[Fic] 刀剣乱舞 : Tsurumaru x Ichigo

posted on 13 Sep 2015 08:38 by foundation
Fandom : Touken Ranbu
Gerne : PG
Pairing : สึรุมารุ x อิจิโกะ
Summary : เป็นฟิคที่แบ่งออกมาเขียนเป็น Short fic หวานๆ...คิดว่านะ


✦ ︵ ❀ ︵ ✦ ︵ ❀ ︵ ✦ ︵ ❀ ︵ ✦


         อิจิโกะฮิโตฟุริเลื่อนประตูปิดอย่างแผ่วเบา หลังจากแน่ใจว่าน้องๆ ของตนหลับสนิทกันทุกคนแล้ว ทว่ากว่าลมหายใจหนักหน่วงจะผ่อนระบายออกมาก็หลังจากที่เดินห่างจากห้องใหญ่นั้นมาพักใหญ่ ท้องฟ้าด้านนอกเป็นสีดำสนิท ทว่าเป็นคืนเดือนหงาย จึงพอเห็นเงาตะคุ่มของต้นไม้ในสวน สายลมพัดไหวให้เกิดเสียงเสียดสีแผ่วเบาราวกับเครื่องดนตรี ดึงสายตาของร่างโปร่งให้หันออกไปเหม่อมองคล้ายต้องมนต์


         ความจริงแล้วสึกุโมะงามิอย่างเขาไม่จำเป็นต้องนอนพัก ในสมัยก่อนพวกเขามักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดคุย หรือไม่ก็ประลองฝีมือกันเองจนกว่าวันใหม่จะมา แต่ในฐานทัพนี้พวกเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ แม้จะมีขนาดกว้าง แต่ก็เป็นพื้นที่ปิด ที่สำคัญคือความสามารถของผู้เป็นนายคนปัจจุบัน การส่งเสียงดังหรือคิดหาเรื่องทดสอบฝีมือจะเป็นการรบกวนการพักผ่อนของนาง ท้ายที่สุด พวกเขาส่วนใหญ่จึงใช้เวลากลางคืนไปกับการนอน หรือพูดคุยกันเบาๆ ในห้องของตน


         อิจิโกะฮิโตฟุริไม่ได้เกลียดวิถีการใช้ชีวิตในตอนนี้ เพียงแต่...


         กึก


         ความคิดทั้งหมดหยุดลงเมื่อแผ่นพื้นไม้ใต้เท้าเขาสั่นสะเทือนเบาๆ ชายหนุ่มก้มมองด้วยความงุนงง เขาจำได้ว่าก่อนออกจากห้องมาได้เช็กจำนวนลูกเสือทั้งห้าตัวของโกะโกไทแล้ว แต่เมื่อคิดถึงความวุ่นวายเมื่อสองสามวันก่อนที่จู่ๆ ก็มีแมวหลงเข้ามา


         “ทามะงั้นหรือ” อิจิโกะฮิโตฟุรินั่งลงส่งเสียงถามออกไป แต่ได้ความเงียบตอบกลับมา ความสงสัยค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความไม่แน่ใจ สุดท้ายก็กลายเป็นความระแวง เพราะที่นี่มีเด็กโข่งบางคนที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ ให้ปวดหัวอยู่เสมอ


         ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมหยุดพักอีกหรือเนี่ย


         คิดแล้วก็เผลอถอนหายใจ พลางคิดว่าควรจะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไรดี ระหว่างลงไปลากตัวออกมาจากใต้ถุน หรือเสียบดาบทะลุพื้นลงไปจากตรงนี้ดี


         “วะ!”


         “!!!”


         ชายหนุ่มสะดุ้งพรวดเมื่อจู่ๆ ก็มีมือตะปบไหล่ทั้งสองพร้อมกับเสียงทักข้างหู แม้จะไม่ดังแต่เพราะไม่ทันได้ตั้งตัว อิจิโกะฮิโตฟุริจึงรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากระโดดวูบขึ้นสูง มือค้ำไปด้านหน้าด้วยความตกใจ ทว่าตรงนั้นไม่มีพื้นไม้อยู่ ผลก็คือร่างของเขาเอียงร่วงจากระเบียงทางเดินตามแรง


         “โอ๊ะๆ”


         อิจิโกะฮิโตฟุริรู้สึกได้ถึงแรงดึงจากแขนอีกข้างของตัวเองพร้อมๆ กับที่อาการร่วงหล่นหยุดกึก


