[Fic] 刀剣乱舞 : Mikatsuki x Yamanba 13

posted on 11 May 2016 00:22 by foundation directory Fiction
Fandom : Touken Ranbu 
Gerne : PG
Pairing : มิกะสึกิมุเนจิกะ x ยามัมบกิริคุนิฮิโระ
Summary : บทสนทนาของคนทรงกับมัมบะ

Warning : 
  • เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการ โดยนำคาร์แรกเตอร์และข้อมูลส่วนหนึ่งมาจาก Browser Game Touken Ranbu
  • เนื่องจากเป็นฟิคชั่นและความเรื่องมากของคนเขียน(....) ทำให้ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ/ระบบในเกม ให้เหมาะสมกับเวอร์ชั่นนิยาย ท่านที่แวะเข้ามาท่านใดที่ไม่ชอบ ไม่ถูกกับการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จขบ.ขอแนะนำให้ท่านปิดหน้านี้
  • คนเขียนได้แปลคำว่า ซานิวะ (審神者) เป็นคำว่า คนทรง
  • อย่าถามหาความหวานมุ้งมิ้งคิกคัก(?)ในฟิคเรื่องนี้ เพราะคนเขียนก็ยังหาไม่เจอ...
 

 
XIII
 
 


         "ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่"


         นั่นคือคำถามแรกของยามัมบะกิริคุนิฮิโระเมื่อเดินมาถึงห้องรักษาซึ่งเป็นจุดหมาย เบื้องหน้านั้นคือร่างโปร่งของอิจิโกะฮิโตฟุริที่น่าจะเพิ่งเปลี่ยนเวรเฝ้าระวังกับสึรุมารุคุนินางะที่หยุดคุยกันก่อนหน้านี้ ข้างๆ กันนั้นคือมาเอดะโทชิโร่ สึกุโมะงามิมีดสั้นอีกตนหนึ่งที่รับหน้าที่ต่อจากฮิราโนะโทชิโร่


         อิจิโกะฮิโตะฟุริยิ้มเจื่อนให้คนถามที่พอจะเดาว่า อีกฝ่ายคงเจอลูกดื้อของคนทรงสาวผู้เป็นนายจนต้องยอมแพ้และปล่อยให้เธอทำตามใจในที่สุด


         "นายท่านให้ท่านอิชิกิริมารุมาตรวจอีกครั้งแล้วขอรับ ท่านอิชิกิริมารุยืนยันว่าถ้าแค่ฟื้นฟูร่างกายให้ท่านคุนิฮิโระเพียงคนเดียวละก็คงไม่มีปัญหาอะไร"


         ร่างโปร่งชี้แจงเพิ่มเติม ไม่ใช่เพื่อแก้ตัวแต่เพื่อให้อีกฝ่ายโล่งใจและยอมให้คนจัดการซ่อมแซมร่างเนื้อให้แต่โดยดี ก่อนเสริมต่อ


         "ส่วนเรื่องหน้าที่ดูแลท่านมิกะสึกิในเย็นนี้ นายท่านได้ฝากฝังให้ท่านอิชิกิริมารุเป็นคนไปดูแลแทนแล้วขอรับ"


         "เรื่องนั้น ชิชิโอบอกข้าแล้ว"


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระตอบ


         ตอนที่เขาเดินไปเจอแต่ห้องที่ว่างเปล่า เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าเรื่องที่คนทรงวานให้สึรุมารุคุนินางะมาบอกตน คงเป็นเรื่องที่เจ้าตัวจะออกจากห้องไปที่อื่น ถึงจะน่าหงุดหงิดแต่ยามัมบะกิริคุนิฮิโระก็พอเดาได้ว่าสถานที่ที่คนทรงจะไปกระทั่งในช่วงเวลาที่สภาพร่างกายตัวเองไม่ปกตินั้นคือสถานที่ใดบ้าง และระหว่างที่เดินย้อนกลับมา ก็เจอกับชิชิโอที่กำลังเดินตามหาเขาอยู่พอดี


