"เพราะข้าเป็นแค่มนุษย์อย่างไรเล่า ถึงต้องการพลัง" ชายหนุ่มผู้เป็นแขกเอ่ยตอบพลางเงยหน้ามองผ่านฮู้ดเสื้อคลุมสีเข้มขึ้นสบตาคู่สนทนา
"ท่านมีพลังที่ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว กษัตริย์โอดินแห่งแอสการ์ด" ชายชราในชุดคลุมสีเทาตุ่นขยับตัวเดินไปหยุดอยู่ริมบึงน้ำกว้าง "ท่าน...ที่สามารถเอาชนะพระบิดา -กษัตริย์บูรี- ผู้ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดและโหดเหี้ยมที่สุด ท่าน...ที่ก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ด้วยวัยเพียงน้อยนิดแต่กลับสร้างมั่งคั่งและ มั่นคงให้กับแอสการ์ดได้มากยิ่งกว่ากษัตริย์พระองค์ใด และท่าน...ที่เป็นคนหยุดยั้งสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายปีระหว่างแอสการ์ ดกับวานาเฮม เช่นนี้แล้วท่านจะบอกว่าตนไม่มีพลังอย่างนั้นหรือ?"
โอดินขยับยิ้มให้กับคำยกยอนั้น
"อย่าพูดในสิ่งที่ท่านก็รู้ดีอยู่แล้วดีกว่าผู้เฒ่าไมเมอร์" ร่างสูงนั้นว่า ละสายตากลับไปมองยังผืนน้ำเบื้องหน้าอีกครั้ง หากคราวนี้สายตานั้นทอดลึกลงไปและลอยออกไป ราวกับต้องการจมอยู่ในห้วงความคิดมากกว่าจะค้นหาอะไรจริงๆ จังๆ ในน้ำนั่น
"ที่ข้าเอาชนะเสด็จพ่อได้ก็เพราะประชาชนที่ต้องการสันติมากกว่าการรบราฆ่าฟัน ที่บ้านเมืองรุ่งเรืองแข็งแกร่งก็เพราะเหล่าทหารหาญที่อุทิศตัวเพื่อความสงบสุข และคนที่หยุดยั้งสงครามนั่นไม่ใช่ข้าแต่เป็นบาลเดอร์บุตรของข้า"
"แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็ล้วนมาจากความคิดของท่าน" ไมเมอร์เอ่ย "ถ้าไม่มีท่านก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนอาจจะยังอดอยาก บ้านเมืองอาจจะยังคงวุ่นวายไม่สิ้นสุด และสงครามก็อาจจะยืดเยื้อลามกลายเป็นมหาสงครามที่จะย้อมผืนดินเป็นสีแดง"
"สรุปแล้วท่านก็ยังไม่คิดที่จะยอมให้ข้าดื่มน้ำ" โอดินพูดยิ้มๆ "ทั้งๆ ที่ข้าอุตส่าห์เดินทางรอนแรมเป็นเดือนๆ เพื่อมาที่นี่ ฝ่าอุปสรรคมากมายแค่ไหนท่านก็รู้ดี ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังใจดำไม่ยินยอมอย่างนั้นหรือ?"
ชายชรามองร่างของกษัตริย์หนุ่มที่แม้จะอยู่ภายในเสื้อคลุมขาดๆ แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยรัศมีของอำนาจ
อำนาจที่แม้แต่กษัตริย์บางคนก็ยังไม่มี
"ท่านก็พูดอย่างนี้มาสามวันแล้วโอดิน"
"และข้าจะพูดต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าท่านจะยอมให้ข้าดื่มมัน...ผู้เฒ่าไมเมอร์"
คนฟังฟังแล้วก็ส่ายหน้าระอากับความดื้อดึงของอีกฝ่าย
นับตั้งแต่ที่คนผู้นี้มาที่นี่ เฝ้าอ้อนวอนตนให้อนุญาตดื่มน้ำจากน้ำพุแห่งปัญญา
ถึงจะบอกว่าเป็นน้ำพุ แต่แท้จริงแล้ว บึงนี้เกิดจากตาน้ำเล็กๆ ที่ผุดขึ้นมาจากฐานของอิกดราซิล ต้นไม้แห่งโลก
ไม่มีการล้อมกรอบหรือทำกำแพงกั้น เพราะแทบจะไม่มีใครรอดจากอุปสรรคขวากหนามมากมายร้อยแปดเข้ามาถึงที่นี่ได้
ยกเว้น...กษัตริย์โอดิน แห่งอาณาจักรแอสการ์ด
วันแรกก็อ้อนวอนทำตัวน่าสงสารอยู่หรอก พอวันที่สองก็เริ่มบังคับขู่เข็ญว่าถ้าตนไม่ยอมจะพาไพร่พลมาถมน้ำพุ ตกวันที่สามก็เริ่มเจรจาจะยกตำแหน่ง ทรัพย์สินเงินทองให้ พอมาวันนี้ก็เปลี่ยนแผนเป็นการพูดคุยปกติธรรมดา
ก็น่าสนใจอยู่ว่าคนตรงหน้าจะสรรหาวิธีใดมากล่อมอีก
"ท่านไม่กลัวความเจ็บปวดหรือ?" คำถามนำไปสู่การสนทนาในหัวข้อใหม่ โอดินผ่อนลมหายใจช้าๆ ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงบนโขดหินใหญ่
"ข้าไม่เคยกลัว อย่างน้อย...มันก็คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าที่ข้าเคยเผชิญ" คำตอบแผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนหายไปในที่สุด
"บางสิ่งที่ท่านคิดว่าแย่ที่สุด อาจจะไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น" ผู้เฒ่าหยุดไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ
"ความเป็นจริงเลวร้ายแค่ไหน ตัวท่านย่อมรู้ดีที่สุด...โอดิน ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังต้องการมัน?"