         “เกือบไปๆ ฮะๆๆ วันนี้เจ้าดูเหม่อกว่าปกตินะ อิจิโกะ” คนเหม่อกว่าปกติหันกลับไปมองรอยยิ้มกว้างของคนที่ตนคิดว่าน่าจะแอบซุ่มอยู่ใต้ถุนทางเดิน ขณะที่ถูกดึงให้กลับไปนั่งบนระเบียงเช่นเดิม


         “ขอบคุณขอรับ ท่านสึรุมารุ”


         อิจิโกะฮิโตะฟุริถอนหายใจเบาๆ นึกตำหนิตัวเองที่มัวแต่คิดหนักกับเรื่องไม่เป็นเรื่องจนลืมระวังสิ่งรอบข้างไปครู่หนึ่ง


         สึรุมารุคุนินางะหัวเราะเบาๆ


         “นี่เป็นครั้งแรกเลยกระมัง ที่ข้าแกล้งคนแล้วได้รับคำขอบคุณ”


         “ครั้งนี้ข้าไม่ระวังตัวเองขอรับ ถ้าท่านไม่รั้งไว้ ข้าคงตกเรือนลงไปคลุกดิน” ชายหนุ่มยอมรับความผิดพลาดของตนแล้วลุกขึ้นยืน “ว่าแต่ทำไมท่านสึรุมารุถึงอยู่ที่นี่...”


         คำถามขาดไปเมื่อเขาเห็นอีกฝ่ายแกว่งสิ่งที่อยู่ในมือ


         “เจ้าเพิ่งส่งเด็กๆ เข้านอนสินะ มาดื่มเป็นเพื่อนข้าหน่อยเป็นไร”


         “ไม่ดีกว่าขอรับ” อิจิโกะฮิโตฟุริปฏิเสธอย่างสุภาพ ถึงวันนี้เขาจะไม่ใช่เวรยามตอนกลางคืน และพรุ่งนี้ก็ไม่มีหน้าที่อะไรเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะนั่งดื่มสุราสบายอารมณ์


         “อะไรกัน เจ้านี่ คืนนี้ไม่ใช่เวรเจ้าเดินยามไม่ใช่รึ พรุ่งนี้เจ้าก็มีแค่ฝึกดาบกับชิชิโอตอนบ่าย ต่อให้เมาหัวทิ่มก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่ น่าๆ สุราวันนี้อร่อยนะ ข้าอุตส่าห์ไปขอปันมาจากจิโร่ทาจิ ดื่มคนเดียวมันน่าเบื่อจะตาย”


         สึรุมารุคุนินางะร่ายยาวแล้วฉุดแขนอิจิโกะฮิโตฟุริให้ออกเดินตามตน ไม่สนเสียงทัดทานหรือแรงขัดขืนของอีกฝ่ายสักนิด ฝ่ายคนโดนฉุด เมื่อเห็นว่าทำอย่างไรก็คงเปลี่ยนใจคนชวนไม่ได้แน่ เลยได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตามไปแต่โดยดี


-------------------------------------------


         สถานที่ที่อีกฝ่ายพาเขามานั้นคือระเบียงอีกฝั่งที่เป็นห้องว่างไม่มีใครพัก พอหามุมถูกใจเจอก็ดึงแขนให้นั่งลงข้างๆ วางจอกสุราสองใบลงแล้วรินให้เสร็จสรรพ แถมยังยกยื่นให้แบบยัดเยียดอีกต่างหาก


         “แค่ถ้วยสองถ้วย คงไม่ทำให้เจ้าเมาได้หรอกน่า บอกแล้วไงว่าข้าแค่อยากได้เพื่อนดื่ม”


         อิจิโกะฮิโตฟุริมองใบหน้าเปื้อนยิ้มบางของคนตรงหน้าสลับกับจอกครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจรับมา


         “ขอบคุณขอรับ”


         สึรุมารุคุนินางะยิ้มรับคำนั้นแล้วยกจอกของตัวเองดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วรินให้ตัวเองใหม่ คนนั่งข้างๆ ได้แต่มองตาปริบๆ ไอ้ท่าซดแบบนั้น ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนดื่มสุราเคล้าบรรยากาศสักนิด


         “...มีเรื่องหนักใจหรือขอรับ” อิจิโกะฮิโตฟุริถามออกไปเรียบๆ แม้จะไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่นัก แต่ท่าทีแบบนั้นของอีกฝ่ายทำให้เขาค่อนข้างเป็นห่วงมากที่เดียว