         ในใจตอนที่ได้ยินก็อดคิดไม่ได้ว่า นายของเขาช่างเตรียมพร้อมได้ดีแบบที่ไม่รู้ว่าเป็นความคิดของเจ้าตัวเอง หรือมีพรายกระซิบที่ชื่อเฮชิคิริฮาเสะเบะคอยให้คำแนะนำกันแน่


         "ท่านสึรุมารุไม่ได้แจ้งท่านคุนิฮิโระจริงๆ สินะขอรับ..." อิจิโกะฮิโตะฟุริที่เป็นคนไหว้วานชิชิโอเปรยขึ้นพลางถอนหายใจเบาๆ อดคิดไม่ได้ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่เคยทำให้ผิดหวังกับเรื่องแบบนี้สักครั้งเลยนะ


         "เจ้านั่นโดนฮาเสะเบะหมายหัวน่ะ" สึกุโมะงามิที่อยู่ใต้ผ้าคลุมขะมุกขะมอมผืนใหญ่เฉลยแบบไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากไปกว่านี้ กิตติศัพท์เรื่องฝีเท้ากับนิสัยฝังใจของฮาเสะเบะนั้นเป็นที่รู้กันทั่ว ดังนั้นทุกคนในฐานบัญชาการนี้จึงรู้ดีว่าถ้าไม่อยากถูกไล่กวดจนหมดแรงแถมยังลงเอยด้วยการนั่งสำนึกผิดอีกเป็นชั่วโมง และอาจรวมถึงโทษอื่นๆ ก็อย่าไปยั่วโมโหฮาเสะเบะเด็ดขาด


         "อีกแล้วหรือขอรับ..." อิจิโกะฮิโตะฟุริพึมพำอ่อนใจ ตั้งแต่ตนมาอยู่ที่นี่ ก็รู้สึกเหมือนจะเห็นภาพสึรุมารุคุนินางะนั่งสำนึกผิดเกือบทุกวันจนใกล้จะเป็นภาพติดตาเข้าไปทุกที


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระไม่พูดอะไรต่อ แต่เลื่อนประตูตรงหน้าออกแล้วก้าวเข้าไปด้านในแทน


         หลังประตูนั้นคือห้องว่างที่ถูกแบ่งด้วยฟุซุมะบานหนึ่ง เมื่อเลื่อนออก จึงได้เห็นร่างเล็กบอบบางของคนทรงที่หมอบต่ำในชุดพิธีสีขาว-แดงอยู่ตรงกลางห้อง ด้านหลังคือประรำพิธีขนาดเล็ก แท่นบูชา และแท่นวางดาบคุ้นตา


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระก้าวเข้าไปคุกเข่านั่งลงเบื้องหน้าร่างนั้น ด้วยระยะที่ห่างเพียงเอื้อม ทำให้เขามองเห็นลำคอขาวที่อยู่ใต้เรือนผมสีเข้มซึ่งถูกมัดรวบด้วยกระดาษแผ่นยาวได้ค่อนข้างชัดถนัดตา


         ยามปกติ คือนายกับดาบผู้รับใช้


         ทว่ายามนี้ คือมนุษย์ผู้ต่ำต้อยกับเทพผู้สูงศักดิ์


         สึกุโมะงามิหนุ่มไม่ค่อยชอบสถานที่แห่งนี้นัก ส่วนหนึ่งเพราะมันทำให้รู้สึกถึงความอ่อนแอของตัวเอง อีกส่วนหนึ่ง คือการต้องมาเห็นท่าทางเช่นนี้ของสตรีตรงหน้า เขาเคยพูดเรื่องที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องทำท่านอบน้อมถึงขนาดนี้ก็ได้ ก็ถูกตอบกลับมาว่ามันเป็นพิธี และถึงแม้เขาจะเป็นเทพชั้นล่างที่เกิดจากมนุษย์ แต่เทพก็คือเทพ นั่นเป็นเรื่องจริง ไม่ว่าเขาจะบอกว่าตัวเองไม่ได้ถือเรื่องนั้นแค่ไหน อีกฝ่ายก็ยังยืนยันว่าจะทำตามพิธีที่เรียนรู้มา


