[刀剣乱舞] Shortfic 初日の出

posted on 03 Jan 2016 02:06 by foundation directory Fiction
Fandom : Touken Ranbu 
Gerne : PG
Pairing : มิกะสึกิมุเนจิกะ x ยามัมบกิริคุนิฮิโระ
Summary : Shortfic ตอนพิเศษ(มั้ง)สั้นๆ แบบชั่ววูบ /ลูบหน้า


Warning : 

  • เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการ โดยนำคาร์แรกเตอร์และข้อมูลส่วนหนึ่งมาจาก Browser Game Touken Ranbu
  • เนื่องจากเป็นฟิคชั่นและความเรื่องมากของคนเขียน(....) ทำให้ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ/ระบบในเกม ให้เหมาะสมกับเวอร์ชั่นนิยาย ท่านที่แวะเข้ามาท่านใดที่ไม่ชอบ ไม่ถูกกับการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จขบ.ขอแนะนำให้ท่านปิดหน้านี้
  • คนเขียนได้แปลคำว่า ซานิวะ (審神者) เป็นคำว่า คนทรง
  • **Spoiled** มีส่วนที่สปอยอีเวนท์ปีใหม่อยู่ค่ะ
 

 
 初日の出
(แสงแรกของปี)
 

         เสียงเฮฮาที่ดังโหวกเหวกมาตั้งแต่หัวค่ำ บัดนี้เริ่มสร่างซาเหลือเพียงเสียงพูดคุยเบาๆ เหล่ามีดสั้นนั้นเล่นกันจนเหนื่อยหลับไปแทบจะทันทีที่กล่าวทักทายวันปีใหม่กับคนทรง เหล่าพี่ชายจึงพากันพาน้องเล็กกลับไปนอนที่ห้อง ขณะที่ห้องของอะวาตะกุจินั้น โฮริคาวะคุนิฮิโระอาสาวิ่งไปช่วยปูที่นอนเตรียมไว้ ขณะที่คนอื่นๆ ก็อาสาช่วยอิจิโกะฮิโตฟุริพาเด็กๆ กลับไปนอนที่ห้อง


         “ช่วยได้มากเลยขอรับ” พี่ใหญ่ของตระกูลอะวาตะกุจิหันมาก้มศีรษะให้อีกคนที่เพิ่งก้าวออกจากห้อง หลังจากที่คนอื่นๆ กลับไปยังห้องทานอาหารเพื่อดื่มฉลองปีใหม่กันต่อ


         “มีพี่น้องมากอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้อยู่แล้ว” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระตอบเสียงต่ำอย่างไม่คิดว่าเป็นเรื่องรบกวนอะไร อย่างไรเสีย เขาเองก็สนิทกับพวกมีดสั้นมากเช่นกัน


         อิจิโกะฮิโตฟุริตอบรับพร้อมรอยยิ้มภูมิใจ ไม่มีร่องรอยของความเหน็ดเหนื่อยหรือรำคาญใจให้เห็นบนใบหน้านั้นสักนิด


         “แต่ปีที่แล้วที่ข้ายังไม่ได้มาที่ฐานบัญชาการนี้ คงเป็นท่านคุนิฮิโระสินะขอรับที่ต้องพาพวกน้องๆ เข้านอน ต้องขออภัยและขอบพระคุณมากจริงๆ ขอรับ” ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีฟ้าก้มลงอีกครั้ง ให้คนมองถอนหายใจ ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายมาถึงฐานบัญชาการนี้ ยามัมบะกิริคุนิฮิโระก็ได้รับการก้มหัวแบบนี้นับสิบครั้ง จากที่ลนลานในตอนนแรก กลายเป็นความเกรงใจเสียแทน


         “ข้าเคยบอกแล้วว่าไม่ได้ลำบากอะไร อีกอย่าง คนที่ดูแลน้องของเจ้าจริงๆ ก็คือยะเก็นต่างหาก ข้าไม่ได้ทำอะไรสักนิด”


         อิจิโกะฮิโตฟุริเงยหน้าขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ เพราะจากที่ฟังจากปากฮิราโนะโทชิโร่ ดูเหมือนจะตรงข้ามกับที่สึกุโมะงามิตรงหน้าบอกที่ว่า ช่วงแรกสึกุโมะงามิที่อยู่ที่ฐานบัญชาการแห่งนี้มีเพียงดาบมาตรฐานกับมีดสั้นเท่านั้น กว่าโชคุไดคิริมิทสึทาดะที่เป็นสึกุโมะงามิของดาบยาวจะมาก็นานเป็นเดือน ดังนั้น จะบอกว่ายามัมบะกิริคุนิฮิโระไม่ได้ทำอะไรก็ไม่ได้ แต่อีกฝ่ายก็มีนิสัยแบบนี้ สุดท้ายอิจิโกะฮิโตฟุริจึงเก็บคำขอบคุณและขอโทษอีกหลายสิบครั้งไว้ในใจ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดเสียแทน


         “ถ้าอย่างนั้น พวกเรากลับไปที่ห้องทานอาหารดีไหมขอรับ”


         “ไม่ล่ะ” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระดึงผ้าคลุมของตัวเองลงมาเล็กน้อยตามนิสัย “คืนนี้ข้าคงขอตัว ถึงพรุ่งนี้จะไม่ต้องทำอะไรก็เถอะ”


         “งั้นหรือขอรับ...เช่นนั้น ข้าขอพูดอีกสักครั้ง สวัสดีปีใหม่ขอรับ ท่านคุนิฮิโระ ปีนี้ข้าต้องขอฝากตัวด้วยอีกปี ขอให้เป็นปีที่ดีและฝันดีนะขอรับ” อิจิโกะฮิโตะฟุริพูดด้วยรอยยิ้มบาง ก้มศีรษะลงเพียงเล็กน้อยเป็นการแสดงความเคารพตามมารยาท ในขณะที่คู่สนทนากลับตอบเพียง “อา...” ต่ำๆ ในคอ แล้วก้าวหลบเดินจากไปเท่านั้น
 
--------------------------------------------------



         ทางเดินว่างเปล่า พื้นที่ในสวนส่วนหนึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวคล้ายเรืองแสงด้วยแสงจันทร์สลัวเบื้องบน ยามัมบะกิริคุนิฮิโระก้าวยาว ผ่อนจังหวะช้ากว่าปกติ ทว่าสายตานั้นมองตรง เต็มไปด้วยความระมัดระวังเช่นปกติ จริงอยู่ว่าเวรเดินยามในคืนนี้จะไม่ใช่ตนเอง แต่จะให้เฮฮาไม่คิดอะไรนั้นก็ทำไม่ได้ แต่จะให้เดินตรวจทั้งคืนก็อาจจะเป็นการดูถูกผู้ที่เฝ้ายามในคืนนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจว่าจะเดินดูสักรอบหนึ่ง หลังจากนั้นจึงค่อยไปนั่งเฝ้าระวังที่ห้องของตัวเองต่อ


         พลัน ความมืดเบื้องหน้าก็ขยับวูบไหว นัยน์ตาสีเขียวอมฟ้าเป็นประกายวูบหนึ่งแล้วดับลง เมื่อจำได้ว่าสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่นั้นคืออะไร


         “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่ มิกะสึกิมุเนจิกะ”


         เงาตะคุ่มหยุดชะงักก่อนจะหันมาให้เห็นใบหน้างดงามคุ้นตา ดูเหมือนแสงจันทร์สลัวจะไม่ทำให้ใบหน้านั้นมัวหมองลงแม้แต่นิด


         “คุนิฮิโระ เจ้าเองรึ” น้ำเสียงเจือด้วยความยินดี มิกะสึกิมุเนจิกะเอ่ยเรียกพลางหันกลับมาหาทั้งตัว “กำลังจะไปเข้านอนรึ”


         “...เจ้ามาทำอะไรแถวนี้ แถวนี้ไม่ใช่ฝั่งห้องพัก” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระถามซ้ำอย่างไม่เห็นว่าคำตอบของตนจะสำคัญกับอีกฝ่ายตรงไหน


         “อ้อ...งั้นหรือ” ร่างสูงหยุดมองซ้ายขวาเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มบางออกมา “ข้าคิดว่าข้ากำลังเดินทางกลับห้อง”


         ผู้ฟังได้ยินแล้วก็เงียบไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบว่ามิกะสึกิมุเนจิกะกำลังหลงทาง เพียงแต่ระยะเวลาที่อีกฝ่ายมาถึงฐานบัญชาการนี้นั้นล่วงเลยมากเกือบปีแล้ว แล้วเหตุใดจึงยังหลงทางเกือบทุกครั้งไป


         “ข้าไม่ชอบกลางคืนเลยจริงๆ ทุกอย่างล้วนมืดทึม ไม่ชัดเจน”


         ร่างเล็กกว่ามองลอดขอบผ้าคลุมขึ้นมองผู้ที่เอ่ยขึ้นมาได้จังหวะราวกับอ่านใจเขาได้ยังไงยังงั้น แต่สิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นก็เป็นเรื่องจริง และไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องโกหกเขา อย่างไรเสียเรือนฝั่งนี้ก็ไม่ใช่ฝั่งของห้องคนทรง


         “ทางนี้ ให้ข้าเดินไปส่งเจ้าก็แล้วกัน” เมื่อได้ข้อสรุป ยามัมบะกิริคุนิฮิโระก็เอ่ยขึ้น เลื่อนแผนที่จะเดินตรวจฐานบัญชาการไปเป็นลำดับถัดไป ขืนปล่อยให้เดินหลงไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะโผล่ไปที่ไหน ดีไม่ดีอาจจะหลุดไปนอกฐาน...