"แน่นอน" โอดินตอบทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
ไม่สิ...ตนคิดมามากเกินพอแล้วต่างหาก
ไมเมอร์ถอนหายใจหนักอีกครั้ง คงเปล่าประโยชน์ที่จะกล่อมให้อีกฝ่ายยอมถอยกลับไป
"ถ้าเช่นนั้นก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน"
โอดินผุดลุกขึ้นทันที รอยยิ้มกว้างระบายขึ้นอย่างยินดีเมื่อในที่สุดความพยายามของตนก็บรรลุผล
"ข้าให้ท่านได้ทุกอย่าง แก้วแหวนเงินทอง ฐานะ...ทุกสิ่งทุกอย่าง"
นัยน์ตาสีขุ่นทอดมองคนพูดด้วยสายตานิ่งเรียบอย่างยากจะเดาความคิดได้
"ของแบบนั้นข้าไม่ต้องการหรอก" ชายชรากล่าวพลางหันไปมองบึงน้ำพุแห่งปัญญา "สิ่งที่ข้าต้องการ...คือดวงตาข้างขวาของท่าน"
สิ้นคำพูดความเงียบก็เข้าปกคลุมทันที
"ข้าต้องการดวงตาที่มองผ่านความสุขนับร้อยที่เกิดจากซากศพนับพันที่ท่าน สังหาร ดวงตาที่ทอดมองเส้นทางที่ย้อมด้วยสีแดงของเลือดที่ชโลมเพื่อเพาะปลูกความสงบ สันติให้กับประชาชนของท่าน ดวงตา...ที่จะแลกกับความจริงที่ท่านจะได้เห็น ท่านให้ข้าได้หรือไม่"
ไมเมอร์มองร่างในเสื้อคลุมที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น หากเพียงไม่นานนักร่างนั้นก็เลิกเอาฮู้ดสีเข้มนั้นลง เผยให้เห็นเรือนผมสีทองยาวสะท้อนกับแสงแดดงดงาม ใบหน้าขาวคมคายไม่ต่างอะไรไปจากเทพบุตร ปลายคางปรากฏเคราสีเขียวครึ้ม ยิ่งทำให้โครงหน้านั้นดูน่าเกรงขามมากขึ้น เหนือสิ่งอื่นในคือความเด็ดเดี่ยวที่ทอออกมาจากนัยน์ตาสีฟ้าเข้มดุจท้องฟ้า อันกว้างใหญ่ที่แม้แต่กษัตริย์ด้วยกันเองก็ไม่สามารถละสายตาไปจากนัยน์ตาคู่ นั้นได้
"ท่านจะไม่คืนคำ?" โอดินเปรยเป็นคำถาม
"แล้วท่านคิดว่าข้าจะโกหกไปเพื่ออะไร ข้าไม่ได้ชอบสะสมชิ้นส่วนของมนุษย์หรอกนะ" ไมเมอร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แตกต่างกัน
"ถ้าเช่นนั้น..." กษัตริย์หนุ่มแห่งแอสการ์ดว่า แล้วจ้วงมือเข้าที่นัยน์ตาด้านขวาทันที
เลือดสีแดงสดทะลักออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าและเสื้อคลุม ร่างนั้นคู้ตัวลงอย่างเจ็บปวด และยืดขึ้นตรงในเวลาต่อมา นั่นจึงทำให้ไมเมอร์เห็นว่าใบหน้าที่เปื้อนเลือดนั้นยังชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ ผุดขึ้นมาเพราะความเจ็บปวดด้วย ทว่าก็ไร้ซึ่งเสียงโอดครวญใดๆ
"นี่...คือสิ่งที่ท่านต้องการ" โอดินก้าวเข้าไปหาชายชราพร้อมกับยืนดวงตาข้างขวาของตนให้ ไมเมอร์เหลือบมองสิ่งแลกเปลี่ยนที่ตนเอ่ยปากขอ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาแล้วโยนมันลงไปในบึงกว้าง เลือดสีแดงเจือจางไปกับน้ำ ขณะที่ดวงตานั้นค่อยๆ จมลงสู่ก้นบึงที่มองไม่เห็น