         “หืม อ้อ ไม่ใช่หรอก” สึรุมารุคุนินางะหัวเราะเบาๆ “คนที่มีเรื่องหนักใจน่าจะเป็นเจ้ามากกว่ากระมัง”
คนฟังชะงักกึก มองรอยยิ้มที่แทบจะไม่เคยจางไปจากใบหน้าอีกฝ่ายนิ่ง เขารู้ว่าควรโต้ตอบอะไรสักอย่างออกไป ปฏิเสธด้วยคำพูด ไม่ก็หัวเราะเบาๆ ถามกลับเหมือนไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดอะไรกันแน่ ทว่านัยน์ตาสีทองคู่นั้นกลับตรึงความคิดของเขาเอาไว้ อิจิโกะฮิโตฟุริรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนอ่านใจจึงเบือนสายตาหนีมาที่จอกสุราในมือแทน


         “คงเป็นเรื่องของยะเก็นกระมังขอรับ”


         ชายหนุ่มตอบสั้น ยกจอกขึ้นจิบ รสเข้มทว่านุ่มลิ้นไหลผ่านคอพร้อมกับความรู้สึกร้อนวาบทั้งตัว รสดีสมเป็นสุราของจิโร่ทาจิจริงๆ


         คนข้างตัวส่งเสียงเฮ้อแล้วถอนหายใจเสียเฮือกใหญ่ จนเขาต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง


         นัยน์ตาสีทองกระจ่างที่จับจ้องเขาเมื่อครู่ บัดนี้เหม่อมองไปยังความมืดสลัวของสวนเบื้องหน้า


         “ทำไมคนที่นี่ถึงปากแข็งกันนัก” สึรุมารุคุนินางะเอ่ยด้วยเสียงอ่อนอกอ่อนใจ โดยที่ไม่ได้หันมามองเขาสักนิด ราวกับแค่เปรยขึ้นลอยๆ เท่านั้น


         “หมายความว่าอย่างไรขอรับ” อิจิโกะฮิโตฟุริถามอย่างไม่เข้าใจ


         จอกสุราในมือสีขาวจัดถูกยกขึ้นจรดริมฝีปาก ครั้งนี้อีกฝ่ายเพียงแค่จิบสั้นๆ หาใช่กระดกซดอย่างจอกแรกไม่


         “เจ้าน่ะ...ประชุมเมื่อเย็น พอคนทรงแจ้งว่าเร็วๆ นี้อาจต้องไปตรวจดูที่ปราสาทโอซาก้า ท่าทีของเจ้าก็เปลี่ยนไป ไม่รู้ตัวรึ”


         อิจิโกะฮิโตฟุรินิ่งไปอีกครั้ง ในใจกระตุกวูบด้วยคิดว่าไม่น่าจะมีใครสังเกตเห็น ก่อนกระดกสุราที่เหลือลงคอ


         “ข้า...ดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรือขอรับ”


         ตาสีทองเข้มก้มมองจอกที่ว่างเปล่า


         “ไม่ต้องห่วง พวกน้องๆ ของเจ้าคงไม่มีใครสังเกตเห็นหรอกมั้ง” สึรุมารุคุนินางะเหยียดยิ้ม หัวเราะฮึๆ ในคอเบาๆ


         “ข้าแค่ไม่อยากให้พวกเขาเป็นห่วงขอรับ” อิจิโกะฮิโตฟุริตอบเรียบๆ คนข้างตัวเขาเงียบไปอีกพักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจอีกหนึ่งคำรบ


         “ถ้าเจ้า...ไม่อยากไปปราสาทโอซาก้าก็ควรบอกคนทรง นางไม่เคยบังคับใครอยู่แล้ว”


         ...ก็แค่ดื้อรั้นจนอีกฝ่ายต้องยอมตามใจเท่านั้น


         สึรุมารุคุนินางะต่อท้ายประโยคในใจ


         อิจิโกะฮิโตฟุริยิ้มบางเมื่อนึกถึงเจ้านายคนปัจจุบันของตน


         “ข้า...” เขาเอ่ยได้แค่นั้นก็เงียบไปอย่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ความรู้สึกเหนียวหนืดในคอทำให้เขารินสุราเพิ่มให้ตัวเองอีกจอก ความร้อนวาบจากน้ำหมักนั่นทำให้หัวใจเต้นแรง สมองหมุนเร็วขึ้น


