[Fic] 刀剣乱舞 : Mikatsuki x Yamanba 8

posted on 15 Sep 2015 22:46 by foundation
Fandom : Touken Ranbu 
Gerne : PG
Pairing : มิกะสึกิมุเนจิกะ x ยามัมบกิริคุนิฮิโระ
Summary : ก็ยังไม่หวานสักที...
 

 
VIII


         ‘งดงามนัก’


         เสียงพึมพำนั้นดังห่างไกลทว่าชัดเจนนัก เช่นเดียวกับความรู้สึกอึดอัดที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งยามมีใครเอ่ยชมความงามของตน


         ทั้งที่เคยยินดีมากมายขนาดนั้น บัดนี้กลับรู้สึกเกลียดชังจนไม่อาจทานทน


         ‘หากเกิดริ้วรอย คงน่าเสียดายนัก’


         สึกุโมะงามิในชุดคาริกินุสีน้ำเงินเข้มมองผู้เป็นนายที่นั่งอยู่เบื้องหน้าของตนด้วยแววตาหมองหม่น ขณะที่ดาบสีเงินโค้งราวจันทร์ข้างขึ้นถูกพลิกวาดไปมา เกิดเป็นประกายสีเงินส่องวาบวับคล้ายแสงจันทร์ยามตกกระทบผืนน้ำ


         ...งดงาม


         ใช่แล้ว...


         ร่างสูงรู้ได้ในที่สุด


         สถานะของตนในยามนี้คือศาตราวุธที่เป็นได้เพียงของประดับ


         เป็นเพียงแท่งเหล็กสวยงามบนชั้นวางเท่านั้น

--------------------------------------------------


         “ตื่นแล้วรึ”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระเลื่อนประตูออกกว้างแล้วเดินเข้าไปในห้อง เมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องนั้นลุกขึ้นนั่งอยู่ในฟูกนอน


         “อา เมื่อครู่นี้เอง” มิกะสึกิมุเนจิกะตอบด้วยรอยยิ้มบางเช่นเดิม


         แขกผู้มาเยือนกวาดสายตาทั่วร่างคนพูดอย่างรวดเร็ว ยูกาตะขาดวิ่นเมื่อคืนถูกเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ บาดแผลส่วนใหญ่ได้รับการดูแล ท่อนแขนที่โผล่พ้นชายเสื้อมีผ้าพันเรียบร้อย ขณะที่มิกะสึกิมุเนจิกะเองก็มองสำรวจคนตรงหน้าเช่นกัน ผ้าคลุมที่เคยเป็นสีขาวขุ่น บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีคล้ำแข็งเกรอะกรัง แต่เสื้อผ้าและเกราะตรงแขนขวามีรอยฉีกขาดและบิ่น ทำให้พอเดาได้ว่าเลือดเหล่านั้นน่าจะไม่ใช่เลือดของเจ้าตัว ท่อนแขนส่วนที่โผล่พ้นแขนเสื้อมีผ้าพัน ส่วนใบหน้านั้น...นอกจากครึ่งหน้าล่างกับปลายผมสีอ่อนแล้วก็ไม่เห็นอะไรอีกเช่นเดิม


         ทว่าสิ่งที่สะดุดใจมิกะสึกิมุเนจิกะไม่ใช่ร่องรอยเหล่านั้น แต่เป็นกลิ่นเลือดที่เจือจางอยู่ในอากาศมากกว่า


         “รู้สึกผิดปกติตรงไหนบ้างรึเปล่า”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระเปิดบทสนทนาอีกครั้งหลังจากนั่งลงเรียบร้อย โดยทิ้งระยะห่างไว้ช่วงหนึ่งซึ่งห่างพอให้รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายเป็นแค่คนรู้จักแบบห่างๆ ด้วยตำแหน่งนี้จึงทำให้เจ้าของห้องมองไม่เห็นกระทั่งเสี้ยวหน้าหลังผ้าคลุม