         สรุปง่ายๆ ก็คือ เจ้านายของเขาดื้อมากนั่นเอง


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระยื่นมือ เรียกดาบของตนมาและส่งให้คนทรงรับไปอย่างนอบน้อม ยกสูงเหนือศีรษะ ก่อนจะเลื่อนเข่าหมุนตัวกลับไปอย่างชำนาญและรวดเร็ว หันตรงเข้าเข้าปะรำพิธีและแท่นบูชา จากนั้นจึงค่อยๆ ลดระดับมือทั้งสอง บรรจงวางดาบนั้นลงบนแท่นดาบที่อยู่ตรงหน้าอย่างเบามือ


         การเคลื่อนไหวทั้งหมดไหลลื่น งดงาม มีเพียงเสียงสาบผ้าเสียดสียามคนทรงเคลื่อนไหวดังเบาๆ เท่านั้น


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระมองแผ่นหลังสีขาวขนาดเล็กตรงหน้าเงียบๆ พร้อมๆ กับที่การรักษาบาดแผลได้เริ่มต้นขึ้น


         ขั้นตอนการรักษามีเพียงการรอรับพลังวิญญาณซึ่งส่งผ่านตัวดาบให้ร่างกายค่อยๆ ฟื้นฟูจนสมบูรณ์ ระหว่างนั้นจะไม่มีการพูดคุยใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนระยะเวลาที่ใช้ก็จะขึ้นอยู่กับว่าดาบของสึกุโมะงามิที่ได้รับบาดเจ็บนั้นมีขนาดใหญ่แค่ไหน และร่างเนื้อได้รับความเสียหายมากเพียงใด


         โดยปกติแล้ว สำหรับดาบมาตรฐานอย่างเขา แค่บาดแผลฉีกขาดตื้นๆ ก็ใช้เวลารักษาร่วมชั่วโมง ดังนั้นการรักษาบาดแผลฉกรรจ์ตรงสีข้างคราวนี้ คงกินเวลาหลายชั่วโมงจนท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีดำ หน้าที่ช่วยเปลี่ยนชุดให้มิกะสึกิมุเนจิกะจึงต้องเปลี่ยนไปให้ผู้อื่นทำแทน


         จะว่าไป อิชิกิริมารุก็เป็นดาบในตระกูลซังโจเหมือนกัน ทั้งยังเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์มีชื่อ มิกะสึกิมุเนจิกะคงยินดีที่จะได้รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายมากกว่าเขาแน่นอน


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระหลับตาลงแล้วผ่อนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะตัดความคิดทั้งหมดทิ้งไปเมื่อรับรู้ถึงพลังที่ส่งผ่านมาให้ พร้อมกับความเจ็บปวดที่ค่อยๆ เลือนหายไป



         "เป็นยังไงบ้างคะ"


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระรับดาบประจำตัวมาพลางเพ่งพิศมองใบหน้า...มองผืนผ้าสีขาวซึ่งปิดบังใบหน้าคนทรงเอาไว้จนหมด แม้จะอยากเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายว่าดีขึ้นแค่ไหน แต่การเข้าไปกระชากผ้าปิดหน้าของผู้เป็นนายนั้น โดยปกติแล้วเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง


         "สมบูรณ์แบบ ไม่มีอาการบาดเจ็บตรงไหนอีก" เขาตอบเรียบๆ ทว่าแฝงแววชื่นชมเอาไว้จางๆ หลังหลับตาตรวจสอบร่างกายของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง


         ความเจ็บปวดที่ค่อยๆ เลือนหายไป กับอาการปวดล้าทั่วตัวที่ค่อยๆ ดีขึ้นจนเหมือนไม่เคยมีความรู้สึกเหล่านั้นมาก่อน จนถึงบัดนี้ กระบวนการรักษาก็ยังคงทำให้เขาทึ่งและประหลาดใจได้อยู่เสมอ ช่วงแรกๆ เขาถึงกับเลิกเสื้อตัวเองขึ้นดูให้เห็นด้วยตาตัวเองด้วยซ้ำ


         "แล้วท่านมิกะสึกิมุเนจิกะล่ะคะ"


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระนิ่งเงียบไป นึกหวนถึงเรื่องราวเมื่อบ่ายและบทสนทนาของตนกับสึรุมารุคุนินางะ


         "เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคุยกัน..."


