[Fic]Reborn : Attirare [5]
posted on 20 Aug 2009 08:34 by foundation
Title : Attirare [5]
Fandom : Katekyo HITMAN Reborn!
Warning : R18
---------------------
อากาศยามเช้านั้นเย็นจัด ยิ่งห่างออกมานอกเมืองมากเท่าไหร่ความหนาวเย็นนั้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงจนกระทั้งน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบไม้จับตัวกลายเป็นน้ำแข็ง ทว่าเหล่านกกลับขับขานต้อนรับวันใหม่และเริ่มออกหาอาหารโดยไม่หวั่นกับอากาศหนาวเย็นรอบตัว
เสียงครางอือดังแผ่วในลำคอก่อนร่างนั้นจะซุกตัวเข้ากับผ้าห่มผืนหนาและดันตัวเองเข้าหาไออุ่นข้างกาย คนที่ถูกเบียดมองท่าทางนั้นแล้วขยับยิ้ม มือแกร่งที่เพิ่งถอดเฝือกไปไม่ถึงอาทิตย์ยกขึ้นเกลี่ยเส้นผมสีดำออกจากใบหน้าขาว
แม้จะเห็นมาหลายครั้งแต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่ามันช่างเหลือเชื่อ กับการเห็นร่างตรงหน้าหลับใหลโดยปราศจากความระแวงระวัง กระทั่งปล่อยให้เขาใช้นิ้วไล้ไปตามใบหน้าอย่างนี้ร่างนั้นก็ยังไม่มีที่ท่าจะตื่น
นภาคนนั้นก็คงคาดไม่ถึง ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสายหมอกกับเมฆาจะกลายมาเป็นแบบนี้
มุคุโร่ขยับยิ้มเหยียดเมื่อนึก....ถ้าหากฮิบาริ เคียวยะจะรู้ว่าคนที่กอดตนหลายต่อหลายครั้งในเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่คนรัก...ไม่ใช่ม้าพยศ ไม่ใช่ดีโน่ คาบัคโรเน่ ใบหน้าขาวคมที่มักบิดเบี้ยวจากความรัญจวนที่เขาหยิบยื่นให้จะแสดงสีหน้าเช่นใด ริมฝีปากบางที่ส่งเสียงครางหวานนั้นจะพูดอะไร และนัยน์ตาสีดำขลับที่ทอดมองด้วยความเสน่ห์หานั่นจะเปลี่ยนไปขนาดไหน...
เพียงแต่ความสงสัยนั้นยังมีให้กับตัวเองที่ยอมเล่นละครมาจนถึงทุกวันนี้ อะไรที่ทำให้เขาอดทนอยู่ในร่างบอสรุ่นที่สิบของคาบัคโรเน่แฟมิลี่ อะไรที่ทำให้เขาไม่ถือโทษยามอีกฝ่ายซัดอาวุธคู่ใจเข้าใส่ อะไร...ที่ทำให้เขาหงุดหงิดใจได้มากมายยามกลีบปากคู่นั้นขยับเอื้อนเอ่ยชื่อที่ไม่ใช่ชื่อของเขา
ระหว่างที่มุคุโร่จมอยู่ในความคิด ร่างใต้ผ้าห่มก็เบียดเข้าใกล้ยิ่งขึ้นทั้งแขนข้างหนึ่งยกขึ้นก่ายร่างของเขา หากเป็นก่อนหน้านี้สักครึ่งปีมุคุโร่คงคิดว่านี่เป็นแค่มารยาที่ต้องการจะปั่นหัวเขาเล่น ทว่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมาทำให้เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกหนาวจนผ้าที่ห่มบนตัวไม่สามารถสร้างความอบอุ่นได้เพียงพอ
การขยับที่แนบชิดมากขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ขาเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มสัมผัสโดนขาของอีกฝ่าย มุคุโร่เหยียดยิ้มเครียดเมื่อความต้องการในร่างถูกพัดให้โหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง
กลายเป็นตัวเขาที่ถูกกระตุ้นอย่างง่ายดายเพียงแค่สัมผัสบางเบา
เหมือนฮิบาริจะไม่รู้ตัวว่าการกระทำของตนได้สร้างความปั่นป่วนให้อีกฝ่ายมากแค่ไหน ใบหน้าขาวที่หนุนแขนใหญ่จึงขยับขึ้นลงเล็กน้อยคล้ายพยายามหาตำแหน่งที่สบายที่สุด และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้มุคุโร่เลิกที่จะทน