         “นั่นเจ้าพูดกับข้าอยู่ใช่หรือไม่ ยามัมบะกิริคุนิฮิโระ” มิกะสึกิมุเนจิกะแสร้งถามกลับด้วยน้ำเสียงสงสัยเต็มที่ คนถูกถามกลับจึงชะงัก


         “...ใช่” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระตอบแล้วหยุดเว้นไปเล็กน้อย “ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องมาพูดคุยด้วย แต่เพราะข้าเป็นคนทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บ...ก็แค่อยากถามไถ่อาการดูเท่านั้น”


         “โอ้ ข้าขออภัยที่เสียมารยาท เพียงแต่เห็นเจ้านั่งห่างออกไป ทั้งยังปิดหน้าปิดตาไว้ ข้าจึงคิดว่าเจ้าน่าจะพูดกับใครที่อยู่หลังผนังนั่นเสียอีก”


         คนถูกเหน็บอึ้งไปอย่างแปลกใจด้วยในตอนแรกคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากเสวนากับของเลียนแบบอย่างตนมากกว่า ก่อนจะยอมขยับห่างจากผนังกระดาษให้พอเห็นว่า ตนไม่ได้รอใครหรือต้องการพูดกับใครที่อยู่อีกฟากอย่างที่ว่า


         ทว่าระยะที่สั้นขึ้นก็ไม่ได้ทำให้มิกะสึกิมุเนจิกะเห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้ชัดเจนมากกว่าเดิมสักนิด


         “นอกจากบาดแผลตามตัวแล้ว เจ้ารู้สึกผิดปกติอะไรตรงไหนรึเปล่า”


         “...ไม่มี” ร่างสูงตอบเรียบๆ อารมณ์ขุ่นมัวทำให้รู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากคิดอะไรมากนัก แม้จะยังคาใจอยู่ก็ตาม ดวงตาสีเข้มหลุบต่ำมองแขนที่ถูกพันทั้งแขน “...ช่วงอายุขัยสั้น ทั้งยังบอบบาง ยามบาดเจ็บยังต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ เป็นมนุษย์นี่ช่างลำบากเสียจริง”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระมองพื้นเสื่อ เขาไม่จำเป็นต้องเงยหน้ามองก็รู้ว่ามิกะสึกิมุเนจิกะคงกำลังไม่พอใจ สึกุโมะงามิอย่างพวกเขานั้นมีช่วงเวลาที่ต้องอยู่นิ่งๆ เฉพาะแต่เวลาที่อยากฟื้นฟูพลังวิญญาณเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้รู้สึกติดขัด ทำอะไรไม่สะดวก ทั้งเขาทั้งสึกุโมะงามิคนอื่นๆ ในป้อมต่างผ่านการบาดเจ็บเช่นนี้มาแล้วจึงเข้าใจได้เป็นอย่างดี


         “ระหว่างนี้คงเคลื่อนไหวได้ไม่ถนัดนัก แต่คงต้องขอให้อดทนไปก่อนจนกว่าคนทรงจะฟื้น”


         “...ก็คงมีแต่ต้องทำเช่นนั้น”


         มิกะสึกิมุเนจิกะเปรยตอบยิ้มๆ อย่างไม่แปลกใจ เพราะเมื่อเย็นวาน ระหว่างที่ทำแผล โชคุไดกิริมิทสึทาดะก็เพิ่งจะอธิบายเกี่ยวกับการฟื้นตัวให้ฟังเรียบร้อยแล้ว บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ อย่างรอยขีดข่วนสามารถหายได้เองเมื่อผ่านไปสองสามวัน แต่ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องให้คนทรงรักษาให้เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับตนเองเร็วเช่นนี้


         “แล้ว...เจ้าพอจะอธิบายเรื่องเมื่อคืนให้ข้าฟังได้หรือยัง”