         อิจิโกะฮิโตฟุริเลียริมฝีปากที่แห้งผาก สำหรับเขา ที่นั่น...ปราสาทโอซาก้า มี ‘ความทรงจำ’ อยู่มากเกินไป ทั้งที่ยังจำได้และที่ตกหล่นหายไปกับกองเพลิง รวมทั้งความรู้สึกสิ้นหวังที่ไม่อาจปกป้องผู้เป็นนายได้ เขาจึงไม่แน่ใจว่าถ้าต้องกลับไปเหยียบที่นั่นอีกครั้ง ตนเองรู้สึกอย่างไรกันแน่


         โกรธ เกลียด เสียใจ หวาดกลัว หรือ...สิ้นหวัง


         ทั้งหมดนั่นรวมกลุ่มเกี่ยวพันคลุมเครือเสียจนเขาแยกไม่ออก แม้การตื่นครั้งนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นจะบรรเทาลงไปมากแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าถูกกระตุ้นด้วยการกลับไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เขาจะ...


         “อิจิโกะ อย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้อยากให้เจ้าพูดในสิ่งที่ไม่อยากพูด หรือกดดันเจ้าหรอกนะ”


         มือขาวจัดตบลงบนไหล่ดึงสติคนที่เผลอปล่อยใจให้ไหลย้อนกลับไปในอดีตกลับมา ตาสีทองเข้มตวัดหันมาทันที ประกายตระหนกเต้นระริกอยู่ในตาคู่นั้นก่อนที่เจ้าตัวจะหลับตาลง ผ่อนลมหายใจ เรียกสติตัวเองกลับมา ใบหน้าขาวนั้นเต็มไปด้วยเหงื่อไหลซึม


         สึรุมารุคุนินางะมองเสี้ยวหน้าคนข้างตัวอย่างเป็นกังวล จนอดออกแรงบีบไหล่นั้นย้ำอีกครั้งไม่ได้


         “ข้าไม่เป็นไรแล้วขอรับ” อิจิโกะฮิโตฟุริลืมตาขึ้นพลางส่งยิ้มให้ “ขออภัยจริงๆ ที่ต้องให้ท่านมาเห็นอาการน่าละอายเช่นนี้...”


         “น่าอายตรงไหนกัน ถึงจะเป็นสึกุโมะงามิ แต่พวกเราก็เกิดจากจิตใจของมนุษย์ จะมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน” ว่าแล้วก็หัวเราะเบาๆ จิบสุราที่เหลืออยู่ในจอกเพื่อขจัดบรรยากาศขมุกขมัวเมื่อครู่ทิ้งไป ปล่อยให้ความเงียบและอากาศเย็นไหลเข้ามาโอบล้อมแทน


         “ดูท่านจะชอบมนุษย์นะขอรับ” จู่ๆ อิจิโกะฮิโตฟุริก็เอ่ยขึ้น เมื่อหันไป สึรุมารุคินินางะก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังส่งยิ้มมาให้ตน แสงสลัวจากพระจันทร์ไม่อาจทำให้เขามองเห็นประกายความรู้สึกในดวงตา แต่ก็พอสังเกตเห็นได้ว่าใบหน้าขาวนั้นเริ่มมีสีเข้ม


         สึกุโมะงามิรุ่นเฮอันยกยิ้มบางตอบ


         “พวกเราคือดาบ คืออาวุธของมนุษย์ ต่อให้เจ้าเกลียดก็ไม่อาจหนีพ้นจากมือพวกเขา”


         อิจิโกะฮิโตฟุรินิ่งไปพักหนึ่งแล้วหันไปรินสุราให้อีกฝ่าย แต่เมื่อจะรินให้ตัวเองก็พบว่าขวดนั้นว่างเปล่าเสียแล้ว ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะปริมาณที่พวกเขาดื่มไปน่าจะไม่เกินครึ่งขวดแท้ๆ


         เอาเถอะ จิโร่ทาจิคงแบ่งมาให้ไม่มากกระมัง


         ชายหนุ่มสรุปให้กับตัวเองขณะวางขวดเปล่าลง


         “แต่ข้าชอบนางนะ” อิจิโกะฮิโตฟุริพูดขึ้น นางที่ว่าย่อมไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนทรงหรือเจ้านายคนปัจจุบันของพวกเขานั่นละ “แม้จะสงสัยว่าอะไรที่ทำให้นางมาทำเรื่องเสี่ยงอันตรายแบบนี้ แต่ข้าก็ชอบนาง ข้านับถือนาง”


