[Fic] 刀剣乱舞 : Mikatsuki x Yamanba 11

posted on 24 Nov 2015 20:41 by foundation directory Fiction
Fandom : Touken Ranbu 
Gerne : PG
Pairing : มิกะสึกิมุเนจิกะ x ยามัมบกิริคุนิฮิโระ
Summary : Again and again T_T

Warning : 
  • เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการ โดยนำคาร์แรกเตอร์และข้อมูลส่วนหนึ่งมาจาก Browser Game Touken Ranbu
  • เนื่องจากเป็นฟิคชั่นและความเรื่องมากของคนเขียน(....) ทำให้ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ/ระบบในเกม ให้เหมาะสมกับเวอร์ชั่นนิยาย ท่านที่แวะเข้ามาท่านใดที่ไม่ชอบ ไม่ถูกกับการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จขบ.ขอแนะนำให้ท่านปิดหน้านี้
  • คนเขียนได้แปลคำว่า ซานิวะ (審神者) เป็นคำว่า คนทรง
  • อย่าถามหาความหวานมุ้งมิ้งคิกคัก(?)ในฟิคเรื่องนี้ เพราะคนเขียนก็ยังหาไม่เจอ...
 

 
XI



         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระไม่ชอบให้คนจับจ้อง โดยเฉพาะใบหน้าของตัวเอง จะยกเว้นก็แต่ยามที่ต้องทำแผลชั่วคราวก่อนการซ่อมแซมจากคนทรง ซึ่งผู้ที่ทำแผลให้ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้จังหวะนี้จ้องใบหน้าของเขาได้อย่างอิสระ


         คะชูคิโยมิทสึมักจะบ่นเรื่องที่เขาใช้ผ้าสกปรกเก่าๆ คลุมตัวอยู่เสมอ มิดาเระโทชิโร่จะพูดว่าสวยออกมาตรงๆ ส่วนเฮชิคิริฮาเซเบะจะไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ยะเก็นโทชิโร่จะบ่นเรื่องที่เขาชอบทำให้ร่างเนื้อมีบาดแผลมากกว่า ในขณะที่อิชิคิริมารุจะเตือนอย่างตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


         ที่เหมือนกันเกือบทั้งหมดคือ เมื่อได้เห็นแล้วก็จะละสายตากลับไปดูแผล ไร้ซึ่งความสนใจใดๆ อีก


         แต่นัยน์ตาที่ซ่อนเดือนเสี้ยวคู่นี้ผิดแปลกออกไป


         จับจ้องนิ่งงันราวเพ่งพิศหาบางสิ่ง


         “...เจ้านี่...”


         คำเปรยเอ่ยขึ้นพร้อมสัมผัสแผ่วเบาตรงสันกราม ก่อกระแสบางอย่างแล่นวาบผ่านผิวเนื้อ


         และก่อนจะได้คิดสงสัย สัญญาณอันตรายก็ดังวิ้งขึ้นในหัวให้ร่างกายขยับไปตามสัญชาตญาณทันที


         โครม!


         ‘ยามัมบะกิริคุนิฮิโระ’ หยุดนิ่งห่างจากลำคอขาวเพียงจดคมดาบด้วยการกีดกั้นจากคมมีดสั้นของฮิราโนะโทชิโร่และซาโยะซามอนจิ จิตสังหารสองฝ่ายปะทะคละคลุ้งเต็มห้อง กระจายออกไปเบื้องนอกจนสึกุโมะงามิหลายตนต้องเยี่ยมหน้าเข้ามาดู ก่อนที่บางส่วนจะแยกย้ายกลับไปทำงาน เหลือเพียงนากิคิทสึเนะที่ยังยืนรอดูสถานการณ์ที่นอกห้อง


         “คุนิฮิโระ ใจเย็นๆ ก่อน”


         ซาโยะซามอนจิเอ่ยเสียงเย็นโดยไม่ลดมีดของตนลง ตาสีฟ้าจับจ้องนัยน์ตาสีเขียวอมฟ้าที่เป็นประกายอย่างระมัดระวัง ไม่คิดเลยว่าการที่ตนเดินตามฮิราโนะโทชิโร่โทชิโร่มาด้วยเพราะถูกใช้ให้เอาชากาใหม่มาเปลี่ยนให้ จะกลายเป็นเรื่องอันตรายแบบนี้ไปได้