         ใช่...เรื่องที่ติดใจมากกว่าคือเรื่องนี้


         ทำไมถึงโจมตีใส่(สึกุโมะงามิที่ควรจะคิดว่าเป็น)พวกเดียวกัน


         “...นั่นคือศัตรู” ทว่ายามัมบะกิริคุนิฮิโระกลับตอบไปอีกเรื่องหนึ่งเสียแทน “ที่นี่มักจะมีศัตรูบุกเข้ามาเสมอ โดยเฉพาะช่วงที่มีสึกุโมะงามิตนใหม่เข้ามา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”


         ไม่ นั่นมันแปลกสุดๆ ไปเลยต่างหาก


         “ทำไมพวกเจ้าไม่ย้ายฐานทัพ”


         ในเมื่อศัตรูรู้ว่าฐานบัญชาการอยู่ที่ใดก็สมควรทิ้งฐานเดิมและสร้างใหม่ไม่ใช่หรืออย่างไรนะ


         “เพราะสถานที่ที่บริสุทธิ์พอจะอัญเชิญสึกุโมะงามิมาอยู่อาศัยได้มีอยู่ไม่มากนัก และดูเหมือนจะยังไม่มีคนทรงของฐานบัญชาการอื่นตาย”


         เป็นคำตอบที่ค่อนข้างเย็นชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบวกกับน้ำเสียงราบเรียบนั่นด้วยแล้ว ระดับความโหดร้ายก็ดูจะยิ่งทวีคูณ


         “...แต่สุดท้ายยัยนั่นคงไม่ยอมย้ายไปไหนอยู่ดี”


         ผ้าคลุมขะมุกขะมอมขยับไหวเล็กน้อย พร้อมเสียงถอนหายใจหนัก


         “ส่วนเรื่องที่ข้าทำให้เจ้าสลบไป ข้าต้องขอโทษด้วย”


         มิกะสึกิมุเนจิกะมองร่างใต้ผ้าคลุมที่กลับมานั่งนิ่ง ยืดตัวตรง ริมฝีปากที่โผล่พ้นขอบผ้าเรียบสนิท ไม่ตึงหรือบิดเบี้ยว เสียงต่ำเป็นจังหวะ ไม่มีแววรู้สึกผิดเหมือนที่พูดออกมาสักนิด ไม่ทันจะได้พูดอะไร สึกุโมะงามิตรงหน้าก็พูดต่อ


         “ทั้งที่ควรให้โฮตารุหรือสึรุมารุเป็นคนลงมือมากกว่า แต่สึรุมารุต้องคุ้มกันคนทรง ส่วนโฮตารุก็มาไม่ทัน ข้าจึงตัดสินใจลงมือแทน ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”


         “เพราะเหตุใด...”


         มิกะสึกิมุเนจิกะถามด้วยเสียงที่ราบเรียบไม่ต่าง ก้อนความไม่พอใจก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ถึงตนจะเพิ่งมาถึงที่นี่และ...ไม่คุ้นชินกับร่างเนื้อ แต่ก็มั่นใจว่าลำพังแค่ศัตรูตนเดียว ยังไงก็ฆ่าได้อยู่แล้ว


         “เจ้าปล่อยให้พลังวิญญาณพลุ่งพล่าน”


         ทว่าคำตอบของยามัมบะกิริคุนิฮิโระทำให้ความคิดของสึกุโมะงามิสมัยเฮอันหยุดชะงักลง


         “ถ้าไม่หยุด ยัยนั่นจะตื่น”


         คำอธิบายต่อมาไม่ได้ทำให้มิกะสึกิมุเนจิกะรู้สึกกระจ่างขึ้นมาสักนิด แต่สิ่งที่ติดใจร่างสูงกลับไม่ใช่คำอธิบาย แต่เป็นสรรพนามที่ใช้เรียกบุคคลที่สามในประโยคมากกว่า


         จะว่าไป ตั้งแต่เมื่อครู่แล้วด้วยซ้ำ...