         ไม่หรอกน่า...แต่ป้องกันไว้ก่อนก็น่าจะดี


         “ขออภัย ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ” มิกะสึกิมุเนจิกะยิ้มรับอย่างยินดีแล้วก้าวเข้ามาเดินข้างๆ “ข้าคิดว่าเจ้าจะอยู่ฉลอง ‘โต้รุ่ง’ กับคนอื่นๆ เสียอีก วันพรุ่งคนทรงให้ทุกคนหยุดพักผ่อนไม่ใช่รึ”


         ร่างสูงออกเสียงคำศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้ในวันนี้อย่างไม่คุ้นปากเท่าไหร่นัก


         “ข้าไม่ถูกกับงานสังสรรค์” สึกุโมะงามิข้างตัวตอบสั้นแต่ชัดเจน มิกะสึกิร้องอ้อขึ้นมาเบาๆ แล้วหัวเราะ


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระหันไปมอง แม้แสงจะน้อยแต่เขาก็เห็นรอยยิ้มขำบนใบหน้านั้นได้ค่อนข้างชัดทีเดียว


         “มีอะไรน่าขำ” ร่างเล็กกว่าเปรยถามเสียงต่ำและขุ่นเคืองเล็กน้อย


         “โอ้...เปล่าเลย ข้าเพียงแต่นึกถึงช่วงวันแรกๆ ที่มาถึงที่นี่เท่านั้น ตอนนั้นเจ้าก็แอบหนีออกมาแบบนี้เช่นกัน” มิกะสึกิมุเนจิกะตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะแผ่วเบา


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งจึงจะนึกออก


         “เจ้าเองก็หนีออกมาเหมือนกัน”


         “นั่นเพราะข้าอยากคุยกับเจ้า” ร่างสูงตอบตรงไปตรงมายิ้มๆ ให้คนที่ยังไม่คุ้นกับคำพูดเช่นนี้ถึงกับสะดุ้งในใจ ยกมือดึงผ้าคลุมปิดหน้ายิ่งกว่าเดิมตามนิสัย ดวงตาสีท้องฟ้ายามรุ่งสางพินิจมองการกระทำนั้นแล้วก็นึกขำด้วยความเอ็นดู


         “นี่ คุนิฮิโระ...”


         มิกะสึกิมุเนจิกะเรียกนำ ก่อนจะเอื้อมมือแตะไหล่กว้างให้หยุดเดิน ยามัมบะกิริคุนิฮิโระเงยหน้าขึ้นมองเป็นคำถาม ทว่าก็ไม่มากพอจะทำให้เห็นนัยน์ตาสีเขียวอมฟ้าคู่นั้นได้


         “ในเมื่อคืนนี้เจ้าไม่คิดนอนหลับอยู่แล้ว ดังนั้นมาอยู่เป็นเพื่อนตาแก่ผู้นี้รับรุ่งอรุณแรกของปีได้ไหม”
ร่างเล็กกว่าชะงักแข็งเกร็งกับคำชวนที่เหนือความคาดหมาย ทว่าวินาทีต่อมาใบหน้านั้นก็หลุบต่ำ มือขวาเอื้อมกำผ้าคลุมตรงเอวด้านซ้ายอย่างลืมตัว


         “เจ้าควรนอนพักผ่อนมากกว่า เจ้าเพิ่งกลับมาจากออกสำรวจไม่ใช่หรือไง”


         “แค่นั่งคุยกับเจ้า คงไม่สร้างภาระให้ร่างเนื้อนักหรอก ไม่สิ...ได้คุยกับเจ้า สำหรับข้าก็ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งเหมือนกันต่างหาก”


         “คุยกับของเลียนแบบอย่างข้าไปก็ไม่มีความหมายอะไร...มีแต่จะยิ่งง่วงเท่านั้น” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระตอบปัดเสียงต่ำ ทว่าคนฟังกลับถามย้อนด้วยแววตาใสซื่อ


         “ข้าอยากคุยกับเจ้า เพียงเท่านี้ก็ไม่พอหรือ”


         คนฟังอย่างเขาจึงสะอึกเงียบไปอีกครั้งแบบไม่รู้จะรับมืออย่างไร ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา การพูดคุยกับมิกะสึกิมุเนจิกะมักเป็นเช่นนี้เสมอ ถูกร้องขออย่างตรงไปตรงมา จนหลายครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าภายใต้รอยยิ้มงดงามนั่น อีกฝ่ายนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ถ้าเป็นเพียงการหยอกล้อก็คงดี....ไม่สิ...