         สึรุมารุคินินางะหัวเราะฮึๆ เบาๆ ในคอให้เขาหันไปมองเป็นคำถาม


         “ถ้าอยู่นานไป เจ้าอาจจะรักนาง”


         คนตรงหน้าพูดด้วยรอยยิ้มประหลาด คล้ายเสียใจ คล้ายยินดี คล้ายปลงตก คล้ายตื่นเต้น
 

         อิจิโกะฮิโตฟุริมองใบหน้าขาวตรงหน้าด้วยความงงงันผสมสับสนไม่แน่ใจ ก่อนจะสรุปให้กับตัวเองอีกข้อว่าคงเป็นเพราะแสงสลัวของพระจันทร์ จึงทำให้เห็นอะไรไม่ชัดเจนเช่นนี้


         “...นั่นคือท่านจะบอกว่าท่านรักนางงั้นหรือ”


         รอยยิ้มเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นวูบหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบลดเสียงพร้อมกับลงไปนอนกลิ้งกดท้องตัวเองไปด้วย


         “ฮ่าๆๆ โอย เจ้านี่ พูดเรื่องตลกเป็นเหมือนกันนี่”


         สึรุมารุคุนินางะยังคงหัวเราะต่อไปอีกพักใหญ่จึงหยุดเช็ดน้ำตาที่ไหลซึมจากการหัวเราะมากเกินไป น่าแปลกที่แม้จะเหมือนโดนหัวเราะเยาะ แต่เขากลับไม่รู้สึกหงุดหงิดหรือไม่พอใจสักนิด


         อิจิโกะฮิโตฟุริมองใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างของคนตรงหน้าแล้วยิ้มบางออกมา คนได้รับยิ้มกลับมาถึงกับชะงักกึก เกาหัวแกรกๆ


         “นี่เจ้าเมาแล้วใช่ไหม”


         คนถูกหาว่าเมากะพริบตาปริบ มองขวดสาเกแล้วมองคนถามอีกครั้ง


         “ข้าไม่ได้เมาขอรับ แค่สองจอกเท่านั้นจะเมาได้อย่างไร”


         สึรุมารุคุนินางะเกาหัวต่อแล้วถอนหายใจหนัก ดึงตัวเองขึ้นมานั่งขัดสมาธิ คว้าขวดมาคว่ำลงพิสูจน์ว่าไม่เหลือให้ดื่มต่อสักหยด


         “สุราหมดแล้ว คงได้เวลาพักผ่อนแล้วกระมัง”


         อิจิโกะฮิโตฟุริรู้ดีว่านั่นคือสัญญาณบอกให้เขากลับไปพักผ่อน จึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม


         “งั้นข้าต้องขอตัวก่อน ขอบคุณท่านสึรุมารุมากนะขอรับที่ชวนข้ามาดื่มด้วย”


         ชายหนุ่มยกขาขึ้นนั่งในท่าคุกเข่าก่อนจะก้มศีรษะลง จังหวะที่จะเงยหน้าขึ้น ก็ถูกฝ่ามือใหญ่ของสึรุมารุคุนินางะวางกดเบาๆ


         “เอ่อ...ท่านสึรุมารุขอรับ...” เขาลองเรียกชื่อคนที่ยังคงวางมืออยู่บนศีรษะของเขาอย่างไม่แน่ใจว่านี่เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ จะบอกว่าอีกฝ่ายเมาก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเห็นเป็นเพื่อนดื่มกับพวกยามัมบะกิริคุนิฮิโระอยู่บ่อยๆ


         แล้วมือที่วางอยู่ก็เริ่มขยับ เริ่มจากตบเบาๆ แล้วเปลี่ยนเป็นลูบไปมาให้คนถูกลูบรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสุนัขยังไงยังงั้น


         “ท่านสึรุมา...รุ”


         เสียงท้ายขาดช่วงไปเมื่อมือใหญ่นั้นไต้ลงข้างแก้ม ไล้ลงปลายคางแล้วออกแรงให้เขาเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาสีทองสองเฉดจ้องสบนิ่งราวกับถูกดึงดูด อิจิโกะฮิโตฟุริรู้สึกถึงความสากของมือที่สัมผัสปลายคางตนที่เริ่มไต่กลับขึ้นไปที่แก้ม พร้อมๆ กับที่ใบหน้าขาวจัดของคนตรงหน้าเลื่อนใกล้เข้ามา มากพอที่แสงจันทร์สลัวจะส่องให้เห็นประกายบางอย่างในดวงตา


         ฝ่ามือหนาสากและค่อนข้างเย็นประทับลงบนแก้มทั้งสอง


         ...แล้วออกแรงหยิกดึงให้ยืดออก


         อิจิโกะฮิโตฟุริสะดุ้งโหยง ปัดมืออีกคนทิ้งทันที


         “ทำอะไรของท่านน่ะขอรับ!”