         “ท่านคุนิฮิโระ ได้โปรดลดดาบลงด้วย” ฮิราโนะโทชิโร่ร้องขอเสียงเข้ม ลมหายใจติดขัดจากจิตสังหารเข้มข้นของซาโยะซามอนจิและยามัมบะกิริคุนิฮิโระ สำหรับมีดสั้นที่ทำหน้าที่ปกป้องผู้เป็นนายซึ่งอยู่ในจวนตลอดเวลา ย่อมไม่อาจเคยชินหรือมีจิตสังหารได้เท่าดาบหรือมีดสั้นที่เคยลงไปอยู่ในสมรภูมิรบการฆ่าฟันมาก่อน


         ร่างเล็กสูดหายใจลึก ก่อนจะพูดต่อในสิ่งที่น่าจะทำให้สติสัมปชัญญะของอีกฝ่ายกลับมาได้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนผละจากตำแหน่งข้างกายของผู้เป็นนายมาอยู่ที่นี่อีกด้วย


         “นายท่านมีคำสั่งเรียกหาท่านคุนิฮิโระขอรับ”


         แรงกดของดาบคลายลงทันที สึกุโมะงามิมีดสั้นทั้งสองรอจนอีกฝ่ายเก็บดาบและเก็บจิตสังหารกลับไป จึงค่อยคลายความระวังลงและเก็บมีดของตนไปด้วย เช่นเดียวกับสึกุโมะงามินอกห้องที่ยอมกลับไปทำงานได้ในที่สุด


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระส่งดาบของตนกลับไปยังแท่นวางตามเดิม แล้วดึงฮู้ดของตนลงมายิ่งกว่าปกติปกปิดใบหน้าทั้งหมด


         “โทษที แต่ฝากด้วย” ร่างใต้ผ้าคลุมพูดเพียงแค่นั้นก็เดินออกจากห้องไป


         “ท่านมิกะสึกิไม่เป็นอะไรนะขอรับ” ฮิราโนะโทชิโร่หันไปมองสึกุโมะงามิสมัยเฮย์อันที่น่าจะตกใจไม่น้อย แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้านั้นแทน ไม่เพียงแค่นั้น แต่มิกะสึกิมุนิจิกะกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยซ้ำ


         “อ้อ ข้าไม่เป็นไรหรอก” ผู้ถูกมองตอบคำถามของร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้มบางก่อนจะชะงัก แล้วยกมือขึ้นมาลองขยับไปมาเพื่อยืนยันอาการปวดแปลบที่เกิดขึ้น


         “อ้อ...แต่ข้อมือของข้ารู้สึกแปลกๆ สักหน่อย”


         ฮิราโนะโทชิโร่จึงเอ่ยขอให้ร่างสูงนั้นส่งมือมาให้ตนตรวจดู พร้อมถามคำถามสองสามข้อ แม้จะไม่เก่งกาจเท่ายะเก็นโทชิโร่หรือเฮชิคิริฮาเซะเบะ แต่แค่อาการบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ว่าใครในฐานบัญชาการนี้ก็สามารถปฐมพยาบาลให้ได้


         “คงเคล็ดน่ะขอรับ เดี๋ยวข้าจะไปเอาผ้ามาพันให้นะขอรับ” ร่างเล็กสรุปแล้วลุกขึ้นทว่าถูกรั้งไว้ด้วยคำพูดเสียก่อน


         “ไม่ต้องหรอก”


         ฮิราโนะโทชิโร่หันกลับมามองคนเจ็บด้วยความงงงัน


         มิกะสึกิมุเนจิกะส่งยิ้มยืนยันคำพูดของตน แล้วหันไปช่วยซาโยะซามอนจิเก็บหมากโชกิที่หล่นกระจายทั่วห้องแทน

 

--------------------------------------------------
 


         อะไร! มันคืออะไร! นั่นมันอะไรกัน!!


         ขายาวก้าวกระแทกตึงตังไปตามทางเดินพร้อมด้วยสายตาสนใจปนประหลาดใจของสึกุโมะงามิตนอื่น เพราะแทบจะไม่เคยเห็นท่านหัวหน้าหน่วยหลักมีอาการปั้นปึ่งเดินลงส้นรุนแรงขนาดนี้มาก่อน แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ทุกตนก็สรุปว่าสาเหตุคงมาจากเหตุการณ์นั้น


         ซึ่ง...มันก็ถูกต้องเกือบทั้งหมด เพียงแต่มีรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่มีผู้ใดรู้


         “วะ!!”