         “อีกอย่าง เจ้าไม่ต้องกลัวไป ตาแก่อย่างข้าน่ะ ตื่นก่อนแสงอรุณจะจับขอบฟ้าเสมอ รับรองว่าปลุกเจ้าขึ้นมารับแสงแรกของปีได้แน่นอน”


         คำอธิบายต่อมาพร้อมเสียงหัวเราะสั้นๆ ประจำตัว ทำให้ร่างใต้ผ้าคลุมที่เผลอนิ่งไปถอนหายใจหนักหน่วงออกมา ไม่รู้ว่าจงใจบิดเบือนความหมายที่เขาพูดหรือจะเข้าใจตามความหมายที่พูดออกมาจริงๆ


         “ปีใหม่ทั้งที แต่เจ้ากลับเลือกที่จะอยู่กับข้าเนี่ย...ช่างแปลกคนจริงๆ”


         มิกะสึกิมุเนจิกะยิ้มกว้างขึ้น ส่ายหน้าช้า


         “เพราะเป็นเจ้าต่างหาก”


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระเงียบไปอีกครั้ง ภายในอกกระตุกวูบจนเผลอยกมือขึ้นกดย้ำให้แน่ใจว่าร่างกายตรงส่วนนั้นไม่ได้เป็นหลุมหรือตกหล่นหายไปที่ใด


         เขาคงดื่มมากเกินไป...ร่างกายถึงได้รู้สึกร้อนขึ้นแบบนี้


         ร่างใต้ผ้าคลุมคิดพลางเลื่อนมือขึ้นดึงฮู้ดลงต่ำยิ่งขึ้นราวกับต้องการหลบสายตาของร่างสูงตรงหน้า
         “งั้นก็ไปที่ห้องของเจ้าก็แล้วกัน”


         มิกะสึกิมุเนจิกะพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม ทว่าในอกนั้นรู้สึกคับแน่นด้วยความยินดี


         “เช่นนั้น ข้าจะไปขอให้มิทสึทาดะชงชาให้เสียหน่อย”


         “ไม่ต้อง! ...แค่ชา ข้าชงให้เจ้าได้” ยามัมบะกิริคุนิฮิโระรีบออกปากห้าม คืนนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เขาก็ไม่มีทางย่างกรายเข้าไปใกล้วงเหล้าโต้รุ่งนั่นแน่ๆ


         ร่างสูงกว่ากะพริบตาปริบไม่เข้าใจ ทว่าสุดท้ายก็ยิ้มและพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินตามร่างใต้ผ้าคลุมไปอย่างอารมณ์ดี


         ปีนี้คงเป็นปีที่ดีอย่างแน่นอน


☾. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・.☽



- อาจจะช้าไปสักหน่อย แต่ก็ สวัสดีปีใหม่ค่ะ! ขอให้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกๆ คนนะคะ!! (>///<)b


จบโซนทักทายอย่างรวดเร็ว เข้าสู่โซนสารภาพบาป

- ขอโทษที่หายไปนานค่ะ ติดมรสุมชีวิตกับงานหลวง Orz
- ตอนหลักที่ 12 จะมาต่อภายในอาทิตย์นี้(10)ค่ะ /ก้มกราบสวยๆ
- เป็นตอนที่เขียนหลังจากเจอมัมบะออกมาทักทายปีใหม่ จริงๆ ก็คิดว่าทุกคนอาจจะเคยอ่าน/เห็นแนวๆ นี้มาแล้ว แต่ก็ยังอยากเขียนอยู่ดีน่ะค่ะ T_T
- เนื่องจากไหม้มาก(ตลอด) ปั่นเอาตอนหลังเที่ยงคืนตลอด เลยใช้เวลาพิมพ์อยู่สามวัน ดังนั้นถ้ามีคำผิดหรือมีคำติตรงไหน แปลกยังไงก็เมนท์มาได้เลยนะคะ ( ´▽`|||)ゞ 


สวัสดีปีใหม่ 2016/2559 ค่ะ!♥

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีปีใหม่เช่นกันคะ

ยามัมบะน่ารัก ปู่เองก็น่ารัก แล้วก็.....ช่างสมกับเป็นท่านปู่ซะจริงอยู่มาเกือบปีก็ยังหลงทางได้อีก แถมยังไม่รู้ความน่ากลัวของพวกที่เมาแล้วสร้างหายนะในห้องนั้นด้วย จะเรียกว่าซื่อหรืออะไรดีนะ

#1 By loss on 2016-01-03 20:48