ชายหนุ่มก้มลงประทับริมฝีปากกับแก้มขาวก่อนไล้ละลงไปหยุดที่กลีบปากบาง ก่อนชำแรกลิ้นอุ่นของเข้าสู่โพรงปากนุ่มโดยไม่สนใจกับเสียงอืออาทีเกิดจากความรำคาญ มือใหญ่ข้างที่ว่างอยู่สัมผัสไหล่ขาวเลื่อนไปตามแขน ไล้ลงสู่ช่วงเอวไปยังแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่น ก่อนกระชับมันเข้ากับตัวแล้วดึงร่างที่นอนอยู่พลิกขึ้นมาคร่อมตัวเอง ทว่าคนขี้เซาก็ยังคงหลับไม่รู้เรื่อง กระทั่งรสจูบถูกเร่งเร้าจนลมหายใจเริ่มติดขัด ไหนจะมือที่กำลังปลุกเร้าตรงกลางลำตัวนั่นอีก
“อื้อ..” เสียงครางสูงในลำคอบอกร่างสูงว่าบัดนี้คนขี้เซาได้ตื่นเต็มตาแล้ว แต่การรุกเร้านั้นก็ยังคงดำเนินต่อไปราวกับต้องการกลั่นแกล้ง
ช่องทางที่เต็มไปด้วยคราบสีขาวขุ่นถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยนิ้วยาวของผู้อยู่เบื้องล่าง ก่อนที่ฮิบาริจะครางเสียงลั่นออกมาเมื่อนิ้วนั้นหมุนวน ควานเอาสิ่งที่คั่งค้างให้ไหลออกมาทั้งเตรียมพร้อมกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“อึ่ก” ฮิบาริส่งเสียงหนักในลำคอ ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันกับความเจ็บปวดและความรัญจวนที่แล่นขึ้นมาจากเบื้องล่าง ร่างเล็กกว่าซุกหน้าเข้าหาไหล่กว้างก่อนกระตุกร่างเฮือกเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนจุดกระสันในร่างกาย
มุคุโร่เหยียดยิ้ม ขยับนิ้วย้ำเรียกใส่ครางกระชั้นให้ดังครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่ร่างของฮิบาริกระตุก ส่วนกลางลำตัวนั้นก็เสียดสีกระตุ้นอารมณ์ให้กระเจิงจนแทบคุมสติไม่อยู่ กระทั่งเมื่อถึงจุดที่เกินกว่าจะทนไหว ร่างบางนั้นก็แอ่นโค้ง ปลดปล่อยของเหลวสีขุ่นพุ่งออกมาจนเลอะหน้าท้องของผู้ที่อยู่เบื้องล่าง
สมองว่างเปล่า ลมหายใจหอบถี่กระชั้น ใบหน้าขาวเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อราวกับคนออกกำลังกายติดต่อกันนานหลายชั่วโมง มุคุโร่มองความอิดโรยนั้นด้วยความพอใจ ทว่า...ยังไม่พอ
โดยไม่รอให้ฮิบาริได้พักหายใจ มุคุโร่ก็ตวัดร่างนั้นลงกับฟูกที่นอนแล้วขยับตัวเองขึ้นทาบทับทันที
ตาสีดำเบิกกว้างแต่ไม่ทันจะได้ถาม ริมฝีปากร้อนก็ประทับลงมาอย่างรวดเร็ว ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมาคนถูกจู่โจ่มก็ตวัดลิ้นตอบรับรสจูบได้เร่าร้อนไม่แพ้คนเริ่ม
มุคุโร่ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนละออกมาไซร้ลงสู่ลำคอขาวที่เริ่มเป็นสีระเรื่อจากความร้อนในร่างกาย มือทั้งสองเริ่มปลุกเร้าร่างบางอีกครั้ง
อีกครั้ง อีกครั้ง...และอีกครั้ง
จนมุคุโร่นึกสงสัยขึ้นมาว่าความต้องการนี้จะสิ้นสุดลงที่ใด
“ฮึก...ดีโน่....ดีโน่” เสียงครางหวานกระเส่าเรียกชื่อร่างที่อยู่เบื้องบน หากใครจะรู้เลยว่าชื่อนั้นไม่ต่างจากก้อนหินน้ำหนักเบาที่ตกลงสู่ก้นบึ้งหัวใจคนฟัง และทุกครั้งที่หินก้อนใหม่ถูกโยนลงไป ตะกอนเก่าคั่งค้างก็จะฟุ้งขึ้น ขุ่นมัว
จนกระทั่ง...ไม่อาจทนรับน้ำหนักได้อีก
เสียงกรีดร้องดังลั่นอีกครั้งเมื่ออารมณ์พุ่งสู่จุดสูงสุด ตาสีดำหรี่ปรือมองใบหน้าที่อยู่เบื้องบน มันพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำที่เอ่อคลอรอบนัยน์ตา ชายหนุ่มสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อร่างด้านบนถอนตัวออกไปโดยไม่บอกกล่าวก่อนจะหลับตาลงเพื่อปรับลมหายใจ
มุคุโร่มองร่างที่เหมือนจะผล็อยหลับไปอีกหนด้วยรอยยิ้มเหยียดตรงมุมปาก
ทำไมเขาถึงต้องเป็นดีโน่ คาบัคโร่เน่?