ไมเมอร์ยื่นมือออกไปในอากาศ พลันจอกสีทองที่ฉลุเป็นลวดลายของเถาวัลย์จนเกือบกลวงก็ปรากฏขึ้นในมือ แล้วก้มลงตักน้ำในบึงใหญ่โดยมีสายตางงงวยของโอดินเฝ้ามอง เมื่อจอกนั้นถูกยกสูงขึ้น น้ำสีเขียวอ่อนก็ส่องแสงสะท้อนลอดผ่านลายฉลุนั้น หากไม่มีการรั่วซึมออกมาแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้โอดินเคยลองพยายามตักน้ำในบึงนี่ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เมื่อภาชนะจะสัมผัสกับน้ำ ผิวน้ำนั้นก็จะแยกออกไม่ยอมให้ตนตักขึ้นมา
นี่คือเหตุผลที่ทำไมต้องรอคำอนุญาตจากไมเมอร์ อารักษ์ของน้ำพุแห่งปัญญา
โอดินรับจอกที่เต็มไปด้วยน้ำสีเขียวอ่อนมาไว้ในมือ สูดหายใจลึกเพื่อข่มความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ตาขวา ก่อนจะยกจอกนั้นขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
พลันเสียงทุ้มหลุดครางออกมาจากลำคอ จอกที่อยู่ในมือหลุดร่วงลงเบื้องล่าง หากไม่ทันที่มันจะกระทบกับพื้น มันก็อันตรธานหายไป
โอดินทรุดตัวคุกเข่าลง ความเจ็บปวดที่นัยน์ตาตอนนี้ดูจะเทียบไม่ได้กับอาการปวดหัวอย่างรุนแรงที่ กำลังเล่นงาน ภาพมากมายนับล้านแล่นผ่านเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว และแม้จะไม่มีเวลาได้พินิจว่าภาพเหล่านั้นคืออะไร แต่โอดินก็สามารถรับรู้ได้ว่ามันคืออะไร มีความหมายว่าอย่างไร ยิ่งภาพเหล่านั้นปรากฏขึ้นในหัวมากเท่าไหร่ ความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"
เจ็บราวกับมีเข็มนับหมื่นทิ่มแทงทะลุทะลวงเข้ามาในสมอง
ปวดราวมีใครเอามือบีบสมองของตนอย่างแรง
ไม่ช้าประสาทสัมผัสทั้งหมดก็ชาด้าน มีเพียงความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นปลาบไปทั่วร่าง และในที่สุดเมื่อถึงขีดจำกัดที่มนุษย์จะสามารถรับได้ สติสัมปชัญญะทั้งหมดของก็ดับวูบลง
TBC...
*****************************
บอกแล้วว่าจะทยอยเอาไหออกมาลง ใครจะคอยนับก็ได้นะ ไม่ว่ากัน
สำหรับ เรื่องนี้ ใครที่ไม่เคยอ่านตำนานเทพเจ้าไวกิ้งคงจะงงกันเล็กน้อย ส่วนใครที่เคยผ่านหูผ่านตาอาจจะคุ้นกันอยู่แล้ว แต่บอกไว้ได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่เหมือนในตำนานแน่นอน = =b
ตอนนี้ขอลาไปเคลียร์พล็อตไซฯ, ปั่นฟิคเวลาฯ, เตรียมพล็อตตอนต่อไปของ Attirare ต่อ ล่ะ = =/
Next Entry : Attirare [3]

คำพูดโอดินตอนแรกอย่างกับ ประกาศรับไมเมอร์เป็นภรรยา ..ไม่ใช่ล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
"ข้ายินดี" เสียงทุ้มตอบแผ่วเบาหากหนักแน่น นัยน์ตาจ้องผืนน้ำเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น <<<
ปล โลกิของกรุล่ะ โลกิของกรุล่ะ โลกิของกรุล่ะ โลกิของกรุล่ะ โลกิของกรุล่ะ โลกิของกรุล่ะ โลกิของกรุล่ะ โลกิของกรุล่ะ โลกิของกรุล่ะ
#1 By เฟียร์ . Fiar on 2009-07-12 03:00