         “ยัยนั่น...เจ้าหมายถึงคนทรงรึ”


         “ใช่ ยัยนั่นไม่ควรตื่นมาวุ่นวายด้วยเรื่องเล็กน้อยแบบนั้น”


         “เล็กน้อย...”


         มิกะสึกิมุเนจิกะเปรยแผ่วเบาต่อมา รู้สึกถึงหมอกควันสีเข้มในร่างกายที่ก่อตัวหนา


         เรื่องของข้า หนึ่งในห้าดาบในตำนาน เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างนั้นหรือเนี่ย...


         “ทำไมรึ”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระย้อนถามเมื่อจู่ๆ สึกุโมะงามิตรงหน้าก็เงียบไป


         “ไม่มีอะไร”


         คำตอบมีเพียงแค่นั้น ทำเอาสึกุโมะงามิจากสมัยอะทสึจิโมโมะยามะรู้สึกร้อนรนขึ้นมาว่าตนเผลอพูด หรือทำอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมาหรือเปล่า ยิ่งคนทรงบอกให้ต้อนรับเหมือนแขกด้วยแล้ว เขาก็ควรระวังการกระทำให้มากกว่านี้สินะ ตาสีเขียวอมฟ้าเหลือบมองสภาพของมิกะสึกิมุเนจิกะอีกครั้ง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่คุ้นชินกับความเจ็บปวด ให้ขยับตัวมากๆ คงหงุดหงิดน่าดู


         “เอ่อ...ขอโทษที ข้าไม่ทันคิด เอาเป็นว่าวันนี้เจ้าหยุดพักผ่อนก็แล้วกัน”


         “ไม่ต้อง” มิกะสึกิมุเนจิกะเอ่ยขัด ร่างสูงเลิกผ้าห่มออกแล้วยันตัวยืนอย่างเก้ๆ กังๆ ผ้าพันแผลตามตัวเหมือนพันธนาการคอยยึดร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งเดิม “ถ้าเจ้าที่บาดเจ็บหนักกว่ายังขยับได้ จะให้ข้านั่งพักนอนพักอยู่ในห้องเฉยๆ คงขายหน้าน่าอับอายต่อชื่อห้าดาบในตำนาน”


         “ข้าไม่เป็นอะไร” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระค้านเสียงตึงกว่าปกติ ให้คนฟังหรี่ตามองไม่พอใจเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเรื่องไหน สึกุโมะงามิตรงหน้าก็ดูจะปฏิเสธ หรือมีความเห็นขัดกับตนไปเสียทั้งหมดจริงๆ ทว่าร่างสูงกลับพูดตอบรับเพียง “งั้นหรือ” สั้นๆ เท่านั้น


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระมองปลายเท้าของมิกะสึกิมุเนจิกะเงียบๆ เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ดูท่าทางต่อให้อธิบายอย่างไรอีกฝ่ายก็คงไม่ฟังเป็นแน่ เมื่อได้ข้อสรุปให้ตนเอง ร่างใต้ผ้าคลุมก็ถอนหายใจเบาๆ พลางนึกถึงสึกุโมะงามิอีกตนที่ดื้อไม่แพ้กัน แถมยังอยู่ไม่สุขเสียด้วย


         พวกดาบมีชื่อ ดื้อกันอย่างนี้ถูกตนเลยสินะ...


         “เข้าใจแล้ว แต่มีผ้าพันแผลพันไว้แบบนั้น เจ้าคงเคลื่อนไหวได้ไม่ถนัด ข้าคงต้องขอให้เจ้าเปลี่ยนไปช่วยงานในครัวแทน”


         ให้ไปก้มๆ เงยๆ ใช้แรงงานหนักที่แปลงผักโดยไม่คุ้นชิน อาจจะได้แผลเพิ่ม ดังนั้นส่งให้อีกฝ่ายไปอยู่ที่ครัว ให้โชคุไดกิริมิทสึทาดะคอยดูแลน่าจะดีกว่า