         ชั่ววินาทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ร่างสีขาวร่างหนึ่งก็พลันโผล่พรวดขึ้นมาตรงหน้า กระชากสติที่กระจายให้กลับมาตามสัญชาตญาณ พร้อมกับส่งกำปั้นเข้าใส่ร่างนั้นด้วยสัญชาตญาณเช่นกัน


         ทว่าหมัดขวาตรงของยามัมบะกิริคุนิฮิโระกลับถูกหยุดเอาไว้ก่อนที่มันจะปะทะกับใบหน้าขาวกลับหัวกลับ หางที่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจยิ่ง


         “น่าตกใจจริงๆ ถึงข้าจะชอบแกล้งให้เจ้าตกใจแต่ข้าก็อดตกใจไม่ได้ที่เห็นเจ้าตกใจจริงๆ จริงๆ นะเนี่ย” สึรุมารุคุนินางะพูดพึมพำ หันมองกำปั้นของอีกฝ่ายที่ใช้มือรับไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นหน้าขาวๆ ของตนคงมีรอยช้ำเขียวช้ำม่วงให้เห็นหลายวันเป็นแน่


         “นานเท่าไหร่แล้วที่เจ้าตกใจกับแผนการของข้าน่ะ”


         ตาสีเขียวอมฟ้ามองใบหน้าที่กลับหัวกลับหางแล้วถอนหายใจแผ่วเบา ดึงมือกลับมา


         “ทำอะไรของเจ้าน่ะ สึรุมารุ”


         ร่างสีขาวเหมือนจะฟื้นจากอาการประหลาดใจ หัวเราะเบาๆ แล้วหมุนตัวกลับลงมายืนบนพื้นทางเดินตามปกติ


         “ข้าถูกนายท่านวานมา จริงๆ นางบอกให้ข้ารอแจ้งเจ้าที่ห้องละนะ แต่ข้าอยู่ในเขตคุ้มกันนั่นมาหนึ่งวันเต็มๆ จนจะเบื่อตายอยู่แล้ว เลยคิดว่าเดินมาหาเจ้าน่าจะดีกว่า อย่างไรเสีย อิจิโกะก็รับผลัดจากข้าไปเรียบร้อยแล้วด้วย ว่าแต่ เกิดอะไรขึ้นรึ”


         “ไม่มีอะไร” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระเลื่อนตาหลบพลางตอบ


         “ข้าคิดแล้วว่าเจ้าต้องตอบเช่นนี้” สึรุมารุคุนินางะพูดยิ้มๆ ด้วยความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ตนมองเห็นอาการสึกุโมะงามิตรงหน้าได้ค่อนข้างชัดเจน


         สายตาหลุบมองต่ำ มือที่เผลอกำกางเกงด้านข้างแทนฝักดาบ


         อาการอึดอัดใจที่ร่างตรงหน้ามักแสดงออกโดยไม่รู้ตัว


         ใบหน้าขาวระบายยิ้มกลั้นขำก่อนถามต้อนต่อด้วยนึกสนุกขึ้นมา ก็ใครใช้ให้ศัตรูบุกเข้ามาตอนที่คนทรงต้องพักฟื้นพลังกันล่ะ ตนเลยต้องติดแหง็กอยู่ในเขตแดนน่าอึดอัด ห้ามแกล้งคน ห้ามส่งเสียงดังตั้งหนึ่งวัน


         “เมื่อครู่ข้าเดินสวนกับพวกมีดสั้น ดูเหมือนเจ้าเกือบฟันมิกะสึกิทิ้ง โดนทำอะไรเข้ารึ”


         “ไม่ใช่”


         “คำตอบคือใช่สินะ”


         “ข้าตอบว่าไม่”


         “คิดว่าข้าอยู่กับเจ้ามานานเท่าไหร่กัน ถึงจะช้ากว่ามิทสึทาดะหรือพวกมีดสั้น แต่ข้าออกรบกับเจ้ามาตลอดตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่นะ แค่อาการปากไม่ตรงกับใจของเจ้าน่ะ ข้าพอดูออกอยู่หรอก”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระสะอึก แต่ก็อดเถียงต่อไม่ได้


         “ข้าหมายความตามที่พูด”