         "แค่ความเห็นเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดีค่ะ"


         ไม่ทันจะได้ตัดบทจบก็ถูกผู้เป็นนายขัดขึ้นเสียก่อน ยามัมบะกิริคุนิฮิโระรู้สึกหนักใจขึ้นมา หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นสั้นๆ


         "ข้ายังไม่แน่ใจ"


         ถ้าพิจารณาในแง่ของพลังและความสามารถแล้ว เขาคิดว่าคนทรงควรพยายามกล่อมให้ดาบในตำนานเล่มนั้นมาช่วยตนให้ได้ แต่ถ้าพิจารณาจากลักษณะนิสัยและการกระทำ เขาอยากให้โยนดาบนั่นลงเตาหลอมให้เร็วที่สุดมากกว่า


         แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ต้องยอมรับว่าเขาเห็นด้วยกับความกังวลปนระแวงของเฮชิคิริฮาเสะเบะ การปล่อยให้มีสึกุโมะงามิที่ซ่อนทุกอย่างไว้ใต้หน้ากากรอยยิ้ม ทั้งยังไม่ยอมทำสัญญากับคนทรงให้อยู่ที่นี่ ย่อมไม่ต่างจากการกอดระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกจุดชนวนไปแล้ว


         แต่เมื่อคิดอีกด้านหนึ่ง การมีดาบชื่อดังที่มีพลังมหาศาลอยู่ด้วยย่อมเป็นเรื่องดี...ยิ่งเมื่อเทียบกับดาบเลียนแบบอย่างเขาด้วยแล้ว บางทีเมื่อมิกะสึกิมุเนจิกะเริ่มคุ้นชินกับร่างเนื้อ ก็อาจถูกยกขึ้นเป็นหัวหน้าทัพหลักแทนตัวเองก็เป็นได้...


         ...อย่างไรก็ตาม การพูดคุยกับคนทรงย่อมไม่เหมือนกับการพูดคุยกับสึรุมารุคุนินางะ กับสึกุโมะงามิตนนั้น เขาสามารถพูดความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะมีความเป็นไปได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดไหนก็ตาม แต่กับคนทรง กับนายของเขา สิ่งที่พูดจะต้องถูกกรองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะมันมักจะถูกนำไปพิจารณาตัดสินใจเสมอ


         ทั้งที่เป็นแค่ความเห็นของของเลียนแบบแท้ๆ


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระพึมพำกับตัวเองในใจด้วยความรู้สึกเต็มตื้น


         "อย่างนั้นหรือคะ"


         คนทรงพึมพำออกมาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงแปลกใจจนคนฟังเผลอขมวดคิ้ว


         "งั้นแสดงว่าฉันควรพยายามรั้งท่านมิกะสึกิมุเนจิกะเอาไว้สินะคะ"


         ถ้อยประโยคต่อมา ทำเอายามัมบะกิริคุนิฮิโระลืมตาค้างคล้ายไม่เข้าใจภาษามนุษย์ขึ้นมากะทันหัน และต้องใช้เวลาพักหนึ่งเรียบเรียงคำถาม ถามกลับไป


         "ทำไมถึงกลายเป็นอย่างนั้น"


         "ก็แผลของฮิโระซังเป็นฝีมือของท่านนั้นไม่ใช่เหรอคะ" คนทรงสาวถามกลับมา และนั่นก็ทำให้เดาได้ว่าใครก็ตามที่บอกเรื่องที่เขาบาดเจ็บแก่นายสาว ได้พูดยาวไปถึงต้นเหตุของบาดแผลอีกด้วย


         "ทำให้บาดเจ็บถึงขนาดนั้น แต่คุณยังตอบว่าไม่แน่ใจ แสดงว่าฮิโระซังเองก็คิดว่าพลังของท่านมิกะสึกิมุเนจิกะมีความจำเป็น...อย่าบอกนะคะว่าที่ตอบมาแบบนั้นเพราะคุณคิดเปรียบเทียบตัวเองกับท่านนั้นน่ะ"


         น้ำเสียงของประโยคหลังแข็งและสะบัดขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ ยามัมบะกิริคุนิฮิโระเผลอหลบตาอย่างเด็กที่ถูกจับโกหกได้ ก่อนจะกระแอมเบาๆ ตั้งหลักให้ตัวเองใหม่