--------------------------------------------------


         “เป็นอย่างไร”


         สึกุโมะงามิซึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวเตี้ยเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าใครเปิดประตูเข้ามา


         “... ยังไม่เป็นปัญหา” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระตอบคำถามสั้นๆ พลางทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับเฮชิคิริฮาเซเบะ ทั้งเขาทั้งอีกฝ่ายต่างอยู่ในชุดพร้อมรบเนื่องจากไม่มีหน้าที่ประจำอาทิตย์ และไม่อาจวางใจในสถานการณ์ บนโต๊ะนั้นเต็มไปคือกองกระดาษรายงานเหตุการณ์เมื่อคืนจากหัวหน้าหน่วยต่างๆ


         หนึ่งในดาบรักของมารฟ้าที่หก*นิ่งไป เพราะเมื่อมีคำว่า ‘ยัง’ นั่นแสดงว่ายังวางใจไม่ได้


         “...อิชิกิริมารุบอกว่า กว่านายท่านจะฟื้นตัวเต็มที่คงอีกราวหนึ่งวัน...”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระนิ่งฟังคำบอกเล่านั้นอย่างเข้าใจความหมายดี นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำได้ในตอนนี้มีแต่จับตามองอย่างระมัดระวังเท่านั้น ยิ่งเมื่อเห็นความยินดีเมื่อรู้ว่าสึกุโมะงามิตนใหม่ที่ตนอันเชิญมาได้เป็นถึงหนึ่งในห้าดาบในตำนาน เขาก็ยิ่งหนักใจ ถึงจะเคยดูแลเป็น ‘พี่เลี้ยง’ ให้สมาชิกใหม่อยู่บ่อยๆ แต่กรณีของมิกะสึกิมุเนจิกะนั้นต่างออกไป


         ดาบที่สูงส่งและคงอยู่มายาวนาน ย่อมมีศักดิ์ศรีและความทระนงตัวสูง จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าคนทรงจะใช้วิธีไหนทำให้อีกฝ่ายยอมตกลงให้ยืมพลังได้


         “ข้าคิดว่าหลังจากเห็นพลังของเจ้านั่น พวกมันคงไม่มายุ่งกับพวกเราอีกพักหนึ่ง”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระเปรยต่อ


         “ถ้าพวกมันไม่รู้ว่านายท่านยังไม่ได้ทำสัญญากับเจ้านั่นละก็นะ...ว่าแต่ เจ้าได้ย้อนกลับไปดูแล้วหรือยัง”


         “ยัง ทำไมรึ”


         ร่างในผ้าคลุมถามย้อนโดยไม่จำเป็นต้องถามว่าที่ว่าย้อนกลับไปดูนั้น คือดูอะไรหรือสิ่งใด และคำถามของเฮชิคิริฮาเซเบะมีความหมายเสมอ ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างแปลกใจที่ถูกถามเช่นนั้น สึกุโมะงามิที่ถูกย้อนถามจึงหยิบกระดาษใบหนึ่งจากในกองยื่นให้


         ข้อความบนกระดาษถูกเขียนด้วยลายมือกระหวัด หนา หนัก อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของยะเก็นโทชิโร่ ระบุว่าจุดที่น่าจะเป็นที่ที่มิกะสึกิมุเนจิกะระเบิดพลังวิญญาณออกนั้น มีหลุมลึกเป็นวงกว้างรัศมียาวประมาณหนึ่งโจ* ต้นไม้รอบๆ กับบ่อน้ำที่อยู่ใกล้มีรอยตัดและไหม้เกรียม ซึ่งร่องรอยเหล่านั้นน่าจะเกิดจากการพลังวิญญาณที่ปั่นป่วนของเจ้าตัว


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระไล่อ่านตัวอักษรทั้งหมดบนกระดาษนั้นสองรอบ แล้วจึงวางลงบนโต๊ะตรงหน้า เขาเข้าใจสิ่งที่เฮชิคิริฮาเซเบะต้องการบอกทันที