         “ขอรับ ขอรับ เจ้าจะฟันเจ้านั่นทิ้งข้าก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรหรอก แต่นายท่านจะเสียใจเอา” สึรุมารุคุนินางะว่าเสียงใสจนผู้ฟังต้องเหลือบตามองลอดขอบผ้าคลุม ยิ่งเห็นเช่นนั้น ร่างขาวก็ยิ่งอดหยอกต่อไม่ได้


         “การรบน่ะ ยิ่งมีทหารมีฝีมือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ถึงมิกะสึกิมุเนจิกะจะนิสัยแย่ไปบ้าง แต่พลังวิญญาณของเจ้านั่นเป็นของจริง ในอนาคตคงเป็นกำลังสำคัญหลักของนายท่านได้”


         ถ้าเจ้านั่นจะยอมทำสัญญาละก็...นะ


         สึรุมารุคุนินางะต่อสร้อยท้ายในใจ แต่จะว่าไปแล้วนายสาวของตนก็หัวดื้อพอตัว มันก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันว่าระหว่างทิฐิเย่อหยิ่งของเทพกับความดื้อด้านของมนุษย์ สิ่งไหนจะเป็นฝ่ายได้ชัยไป


         แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวละก็...ความดื้อด้านของคนทรงคงชนะไปอย่างหืดขึ้นคอกระมัง


         ตาสีทองจ้องสึกุโมะงามิตรงหน้าอย่างเก็บรายละเอียด สิ่งที่เห็นอย่างแรกคือความอึดอัดใจในแววตาซึ่งมีมาตั้งแต่เริ่มบทสนทนา ถัดมาคือเส้นเหงื่อจากขมับยาวไปตามขอบหน้า


         “เจ้านั่นอันตรายเกินไป”


         พักใหญ่กว่าที่ยามัมบะกิริคุนิฮิโระจะเอ่ยตอบ ปลายเสียงสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่หากไม่ได้ตั้งใจฟังแต่แรก ก็คงไม่มีทางจับได้


         สึรุมารุคุนินางะเลิกคิ้วสูง เรื่องที่มิกะสึกิมุเนจิกะอาจเป็นอันตรายต่อผู้เป็นนาย ไม่ว่าใครในฐานบัญชาการนี้ย่อมรู้ดีตั้งแต่ที่เห็นสึกุโมะงามิตนนั้นกล้าใช้พลังวิญญาณกดดันในยามที่นางอ่อนแอ แต่ตัวยามัมบะกิริคุนิฮิโระก็น่าจะรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงการ ‘แหย่’ เท่านั้น แต่ถ้าถามตนว่ามีส่วนใดของมิกะสึกิมุเนจิกะที่ทำให้ดูน่าระแวงแล้วละก็ คงเป็นท่าทางกับรอยยิ้มที่คาดเดาความคิดได้ยาก กับ...


         “ข้าคิดว่านางชำระ ‘สนิม’ ได้หมดจดนะ”


         ‘สนิม’ หรือที่คนทรงเรียกว่า ‘ความมืด’ คือคำที่สึกุโมะงามิดาบอย่างพวกตนใช้เรียกสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่ในดวงจิต ก่อให้เกิดความขุ่นมัว หมกมุ่นกับความผิดพลาดและเจ้านายที่ตนไม่อาจช่วยเอาไว้ได้ในอดีต ดาบทุกเล่มที่นำกลับมาจากสนามรบ จะมีสนิมเกาะพันเกี่ยวอยู่ หากต้องการดาบเล่มนั้นไว้ใช้งาน ก็ต้องทำการ ‘ชำระล้าง’ และนั่นคือหนึ่งในหน้าที่ของคนทรง


         เมื่อเทียบกับเมื่อราวครึ่งปีก่อนแล้ว ไม่ว่าจะพลังวิญญาณหรือความสามารถของนางก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และคนอย่างนาง ย่อมไม่มีทางทำผิดพลาดเป็นครั้งที่สองแน่


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระส่ายหน้าเงียบๆ ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่านายของตนจะพลาดหรือทำอะไรหละหลวมเช่นนั้น เพียงแต่...


         ...สายตานั่น สัมผัสนั่น...