         "เอาเป็นว่า เจ้าควรไปถามความเห็นของฮาเสะเบะ หรือไม่ก็อิชิกิริมารุหรือพวกดาบที่เคยอยู่กับเจ้านั่นมากกว่า เริ่มดึกแล้ว เจ้าควรกลับไปนอนพักได้แล้ว"


         ยามัมบะกิริคุนิฮิโระรีบตัดบทห้วนโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดขัดใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะลุกขึ้นเลื่อนฟุซุมะออกและผิวปากแหลมสั้น เป็นสัญญาณให้ผู้เฝ้าระวังด้านหน้าเดินเข้ามารับตัวคนทรงกลับห้อง


         "ดูฮิโระซังจะไม่ถูกกับท่านนั้นเอาเลยนะคะ"


         ร่างใต้ผ้าคลุมหันกลับมาเหลือบมองผู้พูด แม้ภายนอกจะไม่ได้เผลอแสดงท่าทีอะไรแต่ภายในนั้นรู้สึกเหมือนสิ่งที่อยู่ในอกมันกระตุกวาบแล้วอันตรธานหายไปยังไงยังงั้น


         "ปกติถึงคุณจะไม่ค่อยชอบสุงสิงกับสมาชิกใหม่ แต่ก็ไม่เคยดูพยายามตีตัวออกห่างมากขนาดนี้...นอกจากเรื่องบาดแผลที่เพิ่งรักษาไป มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกรึเปล่าคะ"


         ลมหายใจของยามัมบะกิริคุนิฮิโระสะดุดหยุดลงโดยไม่รู้ตัว ทว่าก็เป็นเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น


         "ไม่มี เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว"


         คนทรงฟังคำนั้นแล้วก็เงียบไป และมาเอดะโทชิโร่ก็เดินมาถึงพอดี บทสนทนาจึงยุติลงเพียงเท่านั้น

 
 
 
 
 
☾. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・. ・* ・.☽


/ก้มกราบงามๆ ไม่แบมือ

ขอโทษที่หายไปนาน(โคตรๆ)ค่ะ เกิดอาการฟิคบล็อกกะทันหัน+มีนั่นนี่จนรวบรวมสติมาเขียนไม่ได้

เอาจริงๆ แล้ว ตอนนี้เราค่อนข้างลังเลมากว่าจะใส่ตอนนี้ลงมาดีหรือเปล่า เพราะเหมือนจะไม่เกี่ยวกับตัวแพร์ริ่งเท่าไหร่ แต่ก็อยากเขียนค่ะ.../โดนถีบ

ตอนนี้อาจจะสั้นไปหน่อย+ไม่มีโมเมนท์(ที่ถึงจริงๆแล้วที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยมี)ให้โดขิ แต่เป็นสัญญาว่าจะไม่ทิ้งร้างค่ะ จะเขียนให้จบแน่ๆ ถ้ายังไม่เบื่อกันก่อนก็อยากจะขอให้ช่วยตามอ่านกันด้วยนะคะ T_T

อีกเรื่องที่จะขอแจ้งใน exteen คือ หลังจากลงฟิคเรื่องนี้จบ รวมถึงที่ได้จองวันไว้ เราจะไม่อัพฟิคใน exteen อีก แต่จะไปอัพใน Blogspot แบบจริงๆ จังๆแทนค่ะ เพราะกลัวการล่มเป็นพักๆ ของเวบมากOrz ส่วนลิงค์ Blogspot สามารถตามได้ในกล่องทวิตข้างๆ ค่ะ ' v '

 


ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

จะตามไปอ่านทุกที่เลยล่ะค่ะ การล่มของExteen มันน่ากลัวมากๆเลยอ่ะทำให้อดอ่านของนักเขียนหลายเรื่องเลย

ถึงตอนนี้จะไม่มีโมเม้นแต่ก็ได้เห็นมุมน่ารักที่หาดูได้ยากของยามัมบะคุงก็ถือว่าคุ้มค่ะ

#1 By loss on 2016-05-29 22:41