         พลังของมิกะสึกิมุเนจิกะน่ากลัวเกินไป


         ปกติแล้ว สึกุโมะงามิที่เพิ่งตื่นในร่างเนื้อ จะมีปัญหาเรื่องการควบคุมและใช้งานพลังวิญญาณในร่าง ส่วนใหญ่มักจะเผลอปล่อยออกมาในยามที่มีโทสะ เกิดความขุ่นเคืองใจ ไม่ก็ในช่วงเวลาที่ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยมีสึกุโมะงามิตนไหนสามารถทำให้ดินกลายเป็นหลุมกว้างถึงหนึ่งโจได้เช่นนี้ ทั้งยังไม่รู้แน่ชัดว่าร่องรอยที่เห็นนั่นคือผลจากพลังทั้งหมดของสึกุโมะงามิหน้าใหม่ตนนั้นหรือไม่


         คิดแล้วก็รู้สึกปวดแผลตรงสีข้างขึ้นมาทันที


         “บาดแผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระเหลือบมองสึกุโมะงามิที่ยังคงก้มหน้าตวัดพู่กันเขียนสรุปรายงาน ก่อนตอบสั้น


         “ไม่เท่าไหร่”


         “แต่ยะเก็นไม่ได้บอกข้าแบบนั้นนะ” เฮชิคิริฮาเซเบะขัดให้คนถูกขัดต้องเงยหน้าเหลือบมอง ดูท่าทางบนโต๊ะเล็กๆ นี่ นอกจากรายงานเรื่องการต่อสู้เมื่อคืนแล้ว คงจะมีรายงานเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของสึกุโมะงามิในฐานนี้ทั้งหมดทุกคนด้วยแน่ๆ


         “ข้าไม่เป็นอะไร” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระย้ำอีกครั้งพลางหยัดตัวลุกยืน เป็นสัญญาณว่าตนหมดธุระเรียบร้อยแล้ว และเดินออกจากห้องไป


         เฮชิคิริฮาเซเบะถอนหายใจหนักหลังประตูเลื่อนปิดไปครู่หนึ่ง


         “ดื้อจริงๆ”
 
 
 
 
 
*มารฟ้าที่หก  (第六天魔王) : ฉายาของโอดะ โนบุนากะ
* 1 โจ (一丈) : ประมาณ 3.03 เมตร
 
 
☾. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・.☽

- ทำไมยิ่งเขียนยิ่งหมั่นไส้ปู่...


- ไม่ได้เขียนอะไรยาวๆ นานแล้ว เลยไม่รู้ว่าตรงไหนควรตัด ตรงไหนควรเขียน เพราะงั้นเรื่องจึงดูอืดๆ เฉื่อยๆ ต้องขอโทษด้วยค่ะ กำลังพยายามปรับปรุงอยู่ค่ะ Orz
 
 
ก๊อปแปะจาก blogspot
 
 
- ขอโทษที่มาช้าค่ะ เพิ่งได้แตะคอม Orz
 
*Edited : ย้ายตอบคอมเมนท์จากอีกเอนทรี่ย์มาแปะที่นี่
 
ตอบเมนท์รวม 2 Entry
คุณ Question : /ช็อก อยากเขียนให้ได้ทุกวันเหมือนกันค่ะ แต่สังขารไม่เอื้ออออ ขอบคุณนะคะ T[]T
คุณ loss : ไล่คอมเมนท์ฟิคดาบทุกตอนเลย ขอบคุณค่าาา T^T
คุณ L. Primavera : ขอบคุณมากๆ ค่ะที่แสดงตัว ฮือออ /วิ่งไปกอด---
คุณ Windy_pure : /จับมือหมับ! ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ! (/// []///) /ลงไปดิ้นบิดเป็นเลข 8
คุณ fukaze : ปู่เท่และน่าหมั่นไส้มากจริงๆค่ะ หลังจากนี้คงพัฒนากลายเป็นลาสต์บอส T_T)b ขอบคุณมากนะคะสำหรับคอมเมนท์ >///<) 
คุณอีกคนที่ไม่ได้ใส่ชื่อ : อย่าบอกว่าขยันเลยค่ะ... /รู้สึกผิดเฮือก