         วูบแรก เขาเพียงถูกดึงดูดด้วยสีตาประหลาดที่เคยคิดว่าเป็นสีดำ ทว่าแท้จริงแล้ว มันเป็นสีเฉดของท้องฟ้ากลางดึกไปยังใกล้รุ่ง และใจกลางนั้นคือจันทร์เสี้ยวนวลข้างขึ้น


         งดงาม


         ไม่มีคำใดเหมาะสมกับสิ่งที่เขาเห็นยิ่งไปกว่าคำนี้


         ทว่า...


         ชั่วเวลาที่ปลายนิ้วเย็นสัมผัสถูกใบหน้า ดวงตางดงามนั่นก็พลันฉายประกายประหลาดที่ทำให้ทั้งร่างกระตุกวูบ ราวกับถูกมือเย็นยะเยียบที่มองไม่เห็นตะปบคว้าหลังคอ


         ไม่ใช่จิตสังหาร แต่อันตรายยิ่งกว่า


         กระทั่งตอนนี้ ทั้งร่างก็ยังเย็นเฉียบและตื่นตัวเช่นเดียวกับยามอยู่ในสนามรบ แต่เพราะมันเป็นเพียงลางสังหรณ์ ไม่ใช่ข้อสรุปจากการสังเกตการณ์อย่างที่เคยเป็น ยามัมบะกิริคุนิฮิโระจึงเงียบ ไม่คิดอธิบายอะไรอีก


         “...คุนิฮิโระ”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตาผู้ที่ขานชื่อเขา มือผอมทว่าแข็งแกร่งยกขึ้นวางลงบนไหล่ทั้งสองของเขา นัยน์ตาสีทองคู่นั้นเต็มไปด้วยแววจริงจังเคร่งเครียด


         “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังเครียด แต่ช่วงสามสี่วันที่ผ่านมา ข้าพบเรื่องน่าตกใจเรื่องหนึ่ง เจ้าต้องตั้งสติฟังให้ดี”


         น้ำเสียงราบเรียบติดเครียดขึงทำให้ยามัมบะกิริคุนิฮิโระสลัดสิ่งที่อยู่ในหัวทิ้งไปก่อน เพราะมีไม่กี่ครั้งที่สึรุมารุคุนินางะจะมีน้ำเสียงแบบนี้


         “เรื่องอะไร” ร่างใต้ผ้าคุลมย้อนถามเป็นเชิงเร่งให้พูด มือผอมทว่าแข็งแกร่งเอื้อมจับไหล่ทั้งสองให้ผู้ฟังรู้สึกเครียดยิ่งขึ้น


         แล้วสึรุมารุคุนินางะก็พูดออกมา


         “นายท่านของพวกเราน่ะ ถึงจะไม่ได้อาบน้ำมาตั้งหลายวันแต่ตัวก็ยังหอมล่ะ!”


         .................................................


         สึรุมารุคุนินางะพยักหน้าขึ้นลงเมื่อเห็นว่าผู้ฟังนิ่งค้างไป


         “ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ เจ้าคิดดูสิ อาทิตย์นี้นางนอนพักอยู่ในห้องตลอด ถึงจะไม่ได้ขยับตัวทำอะไร แต่มันก็น่าจะเริ่มส่งกลิ่นไม่ใช่หรืออย่างไร ข้าไม่คิดว่าพวกมีดสั้นจะคอยเช็ดตัวให้นางด้วย”
ร่างผอมกอดอกขมวดคิ้วขึงขัง ราวกับไม่เห็น ไม่ใส่ใจดวงตาสีเขียวอมฟ้าที่ลดประกายกลายเป็นสายตาเย็นชาแทน


         “หรือเพราะนายท่านเป็นคนรักสะอาด ดังนั้นบางช่วงถึงจะไม่อาบน้ำก็ไม่มี...”


         ไม่ทันจะได้พูดจนจบประโยค เสียงเยียบเย็นเสียงที่สามก็ดังขึ้นจากด้านหลัง


         “นี่ เจ้า...”