คำถามนี้ผุดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เริ่มแรกไม่ต่างจากรอยข่วนบาง ๆ บนแก้วใส่ที่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่อาจมองเห็น กระทั่งเวลาผ่านไปร่องรอยนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้ตัวอีกที เขาก็เฝ้าถามตัวเองอย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำไม...เขาถึงต้องคอยขานรับชื่อคนอื่น
ทั้งที่ตาสีดำคู่นั้น...มองมาทางนี้ แต่ถ้อยคำเรียกขานนั้นกลับไม่ใช่ชื่อของเขา
แล้วเขาต้องทนต่อไปอีกนานเท่าไหร่
คำถามสั้น ๆ ที่วนเวียนมานานนับเดือนนี้ มุคุโร่เพิ่งจะได้รับคำตอบเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
----------------------------------
“วันนี้จะกลับดึกรึเปล่าเคียวยะ” ร่างสูงที่นั่งอยู่กลางห้องเอ่ยถามคนที่เพิ่งเดินเข้ามา ตาสีดำตวัดมองคนถามเล็กน้อยก่อนตอบสั้น
“ก็คิดว่าอย่างนั้น” ฮิบาริหยุดไปเล็กน้อยก่อนถามกลับว่า “ทำไม”
“ก็อยากรู้นี่นา” ร่างสูงตอบพลางเดินมาหาพลางก้มลงประทับจูบ ร่างเล็กกว่าเลิกคิ้วแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็หลับตารับรสจูบนั้นแต่โดยดี
ทว่าทันทีที่ลืมตาอีกครั้ง นัยน์ตาสีทองตรงหน้าได้กลายเป็นสีแดงน้ำเงิน เรือนผมสีทองสว่างเปลี่ยนเป็นสีเข้มดุจราตรีซ้ำยังยาวไล่ไปจนถึงกลางหลัง รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหยียดที่มุมปาก
ฮิบาริชะงัก ทว่ายังคงจ้องมองอยู่เช่นนั้น นานจนมุคุโร่ต้องเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน
“ตกใจหรือครับ? ที่คนที่คุณจูบอยู่ไม่ใช่ม้าพยศ”
มุคุโร่คาดหวังจะเห็นปฏิกิริยาตอบโต้ของฮิบาริ เคียวยะ จะเป็นความตกใจ ความโกรธที่พลุ่งพล่าน หรือจะเป็นความรู้สึกอะไรก็ได้ หากสิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียงความสงบนิ่ง กลายเป็นเขาเองที่รู้สึกไม่พอใจ
“หรือว่าจะช็อคไปแล้ว ที่เพิ่งรู้ตัวว่าคนที่กอดคุณมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา...คือผม ไม่ใช่ดีโน่ คาบัคโรเน่ของคุณ”
“พล่ามอะไรของแก”
สิ้นคำนั้นทอนฟาสีเงินก็ตวัดวูบ ฟาดเข้าใบหน้าของมุคุโร่ทันที แม้สายหมอกจะเร็วพอที่จะสร้างอาวุธขึ้นมาบัง แต่ความรุนแรงนั้นก็ทำให้ร่างของเขาปลิวไปกระเด็นกับกำแพงจนเกิดเป็นรอยร้าว
“ฉันก็คือฉัน ไม่มีใครที่จะมีอิทธิพลเหนือกว่าตัวฉัน” ฮิบาริพูดแล้วเหยียดยิ้ม สะบัดเลือดที่ติดปลายอาวุธของตนลงบนพื้นเสื่อก่อนหันหลังแล้วเดินออกจากห้อง โดยไม่คิดหันกลับมาสนใจสายหมอกที่นั่งนิ่งด้วยสีหน้าเรียบสนิท
เพราะเมฆาคือเมฆา
ล่องลอย...เอาแต่ใจ
TBC...
**************************
ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า (หัวเราะอย่างไม่มีเหตุผล)
ไม่แน่...ตอนหน้าจะจบแล้วค่ะ (เร็วได้ใจจริง ๆ )

โครตโดนเลยอ้า
กรี๊ดดด..ชอบท่าฮิบาริมากมาย
แต่ชอบคู่8018มากกว่า>3<
#1 By YUHANKUNG[-licentious girl-] on 2009-08-20 09:02