         ชายหนุ่มเขม่นมองคนหัวเราะเสียงใสอย่างขุ่นเคือง ตรงข้ามกับสึรุมารุยังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี


         “ตกใจล่ะสิ ฮ่าๆๆ”


         คนถูกแกล้งถอนหายใจหนัก ให้โทษใครก็คงต้องเป็นเขาเองที่เผลอลืมนิสัยขี้แกล้งของอีกฝ่ายไปเสียสนิท


         “ทำให้ท่านอารมณ์ดีได้ ข้าก็ยินดีขอรับ ถ้าอย่างไรคงต้องขอตัวก่อน” ปกติแล้วเขาไม่ค่อยเหน็บแนมหรือเสียดสีใคร แต่กับคนตรงหน้านี่มันอดไม่ได้จริงๆ ทั้งที่ถ้าทำตัวดีๆ พูดจารู้เรื่องเป็นผู้เป็นคน(?)แบบคนอื่นเขาก็ทำได้แท้ๆ


         “โอ้ ราตรีสวัสดิ์ หลับฝันดีนะอิจิโกะ”


         อิจิโกะฮิโตฟุริก้มศีรษะให้อีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับห้องพักของตน


-------------------------------------------


         เมื่อร่างโปร่งนั้นเดินจากไป รอบตัวของเขาก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง


         สึรุมารุคุนินางะมองจอกที่ว่างเปล่าด้วยแววตาหลากหลาย ก่อนจะยกปลายนิ้วไล้ขอบกลมเบาๆ พร้อมกับนึกถึงยามที่ริมฝีปากคู่นั้นประทับลงบนขอบมุมนี้


         ‘ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ข้าคงต้องให้นายท่านช่วยจัดการ’


         เสียงคุ้นดังแว่วเข้าหู ทว่าชายหนุ่มรู้ดีว่าเสียงนั้นเป็นเพียงแค่ความทรงจำ และเพราะเป็นความทรงจำที่ไม่ห่างไกลนัก ดังนั้นเขาจึงยังจดจำได้ทุกอย่างทั้งน้ำเสียง ท่าทาง กระทั่งแววตาของผู้พูดก็ยังคงแจ่มชัด


         นัยน์ตาสีทองหลับลง ภาพสีหน้าสับสนของอิจิโกะฮิโตฟุริเมื่อครู่ ซ้อนทับกับรอยยิ้มฝืดเฝือนของใครอีกคน ตามด้วยสีหน้าคล้ายอยากร้องไห้ของอีกคนหนึ่งที่เขาเพิ่งผละจากมา


         สึรุมารุคุนินางะถอนหายใจยาวและหนักอึ้ง คว้าจอกของตนที่ยังเหลือสุราขึ้นซดรวดเดียวจนหมด สติสว่างวาบไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาพร่ามัวเช่นเดิม


         ร่างผอมบางทว่าแข็งแรงนอนแผ่ตรงระเบียงทางเดิน


         “ให้ตายสิ จะคนนี้หรือคนไหน ก็ต้องให้คอยดูแลตลอดจริงๆ”




✦ ︵ ❀ ︵ ✦ ︵ ❀ ︵ ✦ ︵ ❀ ︵ ✦

- เอามาแปะแก้ขั--
- เป็นเรื่องที่เขียนไว้นานสักพักแล้ว แต่เพิ่งเอามาแปะ
- (คิดว่า)เป็น Universe เดียวกับฟิค มิกะxมัมบะ ที่กำลังอัพอยู่(ละมั้ง) แต่เขียนก่อน(ช่วงประกาศเกี่ยวกับอีเว้นท์ฮากาตะคุง) ดังนั้นภาษาอาจจะแปลกๆ ไปบ้าง
- แน่นอนว่าไม่มีชื่อเรื่องเช่นเดียวกัน... /เคี้ยวนิ้วตัวเอง

- ไม่เกินมะรืนนี้จะเป็นมิคัมบะตอนที่ 8 ค่ะ (ノTдT)ノ
 

Comment

Comment:

Tweet