         “เอ้อ! มัวแต่คุยกับเจ้าจนลืมไปเลยว่าข้าควรกลับไปพักผ่อนเสียที...” สึรุมารุคุนินางะทุบมือตัวเองยิ้มกว้าง ก่อนจะรีบก้มตัวหลบหายนะที่ฟันฉับลงมาแบบไม่ให้โอกาสแก้ตัว


         “อย่าคิดหนีไปไหนเด็ดขาด!!” เฮชิคิริฮาเซเบะกระชับดาบในมือ ไม่คิดเลยว่าการเดินผ่านมาทางนี้จะได้ยินคำนินทาผู้เป็นนายเข้าแบบนี้ ทว่าผู้ถูกคาดโทษก็ไม่คิดอยู่รอ ออกวิ่งไปเสียก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดจนจบ โดยไม่ลืมส่งยิ้มกว้างพร้อมโบกมือลาให้ยามัมบะกิริคุนิฮิโระด้วย


         นัยน์ตาสีเขียวอมฟ้ามองลอดขอบผ้าคลุมไปยังเฮชิคิริฮาเซเบะที่วิ่งตามสึรุมารุคุนินางะตามไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็ถอนหายใจหนัก ดูท่าทางสึรุมารุคุนินางะคงจะไม่ได้โผล่หน้ามาร่วมมื้อเย็นในวันนี้แน่


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระคิดแล้วก็หันกลับไปเดินต่อ แต่ก้าวได้เพียงสองสามก้าวก็ต้องหยุด


         ...แล้วเรื่องที่คนทรงวานให้อีกฝ่ายมาแจ้งเขานี่คือเรื่องอะไรกัน...

 

 
 
 
 
 
☾. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・.☽

 

- ก็...นะคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะที่เป็นคนแบบนี้ 。゚(゚´Д`゚)゚。
 
 
ขอบคุณที่อ่านจนมาถึงบรรทัดนี้ค่ะ (。ゝ∀・)ゞ
 
 
โซนตอบคอมเมนท์
@fukaze : มาให้กำลังใจกันค่ะ! /โบกพู่เชียร์
@loss : ขอบคุณสำหรับการโหวต(?)ค่ะ!  
@Windy_pure : ขอบคุณมากค่ะ ตอนเขียนก็เหมือนกันฟินค่ะ T_Tb
@Mei : ขอบคุณมากค่ะ!! จะพยายามปั่นให้เร็วที่สุดค่ะ! T_T!

Comment

Comment:

Tweet

เดือนนี้จะมาไหมฮะ (แบบว่า คลิกเข้ามาเปิดทุกวันวันละ 2-3 รอบเลยนะ) [มองด้วยสายตาคาดหวัง]

#3 By Question (171.96.170.249) on 2015-12-29 22:18

ปู่คิดที่จะทำอะไรยามัมบะน่ะ ใจเย็นๆก่อนสิ เดี๋ยวยามมัมบะเชือดปู่ขึ้นมาจะทำไง ยามัมบะเวลากลัวกับตกใจน่ากลัวอ่ะ นี่ท่าร่างกายขยับได้ไม่ไวล่ะก็ ช้ำแน่ๆอ่ะสึรุ

ดูเหมือนสึรุจะลืมงานที่ได้รับมาแล้วสินะคะ ตอนหน้าถ้าให้เดาปู่คงใช่ข้ออ้างมือเจ็บให้ยามัมบะดูแลรึเปล่านะ เพราะปู่ยิ้มเจ้าเลห์อ่ะ แอบกังวลแทนยามัมบะเลย

 

#2 By loss on 2015-11-24 23:43

น้องตกใจได้น่ากลัวไปแล้วค่ะ   นั่นคือตกใจของน้องเหรอคะ;w;

หรือปู่ทำอะไรกันแน่คะ  ทำไมน้องถึงได้ตกใจถึงขนาดกลับไปตั้งหลักแถมตั้งการ์ดขู่ฟ่อๆเหมือนแมวขนาดนั้นเลยคะนั่น

ยามันบะซังคะ  ปู่ไม่น่ากลัวกับคนอื่นหรอกค่ะ  น่าจะน่ากลัวกับยามันบะซังคนเดียวนะคะ ;w;

อ่านตอนนี้รู้สึกว่าน้องกลัวปู่มากเลยค่ะ   คือไม่รู้ใช่กลัวมั้ยแต่รู้ว่ายังไงคงระวังตัวมากกว่าเดิมแบบไม่มีทางอยู่กันสองต่อสองอีกแหงๆ  ยกเว้นมีข้ออ้างอย่างคำสั่งของคนทรง(?)  อะไรงี้

ปู่คะ  ทำน้องงอนแถมระวังตัวหลายเท่า  แล้วจะง้อยังไงล่ะคะ ;w;

เรายังรอฉากสวีตของปู่กับน้องอยู่นะคะ   ปู่ต้องง้อนะคะ ;w;

#1 By Windy_pure on 2015-11-24 22:57