Comment

Comment:

Tweet

 ปู่จะกลายร่างเป็นลาสบอสแล้วเหรอ ปกติก็ลาสบอสอยู่แล้วนะ ยิ่งไปกว่านั้น! ยิ่งไปกว่านั้นยามัมบะคุงเจ้าพลาดแล้วพลาดอย่างผิดมหันเลยนะที่ปล่อยให้ปู่ไปทำงานในครัวแบบนั้น ฮงมารุอาหารมื้อนี้ได้พินาศแน่ ปู่ยิ่งทำอาหารปกติออกมาได้ไม่ปกติอยู่ด้วย คิดแล้วสยองเลยว่าจะมีคนรอดกี่คน

แต่พวกนั้นเป็นดาบนี้คงไม่เปป็นไรกันหรอกมั้ง แถมในห้องครัวก็ยังมีโชคุไดอยู่น่าจะปลอดภัยระดับหนึ่ง น่าจะนะน่าจะ เออ แต่ปู่บาดเจ็บอยู่คงไม่มีใครให้ทำอะไรก็ได้เหมือนกันสิ สึรุมารุนายมาตามเพื่อนนายไปเก็บทีสิหนูกลัวว่าจะเกิดเรื่องอ่ะ!!

#4 By loss on 2015-09-24 23:46

To designs much very two found it racks both i vendor racks to found with clothing that love two hand st. john collection embellished neck milano knit sheath dress Friends to this would fabulous eva alexander london tailored ponte knit maternity pencil skirt Forever to but 21 charlotte place charlotte stuff free people off the shoulder hibiscus print maxi dress Unless you looking all hot in corduroy trina turk pants And that a to so do evenly so on rb2140 original wayfarer 54mm sunglasses as seen on beyonce Experience were lot the my their need there wanted

#3 By MlCHpXjJGB (212.227.119.29|212.227.119.29) on 2015-09-18 00:09

หมั่นไส้ปู่ทำมายยยยยยยย ปู่ออกจะน่ารัก มุ้งมิ้ง หงิงๆ ฟรุ้งฟริ้งออกขนาดน๊านนนนน /ลงไปดิ้นนนนน/ ปู่จ๋าาาา หน้ากากรอยยิ้มจามะจ๊ะทิงจานี่มันกร๊าวววววววววววววววววววว

มัมบะที่มีผ้าคลุมหนาว่าแน่แล้วยังแพ้รอยยิ้มโปกเกอร์เฟซของปู่ ฮรืออออออ เราชอบคนสวยสุดฮ๊อตที่เก่งในเรื่องโปเกอร์เฟซที่สุดดดดด
ไม่ได้ป่วยดาบแต่ป่วยอาร์ตดาบ ตอนนี้ชักเริ่มป่วยฟิกดาบแล้ว 55555+
จะรอตอนต่อไปนะคะ
(มีมัมบะฯเป็นลูกสาว มีปู่เป็นลูกเขยนี่ช่างเป็นอะไรที่ดีย์~~~~~~ )

#2 By fukaze on 2015-09-16 19:30

ปู่กะยามันบะนี่ดื้อกันคนละแบบนะคะ 555  เห็นอย่างนี้ไม่รู้เลยว่าใครจะยอมใครก่อนกันแน่
ปล.ยอมสมัครเพื่อคอมเม้นท์โดยเฉพาะเลยค่ะ 5555  ปกติจะเป็นฝ่ายซุ่ม มีไม่กี่เรื่องที่ตอบ  สนุกมากเลยค่ะ 'v'

#1 By Windy_pure on 2015-09-16 17:59